การสูญเสียสมเด็จพระพุทธชินวงศ์เป็นการสูญเสียพระเถระที่ชำนาญด้านบาลีและวิปัสสนาภาวนา

  • วันที่ 02 ก.ค. 2562 เวลา 18:59 น.

การสูญเสียสมเด็จพระพุทธชินวงศ์เป็นการสูญเสียพระเถระที่ชำนาญด้านบาลีและวิปัสสนาภาวนา

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ปฏิบัติศาสนกิจจวบจนวาระสุดท้าย ลมหายใจเพื่อบาลี พระพุทธศาสนา และวิปัสสนาภาวนา

พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม รองเจ้าคณะกรุงเทพฯ ในฐานะผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม เปิดเผยว่า การมรณภาพของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ และรองอธิการบดี มจร วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นับเป็นการสูญเสียพระมหาเถระที่มีความรู้ เชี่ยวชาญ ด้านการศึกษาพระบาลี และด้านการวิปัสสนาภาวนา

พระเทพสุวรรณเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้เดินทางปฏิบัติศาสนกิจ เป็นประธานเปิดโครงการปฏิบัติธรรมเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมคณะสงฆ์หนกลาง ณ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม หลังจากนั้น ได้เดินทางมาเยี่ยมผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิต ในวันเปิดการเรียนการสอนสัปดาห์แรก ประจำปีการศึกษา 2562 ชมการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา วิปัสสนาภาวนา โครงการศึกษาพระบาลีภาษาพระพุทธเจ้า และได้เป็นประธานสงฆ์ร่วมฉันภัตตาหารเพล พร้อมด้วยคณาจารย์ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และพระนิสิตวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม

ทั้งนี้ ภาคบ่ายของวันเดียวกันได้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารวิทยาเขตมีวาระที่สำคัญคือ 1.รับทราบสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติหลักสูตร และให้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่รับเปรียญธรรม 9 ประโยคเข้าศึกษา เป็นหลักสูตรในฝันของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เพราะตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถาบันตลอดระยะเวลา 32 ปี เปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีเท่านั้น วาระดังกล่าวนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ได้รับฟังและพูดเสนอแนะการเรียนการสอนปริญญาเอก ด้วยใบหน้าสดชื่น เสียงดังฟังชัด2.รับทราบความก้าวหน้าโครงการขยายที่ตั้งวิทยาเขตโดยการจัดสร้างสถาบันวิปัสสนานานาชาติ “สมเด็จพระพุทธชินวงศ์”  โดยโครงการดังกล่าวนี้ วิทยาเขตได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดิน จำนวน 5 ไร่ เป็นเงิน  17 ล้านบาท จ่ายทำสัญญาซื้อขายแล้ว 5 ล้านบาท ยังเหลือที่จะต้องชำระทั้งหมดทั้งสิ้นภายใน 2 ปี อีก 12 ล้านบาท พระเทพสุวรรณเมธีได้ถวายรายงานว่า เงินจำนวน 12 ล้านบาทมีผู้บริจาคแล้วจำนวน 2.2 ล้านเห็นสมควรจัดทำงบประมาณจัดสร้างอาคารเข้าในแผนงบประมาณของมหาวิทยาลัย ในปีงบประมาณ 2564 ในวาระดังกล่าวนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้พูดในที่ประชุมว่า อยากให้งานนี้เป็นงานของคณะสงฆ์ร่วมกันพัฒนาและให้แจ้งญาติโยมที่เคยอุปถัมภ์ให้มาช่วยกันสร้าง เพื่อการศึกษาบาลี วิปัสสนา และพระพุทธศาสนาสำหรับลูกหลานไทยในอนาคต

รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกุล ลูกศิษย์ที่เคยติดตามทำหน้าที่เลขานุการ ตั้งแต่สมัยเป็นพระมหาเวทย์ วรัญญู ยุคดำริเริ่มจัดตั้งสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส กล่าวว่า ผลงานชิ้นสำคัญในชีวิตการทำงานด้านภาษาบาลี วิปัสสนาและพระพุทธศาสนา คือ การจัดทำคัมภีร์สัททานุกรมพระไตรปิฏก ซึ่งเจ้าพระคุณสมเด็จได้เริ่มงานนี้มา เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชปริยัติโมลี” เมื่อเกือบ 30 ปีมาแล้ว

ทั้งนี้ ตั้งเป้าในการจัดทำให้ครบทุกตัวอักษร จัดพิมพ์ในภาคภาษาไทย จำนวน 69 เล่ม แต่ท่านทำงานนี้ตลอดทั้งชีวิต ด้วยความละเอียดอ่อนพิถีพิถัน เพื่อสร้างบรรทัดฐานวิชาการบาลีพระไตรปิฏก ดำเนินการปริวรรตแปลจัดพิมพ์เสร็จสมบูรณ์เพียง 4 เล่มเท่านั้น เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ก่อนวันมรณภาพ 1 วัน หลังจากเลิกประชุม เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้กำชับให้ผู้รับผิดชอบโครงการจัดทำสัททานุกรมพระไตรปิฎกเชิงวิจัยฉบับบาลี-ไทย ให้นำเล่มที่ 5 ซึ่งเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้ตรวจเป็นรอบสุดท้ายพบว่า มีอักษรคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง ขอให้นำไปแก้ไข และมอบให้พระเทพสุวรรณเมธี ทำหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำ และพิมพ์เผยแผ่ต่อไป

พระเทพสุวรรณเมธี กล่าวว่า เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ อาพาธด้วยโรคไต ตั้งแต่ปี 2554 และเข้ารับการรักษาตามลำดับสภาพอาการของโรคเป็นลำดับเรื่อยมา ก็ยังคงปฏิบัติศาสนกิจเป็นปกติ ตลอดระยะเวลา 8 ปี แม้วันสุดท้าย ในการปฏิบัติศาสนกิจ ก่อนจะพบแพทย์ตามนัด ในวันศุกร์ ที่ 28 มิ.ย.2562 เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้เข้ารับการรักษา ตามนัดหมายของแพทย์ในเวลา 14.00 น. ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ เกิดอาการหัวใจขาดโลหิตเฉียบพลัน และถึงแก่มรณภาพด้วยอาการอันสงบ ในเวลา 17.24 น. สิริรวมอายุได้ 78 ปี4 เดือน 58 พรรษา

ประวัติโดยสังเขป สมเด็จพระพุทธชินวงศ์อดีตเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ มีนามเดิมว่า สมศักดิ์ ชูมาลัยวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2484  เป็นบุตรของ นายเหลี่ยม นางสำลี ชูมาลัยวงศ์ เป็นชาวอ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา อุปสมบท เมื่ออายุ 20 ปี ณ วัดละมุด ต.ปากจั่น อ.นครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค และสำเร็จการศึกษาปริญญาเอก สาขาประวัติศาสตร์เอเซียโบราณ จากมหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอินเดีย

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ดำรงตำแหน่งงานด้านการศึกษาที่สำคัญๆ ของคณะสงฆ์ คือ ครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ชั้นเปรียญธรรม 6 ประโยค และ 7 ประโยค สำนักเรียนวัดชนะสงคราม, ชั้นเปรียญธรรม 5 ประโยค และ 6 ประโยค สำนักเรียนวัดดาวดึงษาราม, ชั้นเปรียญธรรม 8 ประโยค และ 9 ประโยค สำนักเรียนคณะสงฆ์ส่วนกลางวัดสามพระยา และเคยดำรงตำแหน่งคณบดี คณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ด้านการปกครองคณะสงฆ์ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ดำรงตำแหน่งงานที่สำคัญๆ คือ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เป็นรองเจ้าคณะภาค 13 ต่อมาได้รับพระบัญชาให้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดพิชยญาติการาม เมื่อพุทธศักราช 2540 และได้รับตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ตามลำดับ คือ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 15, เจ้าคณะภาค 1, ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง, กรรมการมหาเถรสมาคม, ประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ และประธานพัฒนาปรับปรุงพุทธมณฑล โดยงานสุดท้ายที่สำคัญ คือ การจัดสร้างอาคารปฏิบัติธรรม “โพธิญาณวิชชาลัย” ณ พุทธมณฑล ด้วยงบประมาณ 135 ล้านบาท

เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เป็นผู้ดำริจัดตั้งสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส เพื่อจัดกาเรียนการสอนคัมภีร์พื้นฐานบาลีพระไตรปิฎก ได้แก่ คัมภีร์ศัพทศาสตร์ นิฆัณฑุศาสตร์ ฉันทศาสตร์ เกฏุภศาสตร์ ซึ่งต่อมามหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ยกสถานภาพขึ้นเป็นวิทยาเขต ลำดับที่ 10 ชื่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ซึ่งจัดการเรียนการสอน สาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์, พระพุทธศาสนา, พระไตรปิฎกศึกษา และวิปัสสนาภาวนา ตั้งแต่ ชั้นปริญญาตรี จนถึงชั้นปริญญาเอก ปัจจุบันมีนิสิตทุกสาขาวิชา จำนวน 490 รูป

นอกจากนั้น เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ยังได้สร้างผลงาน วรรณกรรมวิชาการบาลี และวิปัสสนาไว้มากมาย เช่น สัททานุกรมพระไตรปิฎกเชิงวิจัย ฉบับบาลีไทย การศึกษาเชิงวิเคราะห์พระคาถาธรรมบท ตรวจชำระคัมภีร์สัททนีติเป็นต้น จนได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่ง “ศาสตราจารย์พิเศษ” ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดทางวิชาการด้านภาษาบาลี นอกจากนั้น รัฐบาลสหภาพเมียนมา ได้ถวายตำแหน่ง “อัครมหาบัณฑิต” เพื่อเชิดชูเกียรติคุณพระมหาเถระผู้มีผลงานทางภาษาบาลี และวิปัสสนาภาวนา

เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ นับเป็นพระมหาเถระ ผู้เป็นแบบอย่างของพระนักวิชาการ นักปฏิบัติ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์มาตามลำดับ คือ พระศรีสุทธิพงศ์ พระราชปริยัติโมลี พระเทพปริยัติโมลี พระธรรมโมลี พระพรหมโมลี และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าสถาปนา ให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ที่ “สมเด็จพระพุทธชินวงศ์” เมื่อพุทธศักราช 2554

ข่าวอื่นๆ