ชวนเกาหลีลงทุนอีอีซี จับตาสัปดาห์หน้าขนทัพนักธุรกิจมาไทย

  • วันที่ 11 พ.ค. 2561 เวลา 08:45 น.

ชวนเกาหลีลงทุนอีอีซี จับตาสัปดาห์หน้าขนทัพนักธุรกิจมาไทย

"สมคิด" ชี้ไทยยังน่าลงทุน ต่างชาติตบเท้าเยือนไทย พร้อมสานสัมพันธ์เศรษฐกิจ  3 มณฑลใหญ่ของจีน

นายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้ารัฐมนตรีกระทรวงการค้าประเทศเกาหลีใต้ จะนำคณะนักธุรกิจจากเกาหลีใต้กว่า 100 คนมาเยือนประเทศไทย โดยมีกำหนดการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งครั้งนี้ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นำคณะนักธุรกิจจากเกาหลีใต้ไปศึกษาดูช่องทางการลงทุนในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีทางรัฐบาลสิงคโปร์ที่จะนำคณะนักธุรกิจมาเยือนไทยเช่นกัน ขณะที่ นางแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีโปรแกรมการมาร่วมงานของยูเนสโกในประเทศไทย ก็มีแผนจะเข้ามาหารือที่ทำเนียบรัฐบาลถึงความคืบหน้าความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับฮ่องกงในสัปดาห์หน้าเช่นกัน

"ขณะนี้หลายประเทศให้ความสนใจประเทศไทย เราต้องดูแลให้ตัวเองเป็นเป้าหมายของนักลงทุนให้ได้" นายสมคิด กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายชุย ไซ ออน ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรี  ซึ่งมาเก๊าให้ความสนใจที่จะนำเข้าผลไม้จากไทยรวมถึงธุรกิจที่เป็นครีเอทีฟอีโคโนมี แต่ในมุมของไทยเองมองว่าฮ่องกงและ มาเก๊าเปรียบเหมือนหัวมังกรตามเส้นหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือ (วันเบลต์ วันโรด) จึงได้แนะนำผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษมาเก๊าไปว่า หัวใจของเส้นทางนี้จะมี 11 มณฑลทางใต้ของจีนที่จะมีบทบาทสำคัญกับจีน ขณะที่กลุ่ม ซีแอลเอ็มวีที คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย ก็มีไทยเป็นประตูไปสู่ภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ตาม ต้องการให้มีการหารือกันเพื่อพิจารณาแนวทางความร่วมมือในอนาคตจะมีส่วนใดได้บ้าง ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการระหว่างไทยกับ 3 มณฑลที่สำคัญ คือ มาเก๊า ฮ่องกง และกว่างโจว จึงได้มอบหมายให้ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รมช.ต่างประเทศ เป็นผู้ประสานงานในการวางกลไกหารือกันต่อไป โดยเบื้องต้นอาจเป็นการหารือรายมณฑลก่อนที่จะขอรวมเป็นกลไกร่วมระหว่างไทยกับ 3 มณฑล

"มาเก๊าเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพื่อความบันเทิงปีละกว่า 30 ล้านคน จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะส่งผลไม้ไปจำหน่าย ซึ่ง นายชุย ไซ ออน ยินดีที่จะสนับสนุน แต่ถ้าไทยสามารถมีความร่วมมือได้กับทั้ง 3 มณฑลของจีนนี้ จะเป็นโอกาสที่เราเพิ่มตลาดส่งออกได้อีกมาก" นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด กล่าวถึงกรณีค่าเงินบาทอ่อนว่าการอ่อนหรือแข็งค่าของเงินบาทเป็นไปตามทิศทางการไหลเข้าออกของเงินทุน ซึ่งเงินบาทจะอ่อนหรือแข็งก็เป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนลงก็เป็นผลดีต่อภาคการส่งออกและสินค้าเกษตรเมื่อขายไปยังต่างประเทศเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาทก็จะได้มูลค่าเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่ได้ปรับเป้าการส่งออกเพิ่มขึ้นจากเป้าเดิมที่กระทรวงพาณิชย์วางไว้ที่ 8%  ส่วนภาพรวมของเศรษฐกิจในปีนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) จะขยายตัวได้ในระดับ 4%

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ข่าวอื่นๆ