ก้าวสู่ชีวิตใหม่ในปีใหม่ด้วยการศึกษา ปัจจัยสัมพันธ์แห่งธรรม(๓)

วันที่ 05 ม.ค. 2553 เวลา 08:00 น.
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส dhamma_araya@hotmail.com

ปุจฉา : จะดำเนินชีวิตอย่างไร เนื่องในโอกาสที่จะย่างเข้าสู่ปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๓ เพื่อจะได้ถึงซึ่งประโยชน์สุขตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา ใคร่ขอความเมตตาช่วยแนะนำสั่งสอนแก่ชาวไทยด้วย... เทอญ

กราบนมัสการด้วยความเคารพ
อารีย์ เตชะหรูวิจิตร

วิสัชนา : เมื่อพิจารณาโดยธรรมจะได้ความหมายของศีลแปลว่าความปกติ อันเป็นคุรุธรรมของสัตว์สังคม เป็นวินัยเบื้องต้นของบุคคลที่ต้องการความประเสริฐ และเป็นเครื่องจำแนกคนออกจากสัตว์ อันเป็นไปตามหลักปกติธรรมซึ่งปรากฏอยู่ในธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยนั้นๆ ปกติคนที่มีฐานะความเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐจะต้องไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดเท็จ จะต้องไม่เสพของมึนเมาให้โทษ ศีลทั้งห้าข้อนั้นแสดงความเป็นปกติของมนุษย์ที่ประเสริฐ หรือบุคคลที่มีคุณธรรม ที่สามารถพัฒนาความรู้ ความสามารถ สร้างเสริมสติปัญญาให้มีคุณภาพและคุณสมบัติ ที่เหนือกว่าสัตว์ใหญ่น้อยทั้งหลาย หรือเหนือกว่าสัตว์เดรัจฉาน ก็เพราะสติปัญญาของมนุษย์นี้เอง ที่สามารถแสดงออกได้ทางการกระทำว่า อยู่ในสภาพปกติตามฐานะของมนุษย์ที่ประเสริฐหรือไม่ ถ้ารักษาศีล ๕ ไว้ได้ก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าผิดศีลก็ผิดปกติ มีการใช้ศีล ๕ ข้อเป็นเครื่องวัดคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์ โดยเปรียบเทียบว่าการมีศีล ๕ ข้อครบเท่ากับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าใครกระทำศีลขาดไปกี่ข้อ ก็ให้หักออกไปตามจำนวนข้อ ข้อละ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อวัดผลว่า บัดนี้เรามีคุณสมบัติของชาวพุทธในฐานะของมนุษยชาติเหลืออยู่กี่เปอร์เซ็นต์ซึ่งถ้าศีลขาดทั้งหมดครบ ๕ ข้อก็สามารถสรุปได้ว่า ได้ขาดจากความเป็นมนุษย์หรือสัตว์ที่ประเสริฐไป ณ บัดนั้นซึ่งความผิดปกติย่อมเกิดขึ้นกับบุคคลผู้นั้น และจะนำชีวิตไปสู่ความวุ่นวาย อยู่อย่างไร้ความสงบ เพราะการขาดศีล เสื่อมธรรม ซึ่งสภาพของสังคมไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มไปในทิศทางดังกล่าวอย่างสูงจนเสียความปกติ กลายเป็นสังคมอัมพาตทางด้านศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม ซึ่งจะต้องรีบเร่งแก้ไขอย่างรวดเร็วในปัญหาดังกล่าว เพื่อให้การขับเคลื่อนในภาวะรวมของสังคมให้เป็นไปได้ด้วยดีตามจุดมุ่งหมายของการพัฒนาประเทศชาติที่มีเป้าหมายเพื่อความสุข ความเจริญ ของประชาชาติ

จากความผิดปกติของคนในสังคมที่มีมากขึ้นเพราะประพฤติผิดศีล จึงทำให้มีการก่อการทะเลาะวิวาท สร้างความแตกแยก ไม่รู้รักสามัคคี และไม่สามารถดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามหลักธรรมความพอเพียงหรือความสันโดษได้ แม้จะรู้จะเข้าใจว่า “ปรัชญาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง” มีคุณค่ายิ่งนักต่อการใช้บริหารชีวิตโดยเฉพาะเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับการดำรงตนอยู่ในสังคมที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง และต้องต่อสู้กันเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ซึ่งจะต้องแข่งขันกันระหว่างบุคคลต่อบุคคลในสังคม และสังคมต่อสังคม ทั้งนี้เพราะการเสียพื้นฐานความเป็นคนปกติมีศีลวิบัติ ทิฏฐิวิบัติ มีการทอดทิ้งขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของบรรพชน ซึ่งสร้างสรรค์ความเป็นเอกลักษณ์ไว้ให้ดีแล้วอย่างน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

อันจะส่งผลให้พื้นฐานแห่งการดำรงชีวิตที่เคยเข้มแข็งมั่นคงสูญเสียไป และยังจะขยายผลสืบเนื่องต่อไปจนเข้าสู่ความล่มสลายของสังคมทั้งในเมืองและชนบทในทุกเขตแดนของประเทศชาติ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยับยั้งได้ โดยเฉพาะปัญหาความเสื่อมจากศีลที่นำไปสู่ความไร้วินัยของสังคมจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เห็นเป็นความปกติของความประพฤติ ที่ไร้อารยธรรมของสังคมไทยที่อ้างว่าเป็นสังคมชาวพุทธ แต่มิได้ประพฤติตามคุณสมบัติของชาวพุทธดังภาพรวมที่ปรากฏอยู่ในสังคมปัจจุบัน แม้จะอ้างว่าคนดีมีศีลธรรม ผู้ที่มั่นคงในวินัยแห่งความเป็นชาวพุทธยังพึงมีอยู่ แต่ก็น้อยนิดนักหากเปรียบเทียบเชิงปริมาณอีกทั้งยังขาดความกล้าหาญในการแสดงออกถึงความเป็นเอกภาพของคนดีในสังคมวิถีพุทธ จนเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดมาเพื่อสืบต่อเผ่าพันธุ์ไม่มีต้นแบบของบรรพชนชาวพุทธที่แท้จริงไว้ให้มองดู เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการเรียนรู้ เพื่อเป็นแบบฉบับแห่งชีวิตในการสืบทอดปฏิบัติกันต่อไปในสังคม

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะคิดการแก้ไข มีแผนพัฒนาชาติที่ดีอย่างไรก็ตาม หากไม่เตรียมพร้อมทรัพยากรบุคคลไว้รองรับการเจริญเติบโตของประเทศชาติ ให้มีคุณภาพบุคลากรที่ดีมีความเป็นปกติในฐานะสัตว์สังคมที่เป็นมนุษยชาติ ก็คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากต่อการที่จะทำปัญหาของชาติที่ประสบอยู่ให้หมดสิ้นไป โดยเฉพาะการขจัดความขัดแย้งขอกลุ่มคนในสังคมที่หวังว่าต้องการให้มีความรักสามัคคีนั้นก็คงเกิดขึ้นได้ยาก เพราะวันนี้ปัญหาดังกล่าวนำพาประเทศชาติมาไกลเกินกว่าจะวกกลับไปสู่จุดเดิม จึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาปัญหาดังกล่าวให้ละเอียดทุกองคาพยพ รู้จักพิจารณาแยกแยะ แจกแจง สอดส่องดูปัจจัยสัมพันธ์ที่สืบเนื่องส่งต่อกันมา เพื่อค้นคว้าสืบสาวกลับไปหามูลเหตุที่แท้จริงของสภาพสังคมไทย ที่ส่งต่อวิถีกรรมวิบากร่วมกันมาด้วยกิเลสมูลของสังคม จากองค์รวมของบุคคลที่เรียกว่าประชาชาติ

อ่านต่อฉบับหน้า

**ส่งคำถามหรือ แสดงความเห็นในเรื่องต่างๆได้ที่ คอลัมน์ธรรมส่องโลก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อาคารบางกอกโพสต์ 136 ถนน ณ ระนอง แยกสุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 โทรสาร 02-671-3132