ก้าวสู่ชีวิตใหม่ในปีใหม่ ด้วยการศึกษาปัจจัยสัมพันธ์แห่งธรรม(จบ)

  • วันที่ 07 ม.ค. 2553 เวลา 08:00 น.

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส dhamma_araya@hotmail.com

ปุจฉา : จะดำเนินชีวิตอย่างไร เนื่องในโอกาสที่จะย่างเข้าสู่ปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๓ เพื่อจะได้ถึงซึ่งประโยชน์สุขตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา ใคร่ขอความเมตตาช่วยแนะนำสั่งสอนแก่ชาวไทยด้วย ... เทอญ

กราบนมัสการด้วยความเคารพ
อารีย์ เตชะหรูวิจิตร

วิสัชนา : ซึ่งในพระพุทธศาสนาของเราก็ได้วางจุดมุ่งหมายของการเรียนรู้เพื่อชีวิตไว้ที่พระนิพพาน (ความสิ้นทุกข์) อันเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา ซึ่งจะต้องมีความพร้อมจากการพัฒนากาย–จิต ด้วยอำนาจทาน ศีล ภาวนา หรือศีล สมาธิ ปัญญา อันมีปรากฏอยู่ในแบบแผนศึกษาตามคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า พระไตรปิฎก ในปัจจุบัน ซึ่งได้แก่พระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคเจ้านั่นเอง ที่ให้ความสำคัญในการศึกษาไว้ ๓ หลักที่เรียกว่า ไตรสิกขา หรือศีล สมาธิ ปัญญา ตามที่กล่าว โดยการก้าวย่างอย่างมั่นคงไปตามมรรคาแห่งธรรม คือเรียนรู้ไปตามลำดับอย่างจริงจังจนเป็นผลและอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จนก้าวสู่การเจริญภาวนาซึ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งบนปัจจัยความสัมพันธ์ของศีล สมาธิ หรือทาน ศีล กับกระบวนการภาวนาเพื่อสร้างปัญญาดังเหตุผลที่กล่าวมา ซึ่งได้มีการกล่าวเปรียบเทียบไว้อย่างน่าศึกษา

อันธจักษุ – คนที่มืดบอด หมายถึง คนที่ยากไร้ ไม่มีปัญญาในการประกอบอาชีพ เป็นความทุกข์ คนยากจนเรียกว่าเป็นบุคคลที่มีผลทานน้อย ผลศีลน้อย การทำสมาธิภาวนาก็ไม่รู้จัก ไม่สนใจ – ควรหลีกไปให้ไกลอย่าได้คบหา

เอกจักษุ – คนตาเดียว หมายถึง คนฉลาดแต่ในทางโลก ฉลาดแต่ทำมาหากินเลี้ยงชีพ เป็นบุคคลที่มีฐานะดี แต่ไม่สนใจในศีลธรรม เป็นผู้มีคุณธรรมต่ำหรือขาดคุณธรรม ถึงแม้จะมีทรัพย์สมบัติมากหรือเกิดในตระกูลที่สูงก็จัดเป็นคนต่ำต้อยอยู่นั่นเอง ยังต้องประสบความทุกข์อยู่ร่ำไป แม้จะมีสมบัติ บริวาร ยศถาบรรดาศักดิ์มากมาย – ไม่ควรถือเอาเป็นเยี่ยงอย่างโดยเด็ดขาด

ทวิจักษุ – คนสองตา หมายถึง คนที่มีความรู้ทางโลกด้วยทางธรรมด้วย ในทางโลกก็บริบูรณ์ด้วยสมบัติพัสถาน ข้าวของเงินทองบริบูรณ์ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง และก็ยังมีทาน ศีลที่บริสุทธิ์ รู้จักสนใจฟังธรรม อบรมจิต ภาวนา ปฏิบัติธรรมจนได้ผล เกิดประโยชน์ในธรรม อย่างนี้เรียกว่าเป็นคนสองตา – ควรคบหาเป็นกัลยาณมิตร

จากหลักธรรมบุคคล ๓ จำพวกที่นำขึ้นมากล่าว แสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาของเรานั้นได้วางหลักการ หลักธรรมปฏิบัติเพื่อประโยชน์แห่งสัตว์ทั้งหลายไว้อย่างสมบูรณ์ แจกแจง แยกแยะให้เห็นความสำคัญของหลักธรรมตั้งแต่เบื้องต้น (ศีล) ท่ามกลาง (สมาธิ) และที่สุดคือปัญญา (ปัญญา) ซึ่งเคยมีปรากฏอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานของสังคมไทยซึ่งเราเรียกกันว่า วิถีสังคมแห่งพุทธศาสนา หรือวิถีพุทธจนติดปากกันมา ซึ่งจัดวางปัจจัยสัมพันธ์เพื่อพัฒนาชีวิตไว้อย่างละเอียดแยบคาย อันควรศึกษาเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตไปเบื้องหน้าเพื่อให้ถึงความสุข ความเจริญ โดยธรรมตามที่กล่าวปุจฉามา ซึ่งหากสังคมไทยชักชวนกันกลับมาร่วมกันฟื้นฟู สืบสานการปฏิบัติให้ถูกต้องตามแบบแผน ตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ประโยชน์ และความสุขที่ชอบโดยธรรมก็พึงหวังได้ ประเทศชาติก็จะสงบ ชาวไทยก็จะสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยปัจจัยสัมพันธ์แห่งธรรมที่จะก่อรูปสืบสาน เสริมสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นในดวงจิต จะร้อยเรียงวิถีชีวิตของทุกคนให้เป็นไปตามแบบแผนแห่งธรรมในพระพุทธศาสนา และจะสร้างคุณค่าให้มีความเห็น ความคิด ความอ่าน การกระทำ ที่ไม่แตกต่างกัน สังคมไทยจะก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป โดยสรุปหากหัวใจคนไทยถูกร้อยเรียงด้วยสายธรรมตามที่กล่าวมา ด้วยอำนาจทาน ศีล ภาวนา ก็จะนำพาชาวไทยไปสู่ความเจริญ อุดมสมบูรณ์ด้วยคุณธรรม คืนกลับสู่ความเป็นดินแดนอารยธรรม ตั้งมั่นอยู่กับความพอเพียง ดำรงชีวิตอย่างมีความสุขใจด้วยฐานะของชาวพุทธที่สมบูรณ์ด้วยศีลธรรม อุดมด้วยสติปัญญา มากด้วยเมตตาบารมี รู้จักประกอบกรรมดีทุกถิ่นฐาน สุขสำราญทั่วไทย ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ไม่ว่ากาลไหนๆ ชาติไทย ชาวไทย และทุกชีวิตจะถึงซึ่งประโยชน์สุขแห่งธรรม มีความเจริญก้าวหน้าสืบต่อไปแน่นอน จึงขออำนวยอวยพรให้ชาวไทยเข้มแข็งด้วยศีล มั่นคงโดยธรรม สงบสุขด้วยสติปัญญา นำพาตนและชาติพ้นภัย มุ่งสู่ความเป็นชาติไทย เจริญสืบสานสันติธรรม–สันติสุขให้กับประเทศชาติและสังคมโลกสืบต่อไป... เทอญ

ขอเจริญพร

**ส่งคำถามหรือ แสดงความเห็นในเรื่องต่างๆได้ที่ คอลัมน์ธรรมส่องโลก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อาคารบางกอกโพสต์ 136 ถนน ณ ระนอง แยกสุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 โทรสาร 02-671-3132

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ