สวดบูชาพระบรมสารีริกธาตุพระธาตุสาวกอย่างไร จึงจะเป็นมงคลและถูกต้อง (ตอน ๓)

วันที่ 07 ก.พ. 2554 เวลา 07:22 น.
ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่ออารยะวังโส

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

 ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่ออารยะวังโส

ด้วยคณะศรัทธาฯ ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า ได้จัดให้มีการเฉลิมฉลองบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระอริยสงฆ์ ดังเช่น หลวงปู่มั่น หลวงปู่เทสก์ หลวงปู่แหวน ฯลฯ ณ ลานอเนกประสงค์ สถาบันพระปกเกล้า เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้มีโอกาสเดินทางไปสักการบูชา เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๙ ก.พ. ๒๕๕๔ เนื่องในกาลมาฆบูชา อันเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนาของเรา โดยเมื่อครบกำหนด ๙ วันแล้ว คณะกรรมการจัดงานมาฆบูชาโลก ที่ประเทศอินเดีย จะได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ ไปสู่ชมพูทวีป หรือประเทศอินเดีย เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวพุทธนานาชาติได้มีโอกาสสักการบูชา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชาดังกล่าว

เพื่อให้การสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุเป็นไปอย่างถูกต้อง ตามระเบียบแบบแผนในพระพุทธศาสนา คณะศรัทธาจึงได้ขอความรู้จากหลวงพ่อถึงแนวการปฏิบัติ และบทสวดบูชา (หากมีเป็นเฉพาะ) และขอความกรุณาช่วยประชาสัมพันธ์แจ้งให้ทราบผ่าน “ธรรมส่องโลก” ด้วย

ด้วยความเคารพอย่างสูง

พัลลภา/กรุงเทพฯ

วิสัชนา : จากคำถามดังกล่าว ที่ว่า จะทำการสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุอย่างไร ให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนในศาสนพิธีนั้น... และที่สำคัญ จะใช้บทสวดบทใดกล่าวบูชานั้น ก็คงจะเข้าใจไม่ยาก เมื่อพิจารณาดูแบบแผนของการจัดงานสักการบูชาทั้ง ๙ วัน จะเห็นว่ามีการเจริญพระพุทธมนต์และมีองค์ธรรมบรรยาย เพื่อนำไปสู่การเคารพบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งถือว่าถูกต้องอยู่แล้วในแบบแผนของการจัดงานมงคลฉลองสมโภช โดยพระสงฆ์ท่านคงเตรียมพร้อมเจริญพระพุทธมนต์ตามบทสวดเจ็ดตำนาน หรือสิบสองตำนานอยู่แล้ว ส่วนจะมีบทสวดพิเศษหรือไม่ เช่น บทสวดจากพระสูตรที่สำคัญๆ ก็เป็นเรื่องของความเห็นชอบในสงฆ์แต่ละคณะที่ถือปฏิบัติกันไป แต่หากเจ้าภาพต้องการฟังบทสวดจากพระสูตรบทใดเป็นสำคัญ เช่น พระธัมมจักฯ พระอนันตลักขณสูตร หรือพระอาทิตตปริยายสูตร ฯลฯ ก็สามารถอาราธนาคณะสงฆ์เป็นเฉพาะได้ ตามประสงค์ แต่ควรแจ้งก่อนล่วงหน้า เพื่อพระสงฆ์จะได้เตรียมพร้อม

ในส่วนสำหรับการบรรยายธรรม หรือการแสดงพระธรรมเทศนานั้น จะขอฟังพระธรรมเป็นเฉพาะเรื่องก็ได้ แต่ควรจะนำเรียนพระสงฆ์ผู้แสดงธรรมที่รับนิมนต์ เพื่อทราบก่อนล่วงหน้า ท่านจะได้เตรียมความรู้มาให้พร้อม หรือจะเป็นไปโดยธรรม คือ แล้วแต่ท่านผู้แสดงธรรมจะเมตตาก็ได้

การจัดให้มีการสวดมนต์หรือเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมทั้งมีการแสดงพระธรรมเทศนาควบคู่กันไปนั้นได้ว่าเป็นประเพณีนิยมในพุทธศาสนา ทั้งในงานมงคลและงานอวมงคล ส่วนจะสวดบทใด จะแสดงธรรมเรื่องอะไร พระสงฆ์คงจะรู้ฐานะ รู้กาละ ของท่านอยู่แล้ว

หากจะกลับมาถามว่า แล้วศรัทธาสาธุชนจะควรสวดบทใดบูชานั้น หรือควรจะปฏิบัติอย่างไร เพื่อการสักการบูชาที่ถูกต้อง ก็คงจะตอบแบบง่ายๆ เข้าใจไม่ยาก เพื่อการถือปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการในพระพุทธศาสนา ทั้งนี้คงจะต้องให้ความสำคัญในส่วนแรก คือ เรื่องสถานที่อันเหมาะควร นั้นหมายถึง การจัดเสนาสนะอันเหมาะควรแก่รองรับการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งควรจัดวางบนแท่นบูชาที่สูงพอเหมาะ ดุจดังเช่นเดียวกับการจัดวางพระพุทธรูปไว้บนแท่นประธานของโต๊ะหมู่บูชา โดยควรมีการจัดพานรองรับสถูปแก้วที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งอาจจะแวดล้อมไปด้วยดอกไม้ทั้ง ๖ สี เพื่อเปรียบดุจพระฉัพพรรณรังสีของพระพุทธองค์ และสำหรับพระธาตุสาวกนั้น ให้จัดวางในลำดับที่ลดต่ำลงมาตามกำลังของคุณธรรม เช่น พระอรหันตสาวก ย่อมต้องจัดวางไว้สูงกว่า พระธาตุของพระอนาคามี

พระอนาคามีธาตุ ย่อมวางสูงกว่า พระสกิทาคามีธาตุ,

และพระสกิทาคามีธาตุ ย่อมจัดวางไว้สูงกว่า พระโสดาบันธาตุ... ซึ่งควรจัดบรรจุใส่สถูปแก้วเล็กๆ ลดหลั่นกันลงไป เพื่อเหมาะสมต่อการสักการบูชา ตามจริยประเพณี

อ่านต่อฉบับหน้า