คาถาพิชิตแขกของหลวงปู่เอ็นจอย(enjoy)"พระพรหมวชิรโมลี"

วันที่ 13 มิ.ย. 2564 เวลา 10:47 น.
คาถาพิชิตแขกของหลวงปู่เอ็นจอย(enjoy)"พระพรหมวชิรโมลี"
โดย...สมาน สุดโต

********************

เมื่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนา พระธรรมโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทโธ ปธ.9 ดร.) เจ้าอาวาสวัดศาลาลอย จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2564 นั้น บรรดาลูกศิษย์ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศปลื้มปีติกันทั่วไป เพราะหลวงปู่ทองอยู่ อยู่ที่ไหน ไปที่ไหน ที่นั่นมีแต่รอยยิ้ม เต็มไปด้วยความสข จนท่านได้รับการขนานนามว่า หลวงปู่เอนจอย (enjoy) พระครูวินัยธร ดร.สมุทร ถาวโร วัดมหาธาตุ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ เขียนในบอร์ด ถวายสักการะ และน้อมถวายมุทิตาสักการะ ในนามคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่วิทยาลัยพระธรรมทูต กองวิเทศสัมพันธ์ และโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่นที่ 27/2564 มจร.

ส่วนพระมหานริทร์ นรินโท ป.ธ.9 เจ้าอาวาสวัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ผู้ดำเนินการ เว็บไซต์ alttlebuddha.com. อันลือลั่นสั่นสะเทือนสงการสงฆ์ไทย ได้เขียนชื่นชมในโอกาสอันเป็นมงคลว่า พระธรรมทูตทั่วโลกปลื้มใจ ที่หลวงปู่ทองอยู่ ได้ขึ้นเป็นรองสมเด็จ พร้อมกับเล่าว่า หลวงปู่ทองอยู่เป็นใคร เป็นคนเกิดและบวชที่จังหวัดสุรินทร์ เรียน นักธรรมบาลี ที่สุรินทร์ แต่ครั้งหนึ่งไปเป็นครูสอนและเรียนที่วัดบุญวาทย์วิหาร จังหวัดลำปางทำให้หลวงปู่รู้จักกับเกจิดังระดับประเทศ คือ หลวงพ่อเกษม เขมโก ยิ่งตอนที่หลวงปู่ ตอนนั้น(พ.ศ. 2513) ยังหนุ่ม สอบ ป.ธ. 9 ได้ในนามสำนักเรียนจังหวัดลำปางด้วยแล้ว ทำให้หลวงพ่อเกษมปีติมาก เพราะท่านชอบพระที่เรียนนักธรรม บาลี จึงถวายรางวัลให้อย่างงามเมื่อหลวงปู่ลาไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอินเดีย

หลวงพ่อเกษมมอบปัจจัยก้อนโตให้เรียนจนจบ เมื่อพระนักศึกษาหรือใครก็ตามถามหลวงปู่ว่าได้ทุนจากไหนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยมัทราส อินเดีย ท่านตอบด้วยความภูมิใจว่า ได้ทุนหลวง เมื่อเพื่อนตื่นเต้นระคนแปลกใจ ท่านจึงเฉลยเรียกเสียงฮา ว่า ทุนหลวงพ่อเกษม

หลวงปู่เกิดที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2476 อายุ 88 ปีพรรษา 67 วิทยฐานะ ป.ธ9 พม. พธบ. M.A. พธด.เมื่อจบปริญญาเอก เป็นข่าวหน้าหนึ่ง นสพ.ยักษ์ใหญ่ ว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน เมื่อหลวงปู่ทองอยู่ ญาณวิสุทโธ อายุ 76 ปีเรียนจบปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ (พ.ศ.2552)

ส่วนผมเองได้พบและคุ้นเคยเมื่อได้พบหลวงปู่ในการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหนรัฐอเมริกา 2 ครั้ง ครั้งแรกที่วัดวชิรธรรมปทีป นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และครั้งที่ 2 ที่วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รัฐแมรี่แลนด์แต่ละครั้งท่านเล่าประสบการณ์ในการเดินทาง และวิธีการพิชิตแขก ให้ฟังเรียกเสียงเฮฮา สาธุ กันทั่วหน้า

เดินทางไปนอกไม่เคยหลง

ท่านเล่าว่า ท่านเดินทางไปประชุมกับสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และชอบเดินทางคนเดียวไม่อยากเป็นภาระใคร และไม่ให้ใครมาคอยเป็นภาระ ทุกครั้งถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ และปลอดภัยไม่เคยหลงทาง ท่านบอกว่า มีคาถาดีก่อนขึ้นเครื่องบิน ท่านจะแจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินว่า I am the old man  I am alone so I need a wheelchair (ฉันชรา มาคนเดียว ขอบริการวีลแชร์) แค่นี้ก่อนขึ้นเครื่อง หรือลงเครื่องทุกแห่ง จะมีคนมาพาไปทำเอกสารเข้าเมือง เคลมกระเป๋าเดินทาง จนกระทั่งพบคนที่มาคอยรับที่ท่าอากาศยาน วิธีนี้ใช้ทั้งขาไปและขากลับ ท่านว่าไม่หวงวิชา ใครจะเอาไปใช้ก็ได้ แต่ต้องดูว่าชราหรือไม่

คาถาพิชิตแขกอินเดีย

หลังจากสอบได้ ป.ธ. 9 และ จบ พธบ.ได้เดินทางไปศึกษาต่อ ภาษบาลีและสันสกฤต ระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมัทราส (ประมาณ พ.ศ. 2517)โดยทุนหลวง (หลวงพ่อเกษม เขมโก)

การไปมัทราส เมืองเชนไน(ชื่อปัจจุบัน) ทางใต้ของอินเดีย จะนั่งเครื่องบินไปลงศรีลีงกา แล้วข้ามมามัทราส ก็ได้ เช่นเจ้าคุณพระศรีธวัชเมธี (ชนะ ภมรพล ป.ธ.9 M.A.) ผจล. วัดป่าเลไลยกฺ์์)

อีกเส้นทางหนึ่งนั่งเครื่องบินจากไทย ลงสนามบินดัม ดัม เมืองกัลกัตตา(ปัจจุบันคือโกลกัตตา) จากนั้นนั่งรถไฟจากสถานีกลางฮาวร่าห์ กัลกัตตา ไปลงสถานีกลางเมืองมัทราส ระยะทาง 1, 663 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 คืน หรือเกิน 24 ชั่วโมงก็แล้วกันหลวงปู่ทองอยู่ เลือกเดินทางทางรถไฟ ท่านบอกว่าเมื่อถึงสถานีมัทราสได้ใช้ภาษาพระพุทธเจ้า พิชิตแขกกุลีและแท็กซี่ ที่มารุมล้อมได้สำเร็จ

คนฟังมีทั้งพระและฆราวาสคอยฟังด้วยใจจดจ่ออยากรู้ ภาษาพระพุทธเจ้า

ท่านเล่าว่า ท่านมีของที่ขนไปทั้งของตนและของฝากพระนักศึกษา ทำให้กลัวว่า ของจะหายและไม่ปลอดภัย เพราะไม่ไว้ใจแขก เป็นที่น่าสังเกตว่า แขกที่มารุมล้อม เสนอตัวขนของ และบริการแท็กซี่ ค่อยๆ ถอยห่างออกไปทีละคนสองคน จนกระทั่งไม่เหลือ แต่ละคนได้แต่ส่ายหัว เดินออกไป เพราะฟังท่านพูดแล้วไม่รู้เรื่องท่านว่า เมื่อแขกคนใดคนหนึ่งพูดมา ท่านก็ตอบโดยใช้ภาษาพระพุทธเจ้าตอบแขกจะพูดว่าอะไรท่านไม่สน แต่จะตอบด้วยภาษาพระพุทธเจ้าว่า "สัพพีติโย วิวัชชันตุสัพพะโรโค วินัสสันตุ" แขกฟัง งงแปลไม่ได่ไม่เข้าใจ จึงทะยอยเดินออกไปจนหมด

เมื่อพิชิตแขกเสร็จสรรพ ท่านก็ไปหาตำรวจ คลี่กระดาษบันทึกให้ดู ว่าต้องการแท็กซี่ ไปมหาวิทยาลัยเท่านี้ ทุกอย่างราบรื่นท่านเล่าจบ ผู้ฟังยิ้ม หัวเราะชอบใจ ด้วยเหตุนี้จึงได้รับ ขนานนามว่า หลวงปู่เอนจอย เรื่องที่เล่านี้อาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง เพราะฟังมา 10? กว่าปี แต่ยังอยู่ในใจเสมอ

สุดท้ายขอเชิญทุกท่านมุทิตากับหลวงปู่อารมณ์ดี คงแก่เรียน เป็นสังฆโสภณ พระพรหมวชิรโมลี ดังที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตอนหนึ่งว่า พระสงฆ์ทรงสมณคุณยังมีอยู่