เอกชนเสนอรัฐพัฒนาอุตฯชีวภาพครบวงจรในภาคเหนือตอนล่าง

  • วันที่ 12 มิ.ย. 2561 เวลา 12:49 น.
  • | เปิดอ่าน 387
Share on Google+
LINE it!

เอกชนเสนอรัฐพัฒนาอุตฯชีวภาพครบวงจรในภาคเหนือตอนล่าง

"บิ๊กตู่"ถกพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือตอนล่าง แจงพิจารณาให้งบกลุ่มจังหวัดตามความเหมาะสมและความเร่งด่วนเน้นใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างเป็นประธาน การประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี) ร่วมกับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน ผู้แทนภาคการเกษตรกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ว่า การพิจารณาสนับสนุนงบประมาณในโครงการต่างๆ ที่ภาคเอกชนเสนอ จะให้ตามความเหมาะสมของแผนงาน โครงการ และความเร่งด่วน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับงบประมาณของแผ่นดิน โดยจะไม่สนับสนุนงบประมาณทุกอย่างตามที่กลุ่มจ.เสนอขอมา เพราะต้องการบูรณาการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายวิโรจน์ วิรัฐิติกาลโชติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ กล่าวภายหลังร่วมประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง2 ร่วมกับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าในภาคเอกชนได้เสนอ ครม.ในการการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพครบวงจร (Bio Hab) เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมชีวภาพในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างให้นำไปสู่การแปรรูปมากยิ่งขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องไว้พิจารณาและให้หารือกับทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อวางแนวทางการสนับสนุนต่อไป

นอกจากนี้ เอกชนในจ.นครสวรรค์ได้เสนอให้ปรับเปลี่ยนที่ตั้งของจุดพักรถบรรทุก(Logistic rest area) จากเดิมที่จะตั้งอยู่ที่อ.บรรพตพิสัยให้มาอยู่ที่ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ห่างจากจุดเดิมที่กระทรวงคมนาคมมีแผนจะก่อสร้างประมาณ 55 กม.เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งหลัก ซึ่งที่ประชุม ครม. จะรับไปพิจารณาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์ได้เสนอให้มีการพัฒนาสนามบินนครสวรรค์เพื่อรองรับการท่องเที่ยว ในประเด็นนี้นายกรัฐมนตรียังมีข้อคำถามกับเอกชนว่าหากมีสนามบินแล้วจะมีผู้โดยสารใช้มากน้อยแค่ไหน เพราะปัจจุบันการเดินทางมายังนครสวรรค์จากกรุงเทพฯ มีทั้งรถไฟทางคู่ และทางถนนที่ใช้เวลาไม่นาน

นายวิรัช ตั้งประดิษฐ์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 กล่าวว่าในข้อเสนอทั้ง 5 ด้าน ครม.ได้รับข้อเสนอของเอกชนไปพิจารณา ทั้ง ด้านการพัฒนาไบโอฮับ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ทรัพยกรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยว ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งให้หน่วยงานต่างๆ ซึ่งร่วมประชุมรับแผนที่ภาคเอกชนเสนอ โดยเฉพาะในด้านโลจิสติกส์ให้เร่งดำเนินการออกมาโดยเร็วในปีนี้หรือปีหน้า โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในแผนของกระทรวงคมนาคมอยู่แล้วและบางส่วนได้จัดสรรงบประมาณไปแล้ว

นายเจนศิลป์ เจริญบวรศักดิ์ ประธานหอการค้า จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ทางจังหวัดพิจิตรเสนอให้ ครม. ทราบถึงความจำเป็นในการฟื้นฟูแม่น้ำพิจตร ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญแต่ถูกปล่อยให้มีการพัฒนาอย่างกระจัดกระจายไม่มีเอกภาพ ทำให้มีการก่อสร้างต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกันทั้งสะพาน ประตูน้ำ ถนน รวม 99 จุด บางส่วนมีการก่อสร้างปิดทางน้ำ โดยหากสามารถฟื้นฟูแม่น้ำแห่งนี้ที่มีความยาว 127 กม. ได้จะส่งผลให้ภาคเกษตรในพื้นที่จ.พิจิตรได้ประโยชน์กว่า 5 หมื่นไร่ ซึ่งในส่วนนี้เอกชนยังไม่ได้เสนอของบประมาณกับทางที่ประชุม แต่เสนอให้ ครม. เห็นถึงความจำเป็น ส่วนจะมีการจัดงบประมาณให้หรือไม่เพียงใด ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อุทยานเมืองเก่าพิจิตร ที่ปัจจุบันมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยสุโขทัยอยู่จำนวนมาก ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผลักดันเป็นพื้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้

อย่างไรก็ตาม มีอีกประเด็นที่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขปัญหา แต่ก็ไม่ได้มีการหยิบยกขึ้นหารือในที่ประชุม คือ นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร ภายใต้การดูแลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ที่ปัจจุบันยังมีผู้เข้าไปลงทุนน้อย คือมีเพียงบริอาหารสัตว์ 1 ราย และโรงบรรจุก๊าซ 1 ราย ซึ่งเท่าที่หารือกับเอกชนด้วยกันพบว่ามีปัญหาสำคัญคือ เนื่องจากที่ของนิคมฯ ไม่สามารถซื้อขาดเป็นของเอกชนเพราะที่เป็นที่ราชพัสดุ ทำให้เมื่อไปทำเรื่องขอกู้กับธนาคารแล้วจะค่อนข้างลำบาก รวมถึงประเด็นปัญหาการระบบโลจิสติกส์ที่ยังไม่สะดวก

Share on Google+
LINE it!