เชื่อมั่นนักลงทุนลดเลื่อนเลือกตั้ง'ฉุด'

  • วันที่ 11 ม.ค. 2562 เวลา 08:08 น.

เชื่อมั่นนักลงทุนลดเลื่อนเลือกตั้ง'ฉุด'

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าลดลงอีก 5.25% เลื่อนเลือกตั้งทำเงินนอกยังไม่ไหลเข้าหุ้นไทย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลง 5.25% ซึ่งลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สามมาอยู่ที่ 93 คะแนน ถือว่าเป็นระดับทรงตัว โดยผลการสำรวจเกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค. 2561 ที่นักลงทุนไทยและต่างประเทศเชื่อว่าจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 2562

"นักลงทุนรายย่อยมองตลาดทุนไทยเข้าสู่ตลาดหมี ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเพราะคิดว่าความชัดเจนของการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในไตรมาสแรก ส่วนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติยังทรงตัว" นายไพบูลย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการที่เดือน ม.ค. 2562 ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมา ทำให้ นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเกิด ความสับสน จะเห็นว่าเงินทุนจากต่างชาติ เริ่มไหลกลับเข้ามาในตลาดทุนประเทศเกิดใหม่ย่านเอเชียแล้ว แต่ยังไม่เข้า ตลาดทุนไทยมากเหมือนเข้าตลาดอินโดนีเซียและอินเดีย โดยเงินต่างชาติ ที่เข้ามาช่วงนี้เป็นเงินลงทุนระยะยาวแต่ยังไม่มาก

การเมืองจึงเป็นความเสี่ยงใหญ่ที่เกิดขึ้นในตลาดทุนไทยตอนนี้ เพราะเริ่มวิเคราะห์ยาก และการที่ยังไม่เห็นวันเลือกตั้ง ทำให้การมีผลต่อตลาดทุนไทยยืดยาวออกไปอีก โดยเริ่มมองว่ารัฐบาลใหม่เป็นพรรคผสมแน่นอน และต้องลุ้นกันต่ออีกว่าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งจะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ในยุโรปเกิดขึ้นมาแล้ว บางประเทศทำการเลือกตั้งเสร็จแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ร่วมปี หากจัดตั้งรัฐบาลได้ ต้องดูอีกว่าพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลจะสามารถคุมกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมดหรือไม่

"ความไม่ชัดเจนทางการเมือง นำมาซึ่งการตัดสินใจทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นตลอด 6 เดือนแรก" นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยทางเศรษฐกิจในประเทศมีความชัดเจน นโยบายการเงินมีความชัดเจน ทำให้ตลาดทุนเกิดความสบายใจ โดยค่าเงินบาทยังคงมีเสถียรภาพ และคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากนัก เพราะเศรษฐกิจมีการเติบโตชะลอตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังต่ำ การส่งออกยังขยายตัวได้แม้ว่าจะขยายในอัตราที่ชะลอตัว การท่องเที่ยวยังไปได้ และคาดว่าไทยไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน โดยในระยะยาวอาจจะได้ประโยชน์จากการที่สหรัฐหันมาซื้อสินค้าจากไทยมากขึ้น เพราะราคาถูกกว่าซื้อจากจีนที่ถูกขึ้นภาษี ซึ่งต้องรอดูผลการเจรจาการค้าอีกครั้ง

สำหรับกลุ่มที่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจมากที่สุด คือ กลุ่มธนาคารที่คาดว่าผลประกอบการในปีนี้จะดีขึ้น กลุ่มพลังงาน กลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการ ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศ มีความสนใจกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิตเพิ่มเติมนอกเหนือจาก 3 กลุ่มแรกส่วนหมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ไม่น่าสนใจมากที่สุด

ภาพประกอบข่าว

ข่าวอื่นๆ