สุนทรภู่ มีชีวิตที่พิพิธภัณฑ์วัดเทพธิดาราม

  • วันที่ 24 เม.ย. 2562 เวลา 14:41 น.

สุนทรภู่ มีชีวิตที่พิพิธภัณฑ์วัดเทพธิดาราม

โดย สมาน สุดโต

พระสุนทรโวหาร หรือ สุนทรภู่ กวีเอกรัตนโกสินทร์ ปรากฏกายให้เห็นตัวเป็นๆ ที่กุฏิในวัดเทพธิดารามวรวิหาร ที่ท่านเคยพำนัก ขณะเป็นพระภิกษุในสมัยรัชกาลที่ 3 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สุนทรภู่

พระวิสุทธิวราภรณ์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ บอกว่า พระสุนทรโวหาร หรือสุนทรภู่ ที่คนไทยคุ้นเคยอยู่ที่วัดเทพธิดารามหลายปี ท่านถึงอนิจกรรม พ.ศ. 2398 หรือผ่านไป 164 ปี แต่ปรากฏตัวเป็นๆ ต่อหน้าผู้มาเยือนโดยผ่านระบบ AR (Actual Reality) พร้อมทั้งจัดให้ผมได้สัมผัสความอัศจรรย์

ฉากแรกท่านเจ้าคุณให้ผมยืนข้างต้นชาเขียวที่หน้ากุฏิสุนทรภู่ และให้มองตรงไปยังจุดหมายที่ท่านกำหนด จากนั้นท่านใช้แทบเล็ตถ่ายภาพ เมื่อนับ 1-10 เสร็จแล้วให้ดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เห็นแล้วรู้สึกตกใจครับ เพราะสุนทรภู่ตัวเป็นๆ ครองจีวรรัดกุม เด็ดใบชาเขียวส่งให้ผม

ชาเขียวที่หน้ากุฏิ ที่พระสุนทรโวหา ร(ภู่) เคยเด็ดมาชงดื่ม เพราะยากจนไม่มีปัจจัยซื้อชาจีนไว้ชงดื่มอีกภาพหนึ่ง ภายในกุฏิที่สุนทรภู่ ท่านเจ้าคุณซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้อาวาสวัดเทพธิดาราม จัดให้ผมนั่ง สั่งให้มองตามเครื่องหมายที่กำหนดไว้ และใช้แทบเล็ตจับภาพ นับ 1-10 จบ ภาพในจอคอมพิวเตอร์ที่ท่านเจ้าคุณให้ดู เป็นภาพที่ผมนั่งข้างๆ ท่านสุนทรภู่ ที่กำลังแต่งโคลงลงในกระดานดำแบบโบราณ

ยังมีภาพทะลุ 3 มิติอีกหลายภาพ เช่น กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พร้อมกับสตรีผู้ติดตาม เสด็จมาเยี่ยม เป็นต้น

ภาพอัศจรรย์ต่างๆ นี้เป็นภาพเสมือนจริง ผ่านระบบ AR ทำให้เห็นชีวิตสุนทรภู่ ขณะเป็นพระภิกษุตัวเป็นๆ ที่ดาราชายของช่อง 3 รับบทแสดงเป็นสุนทภู่ ในช่วงที่พัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต เมื่อ พ.ศ. 2560

นอกจากระบบ AR ที่สร้างความตื่นเต้นแก่ผู้มาเยือนแล้ว สิ่งของครื่องใช้ หรืออัฐบริขาร ที่สุนทรภู่เคยใช้ เมื่อครั้งเป็นพระภิกษุ ยังเก็บรักษาไว้เหมือนเดิม เช่น เตียงนอน ตาละปัตร กาต้มน้ำร้อน บาตร ปิ่นโต และ ภาชนะใส่อาหาร ซึ่งกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุทั้งสิ้น

นอกจากที่กล่าวแล้ว ผมยังตื่นตาตื่นใจกับลายมือมหากวีเอกแห่งรัตนโกสินทร์ ในสมุดข่อย และตำราเลขยันต์ อยู่ยงคงกระพันชาตรี ที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่กุฏิแห่งนี้เช่นกัน ซึ่งพระวิสุทธิวราภรณ์ ว่า ตำรานี้เป็นของโบราณ เป็นต้นฉบับที่เกจิหลายสำนักลอกเลียนแบบและนำไปใช้

สุนทรภู่เกิดเกิดเมื่อ 26 มิ.ย. 2329 ที่วังหลัง (บริเวณที่ตั้งโรงพยาบาลศิริราช) และถึงอนิจกรรมเมื่อ พ.ศ. 2398 ขณะอายุ 70 ปี ที่บ้านพระยามณเฑียร ที่ริมคลองบางหลวง ชีวิตสุนทรภู่ เมื่อรุ่งเรือง เคยเป็นกวีรับใช้ใกล้ชิดเบื้องยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ในช่วงนั้นได้สร้างผลงานไว้มาก เมื่อสิ้นรัชกาลที่ 2 ก็ตกอับดังที่ท่านเขียนว่า " แต่สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์"

ตกอับหนักถึงกับถูกถอดจากบรรดาศักดิ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงออกบวชที่วัดราชบุรณะ หรือวัดเลียบ แต่อยู่ไม่ได้ ท่านเขียนนิราศภูเขาทองว่า "โอ้อาวาสราชบุรณะพระวิหาร แต่นี้นานนับทิวาจะมาเห็น เหลือรำลึกนึกน่าน้ำตากระเด็น เพราะขุกเข็นคนพาลมารานทาง" แม้ว่าจะตกอับกลับเป็นช่วงที่ท่านมีผลงานมากมายตลอดเวลา 26 ปี แห่งรัชกาลที่ 3 เช่น รำพันพิลาป นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศวัดเจ้าฟ้า นิราศภูเขาทอง นิราศเมืองเพชร นิราศพระประธม นิราศสุพรรณ และนิราศอิเหนา ส่วนผลงานที่ได้รับยกย่องมาก ได้แก่ นิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณี ที่เป็นวรรณคดีที่ยิ่งใหญ่ตราบถึงทุกวันนี้

ท่านอยู่ในสมณะเพศนานถึง 19 ปี เที่ยวธุดงค์ผจญภัยไปทั่ว ดังที่ท่านเขียนว่า "ทางบกเรือเหนือใต้เที่ยวไปทั่ว จังหวัดหัวเมืองสิ้นทุกถิ่นฐาน" แต่ก็ลำบากทุกข์ระทม เช่นท่านเขียนว่า "ไปขึ้นเขาเล่าก็ตกอกระบม ทุกข์ระทมแทบจะตายเสียหลายคราว"

ชีวิตสุนทรภู่กลับมารุ่งอีกครั้ง ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมพระราชวังบวร ทรงตั้งให้เป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ มีชื่อว่า พระสุนทรโวหาร ขณะที่มีอายุ 65 ปี และดำรงตำแหน่งนี้ จนถึงอสัญกรรม เมื่ออายุ 70 ปี ใน พ.ศ. 2398

เมื่อ พ.ศ. 2529 ในวาระครบรอบวันเกิด 200 ปี องค์การยูเนสโก ยกย่องให้พระสุนทรโวหาร (ภู่) เป็นบุคคลที่มีผลงานดีเด่นทางด้านศิลปวัฒนธรรมของโลก เป็นคนไทยลำดับที่ 5 ที่ได้รับการยกย่อง (นับถึง พ.ศ. 2547 )

ถ้าต้องการชมบ้านกวี สัมผัสชิวิตสุนทรภู่ ตัวเป็นๆ เชิญพิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิดาราม เปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. แต่เพื่อความสะดวก ท่านสามารถติดต่อท่านเจ้าคุณ พระวิสุทธิวราภรณ์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ ได้ที่โทร. 085 1208914 เพราะจะได้พบสุนทรภู่ตัวเป็นๆ ผ่านระบบ AR ดังที่หลายท่านได้สัมผัสครับ

ข่าวอื่นๆ