posttoday
เหรียญหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช รุ่นแรก พ.ศ.2506 เกจิดังกรุงเก่า

เหรียญหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช รุ่นแรก พ.ศ.2506 เกจิดังกรุงเก่า

28 มิถุนายน 2563

.

โดย...อาจารย์ชวินทร์ [email protected]    

*******************************

วันนี้มีโอกาสได้ส่องเหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2506 ของ หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราชวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรวมสภาพเป็นเหรียญปั๊มที่สวยมาก ผิวไฟอยู่ครบ ไม่ผ่านการใช้หรือการสัมผัสมาก่อนเลย พื้นเหรียญตึง

ตัวหนังสือเป็นแท่งคมชัด เอียงส่องจะเห็นตำหนิเส้นเสี้ยน,เส้นขนแมวบนพื้นเหรียญทำให้พิจารณาได้อย่างชัดเจน ที่ควรมีก็มีครบซึ่งเป็นจุดตายของเหรียญ ดูง่ายสบายใจแบบนี้เป็นเหรียญครูได้อย่างสบาย

เป็นธรรมชาติของเหรียญปั๊ม เมื่อปั๊มกระแทกเพื่อตัดเหรียญให้ขาดในคราวเดียว จะต้องปรากฏประกายบนพื้นเหรียญ หรือเส้นเสี้ยนที่เกิดจากแม่พิมพ์เป็นธรรมชาติ อย่างเหรียญนี้ด้านหน้าก็ปรากฏเส้นเสี้ยนกระจายอยู่ทั่วไป ด้านหลังก็เช่นกันนอกจากเส้นเสี้ยนแล้ว เอียงดูจะมีรอยเส้นรางๆ เหมือนวงเดือนทั้งด้านบน ส่วนด้านล่างเส้นจะวิ่งโค้งไปตามตัวหนังสือ นอกจากนี้แล้วตัวหนังสือจะต้องคมชัดเป็นแท่งชัดเจนครับ

เหรียญหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช รุ่นแรก พ.ศ.2506 เกจิดังกรุงเก่า

มาเริ่มไล่ส่องจุดพิจารณาตั้งแต่ด้านหน้ากันครับ

-เส้นเสี้ยนเหนือศีรษะตามแนวขวางคมชัด

-มีเส้นขนแมวในลายกนก

-เส้นหน้าผากคมชัด

-เส้นเสี้ยนคมติดขมับด้านซ้ายเชื่อมกับลายกนกฝั่งซ้าย

-เส้นรอบขอบตาคมชัด

-ดวงตาคมชัดเป็นเม็ด

-เส้นขนแมวที่สังฆาฏิตามแนวตั้งและแนวขวาง

-เส้นขนแมวพาดจากตัว "อ"ไปจรดเส้นจีวร 2 เส้นขนานกัน

-คำว่ากษัต จะมีเส้นขนแมววิ่งผ่าน ไม้หันอากาศไปยังตัวอักษร"ต"

-อักษร "ช" ตอนล่างจะมีตำหนิ

-เหนืออักษร"ช"มีเส้นขนแมว 2 เส้น

มาดูตำหนิด้านหลังกัน

-เริ่มจากยันต์ตัวบนสุด ปลายยันต์จะบี้แบนชัดเจน

-พื้นเหรียญจะเห็นรอยวงเดือนบางๆ โค้งจากซ้ายไปทางขวาทางด้านบน

-พื้นเหรียญด้านล่างจะเห็นรอยวงเดือนบางๆโค้งจากซ้ายไปทางขวาตามแนวตัวหนังสือ

-มีเส้นขนแมววิ่งระหว่างตัวยันต์ฝั่งซ้ายบน

-ตรงยันต์ใบพัดจะมีตำหนิเนื้อเกินที่ตัวยันต์และมีเนื้อเกินที่ขอบด้านใน

-พื้นเหรียญเรียบตึง

เหรียญหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช รุ่นแรก พ.ศ.2506 เกจิดังกรุงเก่า

หลวงพ่อเทียม ท่านเป็นพระเถระที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิปัสสนากัมมัฏฐาน และเป็นพระนักพัฒนาที่ได้รับความเลื่อมใสจากประชาชนพระนครศรีอยุธยา ท่านเริ่มต้นเรียนวิชาไสยศาสตร์แบบ ลบผง ลงยันต์กับอาจารย์ทรัพย์ ผู้เป็นลุงและนายสุ่นผู้เป็นบิดา พร้อมกับเรียนวิชาธาตุกสิณกับนายเงิน ผู้เป็นอา

เมื่ออายุ 20 ปีท่านได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดกษัตราธิราช  เมื่อวันศุกร์ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 8 ปีชวด ตรงกับวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2467 โดยมี พระครูวินยานุวัติคุณ (มาก อินทโชติ) เจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราชเป็นพระอุปัชฌาย์ และได้ศึกษากรรมฐานกับหลวงพ่อสี วัดสนามชัย และ อาจารย์จาบ วัดโบสถ์ อำเภอมหาราช ,ศึกษาเพิ่มเติมกับอาจารย์เหม็ง วัดประดู่ทรงธรรม และหลวงพ่อม่วง วัดโบสถ์

หลังจากนั้นท่านมาที่วัดประดู่ทรงธรรมอีกครั้งเพื่อศึกษาวิชากสิณ และเริ่มเรียนวิทยาคม เช่น เป่า พ่น ปลุกเสกลงเลขยันต์ ตามตำหรับวัดประดู่ทรงธรรม หลังจากนั้นย้อนกลับมาวัดกษัตราธิราช  ท่านได้นำตำราพิชัยสงครามกับตำรามหาระงับพิสดาร รวมถึงตำราเลขยันต์ติดตัวมาด้วย

หลังจากนั้นไม่นานก็เดินทางไปศึกษากรรมฐานเพิ่มเติมอีกครั้งที่วัดวรนาถบรรพต (วัดเขากบ) นครสวรรค์ เมื่อศึกษาสำเร็จได้ตามที่ท่านตั้งใจแล้ว ท่านยังมาเป็นลูกศิษย์ ของก๋งจาบ ฆราวาสจอมขมังเวทย์ยุคเก่าสายวัดประดู่ทรงธรรมอีกด้วย

หลวงพ่อเทียม ท่านเป็นพระเถระที่ฝักใฝ่อยู่ในวิปัสสนาธุระ และมั่นคงอยู่ในเพศพรหมจรรย์

ตลอดชีวิตสมณะท่าน ท่านให้ความคุ้นเคยเป็นกันเองกับลูกศิษย์ทุกชนชั้น ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เพราะท่านมีความเมตตาให้แก่ลูกศิษย์ลูกหา ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลเมื่อมาพบท่านจะได้รับความเมตตาตลอด

อีกด้านหนึ่งท่านมีภาระต้องดูแลการบูรณะถาวรวัตถุภายในวัด ท่านจะใส่ใจดูแลสั่งการด้วยตนเอง และด้วยความที่ท่านต้องตรากตรำต่องานดูแลการบูรณะถาวรวัตถุภายในวัดนี่เอง จึงเป็นเหตุให้ ท่านเกิดอาพาธเป็นโรคอัมพาตขึ้นเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ.2517 จนท่านไม่สามารถจะไปไหนต่อไหนได้เหมือนแต่ก่อน

กระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้ากฐินส่วนพระองค์ ณวัดศีลขันธาราม ตำบลอ่างแก้ว อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2517

ขณะนั้นหลวงพ่อเทียม ท่านจึงมอบให้พระสำรวย รองเจ้าอาวาส วัดกษัตราธิราช นำรูปจำลองของท่านพร้อมด้วยตะกรุดมหาระงับแบบพิสดาร ลงตามตำรับเดิมของวัดประดู่ทรงธรรม เป็นโลหะตะกั่วถักด้วยด้ายและลงรักปิดทอง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. ยาว 12 นิ้ว ขึ้นทูลเกล้าฯถวายแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยมีหนังสือกราบทูลถึงสาเหตุที่ไม่สามารถมาทูลเกล้าฯถวายด้วยตนเองได้ เนื่องจากอาพาธด้วยโรคอัมพาต จากนั้นไม่นาน ทางวัดกษัตราธิราชก็ได้รับแจ้งจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงทราบว่าเจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราชอาพาธ

จึงมีพระราชประสงค์ จะนิมนต์ท่านเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ต่อมาท่านจึงได้เดินทางเข้าไปรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์โดยเป็นคนไข้ ในพระบรมราชานุเคราะห์ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นเวลา 1 เดือน และหลังจากที่อาการดีขึ้นตามลำดับ คณะแพทย์จึงอนุญาตให้กลับมาพักผ่อนที่วัดตามอัธยาศัย

วัตถุมงคลของท่านนอกจาก เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2506 แล้ว ยังมีรูปหล่อโบราณเนื้อโลหะผสมชนวนยันต์รุ่นแรก พ.ศ.2508 จำนวน 1,000 องค์ ใต้ฐานหลวงพ่อเทียมได้จารคำว่า “เทียม” สร้างถวายโดยพระสมุห์อำพล วัดประสาทบุญญาวาส กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีพระนาคปรก พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์อโยธยา , พระกริ่งพระพทุธกษัตราภิมงคล , รูปหล่อรุ่นแรก, พระเนื้อผงพิมพ์โบราณ , พระขุนแผนเคลือบ, พระพิมพ์สมเด็จเนื้อผง ,พระปรกใบมะขามมหาสิทธิโชค และเหรียญรูปเหมือนอีกหลายรุ่น รวมถึง ล็อกเกต-รูปถ่าย-เครื่องราง , ตะกรุดอีกหลายแบบ

หลวงพ่อเทียม ท่านเกิดเมื่อวันเสาร์ขึ้น 3 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2447 ในรัชกาลที่ 5  มรณภาพ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2522 หลวงพ่อละสังขาร ด้วยอาการสงบ สิริอายุได้ 75 ปี 55 พรรษา

ข่าวล่าสุด

SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst วิเคราะห์เอกสารการเงินไทย ยกระดับ Document Intelligence พร้อมยื่นจดสิทธิบัตร

SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst วิเคราะห์เอกสารการเงินไทย ยกระดับ Document Intelligence พร้อมยื่นจดสิทธิบัตร