ชงรัฐนำยางพาราไปแลกอาวุธ-รถไฟความเร็วสูง

  • วันที่ 26 ก.พ. 2561 เวลา 07:30 น.

ชงรัฐนำยางพาราไปแลกอาวุธ-รถไฟความเร็วสูง

สยยท.เสนอรัฐบาลใช้ยางแลกเรือดำน้ำ รถไฟความเร็วสูง ร้อง “บิ๊กตู่” ปลดบอร์ดและผู้ว่าการ กยท.

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มาตรการในการดูแลราคายางพาราไม่ให้ตกต่ำมีหลายทาง แต่ที่น่าจะแก้ไขปัญหาได้ดีสุด คือ รัฐบาลควรนำยางหรือสินค้าเกษตรอื่นๆ ไปแลกเปลี่ยนกับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่กองทัพจัดซื้อมาตลอด เช่น เรือดำน้ำ เครื่องบินรบ รถถัง หรือโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่

“โครงการแลกเป็นจะทำเป็นบาร์เตอร์เทรด เหมือนที่รัฐบาลประเทศอื่นทำ เช่น รัฐบาลอินโดนีเซียได้เจรจาใช้ยางแลกเครื่องบินรบ SU 35 จำนวน 11 ลำ เป็นเงิน 1,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งทำให้อินโดนีเซียสามารถส่งสินค้าเกษตรแลกเปลี่ยนคิดเป็น 50% ของมูลค่าอาวุธ” นายอุทัย กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยควรหารือกับผู้แทนการค้าของไทยในแต่ละประเทศก่อนซื้ออาวุธ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน ซึ่งจะทำให้มีการส่งออกยางพาราได้เพิ่มขึ้น ส่วนมาตรการหยุดกรีดยาง 2 ล้านไร่ ใน 3 เดือน คือเดือน พ.ค.-ก.ค.นั้น เกษตรกรได้เงินชดเชยไร่ละ 1,500 บาท/เดือนไปพัฒนาอาชีพ อาจทำได้ยาก เพราะเกษตรกรคุมยากอาจมีปัญหาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

นายศิวะ ศรีชาย เกษตรกรชาวสวนยาง จ.พัทลุง และแนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า เกษตรกรขอร้องเรียนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลด พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ออกจากประธานบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) และนายธีธัช สุขสะอาด ออกจากผู้ว่าการ กยท. เพื่อเปิดทางสรรหาคนใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ มีความเข้าใจได้มีโอกาสเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ

“ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 และก่อตั้ง กยท.ขึ้นมา ทุกอย่างในกิจการของยางพาราของไทยมีแต่ความล้มเหลว เนื่องจากประธานบอร์ดและผู้ว่าการ กยท.ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่เข้าใจในอาชีพชาวสวนยาง ไม่เข้าใจกิจการค้ายางอุตสาหกรรมการแปรรูปการพัฒนา เพื่อเพิ่มมูลค่ายางใดๆ เลย และการบริหารกิจการของ กยท.มีแต่ความผิดพลาด ล้มเหลว ไม่มีความก้าวหน้า รวมทั้งยังเอื้อประโยชน์พวกพ้องและพ่อค้ายางบางกลุ่ม ไม่ช่วยเหลือเกษตรกร” นายศิวะ  กล่าว

ข่าวอื่นๆ