ปลัดมท.อัญเชิญผ้าพระกฐินสมเด็จพระสังฆราชทอดถวายวัดกลาง

วันที่ 18 พ.ย. 2564 เวลา 15:55 น.
ปลัดมท.อัญเชิญผ้าพระกฐินสมเด็จพระสังฆราชทอดถวายวัดกลาง
ลพบุรี-สมเด็จพระสังฆราชโปรดให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยอัญเชิญผ้าพระกฐินไปทอดถวายพระสงฆ์ผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดกลาง จ.ลพบุรี

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่พระอุโบสถ วัดกลาง อ.เมือง จ.ลพบุรี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงพระกรุณาโปรดให้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อัญเชิญผ้าพระกฐินทอดถวายพระสงฆ์ผู้จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส โดยมีสมเด็จมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ การนี้ พระเทพเสนาบดี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี พระปัญญาวิสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี (ธรรมยุต) พระกิตติญาณเมธี เจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดกลาง พระเถรานุเถระ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดลพบุรีร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และเปิดกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และเชิญผ้าพระกฐินประทาน กล่าวบท นะโม 3 จบ กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน จบแล้ว ประธานถวายผ้าพระกฐินและเทียนบูชาพระปาฏิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ 2 พระสงฆ์กระทำอปโลกนกรรม ประธานถวายบริวารกฐิน พุทธศาสนิกชนถวายเครื่องไทยธรรม ประธานมอบปัจจัยโดยเสด็จพระราชกุศลในการถวายผ้าพระกฐินแก่ไวยาวัจกรวัดกลาง กรวดน้ำ พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานกราบลาพระรัตนตรัย เป็นอันเสร็จพิธี โดยมียอดปัจจัยที่ถวายเพื่อทำนุบำรุงศาสนา เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,635,000 บาท

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ โปรดประทานสัมโมทนียกถา ความโดยสังเขปว่า เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระศรัทธาให้น้อมนำผ้าพระกฐินมาน้อมถวายพระสงฆ์ ณ วัดกลางแห่งนี้ ซึ่งมีความสำคัญและผูกพันกับศิษยานุศิษย์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยพระอุโบสถนี้ ทางคณะศิษยานุศิษย์วัดราชบพิธได้มาร่วมดำเนินการก่อสร้างถวายเป็นเสนาสนะ เป็นศาสนสถาน เพื่อให้พระสงฆ์ทั้งปวงได้ประกอบศาสนกิจ และอุบาสก อุบาสิกา พุทธศาสนิกชน ชาวบางขันหมาก ได้ใช้ประโยชน์ โดยเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานอนุญาตให้อัญเชิญพระพุทธอังคีรส (จำลอง) เป็นพระประธานในพระอุโบสถแห่งนี้ จึงถือว่าวัดกลางเป็นวัดในพระอุปถัมภ์ของเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกวัดหนึ่ง และอยู่ในความอุปถัมภ์ของวัดราชบพิธ สืบเนื่องมาจากที่วัดราชบพิธได้ส่งเสริมดูแลคณะสงฆ์ รามัญ ที่อำเภอพระประแดง มาโดยตลอด ซึ่งพระกิตติญาณเมธี เจ้าอาวาสวัดกลาง และพระปัญญาวิสุทธิโมลี เจ้าอาวาสวัดพระนางจามเทวี ก็เป็นเชื้อสายจากวัดแห่งนี้ที่ไปศึกษาจากวัดอาษาสงคราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และกลับมาพัฒนาวัดในท้องถิ่นที่อยู่ ถือเป็นการกลับมาสร้างความเจริญ เป็นความอุตสาหะและความจริงใจของพระสงห์ ลูกหลานชาวตำบลบางขันหมากเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบ้านเกิด

"การทอดกฐินถือเป็นอานิสงส์สำคัญซึ่งใน 1 ปี วัดสามารถรับผ้าพระกฐินได้ 1 ครั้ง ถือว่าเป็นบุญประจำกาล ที่สามารถกระทำได้ภายใน 1 เดือน หลังออกพรรษา วันนี้จึงเป็นการเรามาร่วมกันแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระศาสนา มาช่วยกันทำนุบำรุงพระศาสนา วัดกลางแห่งนี้ไม่ใช่ของผู้ใดผู้หนึ่ง ไม่ได้เป็นสมบัติของเจ้าอาวาส แต่เป็นสมบัติของเราชาวพุทธศาสนิกชนทุกคน สาธารณสถานต่าง ๆ นั้นเราในฐานะพุทธศาสนิกชนถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน ต้องช่วยกันดูแลรักษาและพัฒนาขึ้น ส่วนที่ชำรุดทรุดโทรมก็ช่วยกันทำนุบำรุงให้ดีขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์แก่สังคมท้องถิ่นนี้ เพื่อเป็นศรัทธาให้กับพุทธศาสนิกชนทั่วไป จึงขออนุโมทนากับพุทธศาสนิกชนทุกท่านทุกคน" เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าวสัมโมทนียกถา

ทั้งนี้ ก่อนประกอบพิธี นายสุทธิพงษ์ พร้อมด้วยนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ บริเวณด้านหลังพระอุโบสถวัดกลาง ร่วมกับเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธี ได้เยี่ยมชม พบปะ และให้กำลังใจผู้ประกอบการ OTOP จ.ลพบุรี ซึ่งได้นำผลิตภัณฑ์ผ้ามัดหมี่ของจังหวัดลพบุรี มาออกร้านจำหน่ายให้กับพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงาน มีผ้าลวดลายต่าง ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ หลากหลายรูปแบบและหลากหลายสีสัน มีความโดดเด่น แปลกตา เป็นอัตลักษณ์ผ้าของจังหวัดลพบุรีที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ ได้เดินทางต่อมายังวัดอัมพวัน ตรวจเยี่ยมและเยี่ยมชมนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์มอญบางขันหมาก และร่วมกิจกรรมกับชาวมอญบางขันหมาก จากประวัติมีการสันนิษฐานว่า ชาวมอญบางขันหมากได้อพยพมาจากพม่าในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และต่อมาสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้อพยพชาวมอญกลุ่มนี้มาสร้างเมืองลพบุรี เพราะชาวมอญมีความถนัดในการทำอิฐ และเมื่อสร้างเมืองเสร็จแล้วเห็นว่าภูมิประเทศแห่งนี้ทำเลดี เหมาะที่จะตั้งหลักปักฐาน จึงตั้งรกรากอยู่ที่ตำบลบางขันหมากจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้ จุดเด่นของชาวมอญบางขันหมาก คือ ความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา แม้สภาพเศรษฐกิจสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด แต่ความศรัทธาของชาวมอญยังคงเหนียวแน่น สะท้อนจากเมื่อถึงเทศกาลงานบุญต่าง ๆ ชาวบางขันหมากทุกครัวเรือนจะไปร่วมทำบุญที่วัด ผู้ที่ไปทำงานต่างถิ่นก็จะกลับมาเยี่ยมเยียนบ้านเดิมในทุกโอกาส ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญบางขันหมาก จนถึงปัจจุบัน