ค่ายคุณธรรม สร้างเยาวชนต้นแบบ

  • วันที่ 09 ก.ย. 2561 เวลา 09:32 น.

ค่ายคุณธรรม สร้างเยาวชนต้นแบบ

โดย วรธาร

เมื่อวาน (8 ก.ย.) มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโครงการค่ายคุณธรรมจริยธรรม สร้างเยาวชนต้นแบบ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ณ ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาและพัฒนาสังคม วัดสุทธิวราราม ซึ่งวัดและโรงเรียนวัดสุทธิวรารามร่วมกันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 ก.ย. 2561

วัดสุทธิวราราม โดยการนำของพระสุธีรัตนบัณฑิต (สุทิตย์ อาภากโร, ดร., ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม พระนักคิด นักพัฒนา นักบริหารและนักการศึกษา ขณะที่โรงเรียนโดยการนำของ ดร.อารีย์ วีระเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสุทธิวราราม โดยมีงานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม โรงเรียนวัดสุทธิวราราม นำโดย ณัฐพล อำนวย หัวหน้างานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม รับผิดชอบ

ขณะที่พระวิทยากรอบรม พระมหาพร้อมพงศ์ ปภสฺสรจิตโต ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาและพัฒนาสังคม วัดสุทธิวราราม นำทีมพระวิทยากรวัดสุทธิวราราม และทีมวิทยากรธรรมะอารมณ์ดี นำโดย พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (วีรพล) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา

ความจริงโครงการนี้ได้จัดไปแล้ว 3 รุ่น รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 4 นักเรียนที่เข้าค่ายเป็นนักเรียน ม.4 และ ม.1 จำนวน 1,000 คน โดยประมาณ รุ่นแรก ม.4 เข้าค่ายวันที่ 17-19 ส.ค. 2561 รุ่นที่ 2 ม.4 วันที่ 24-26 ส.ค. รุ่นที่ 3 ม.1 วันที่ 31 ส.ค.-2 ก.ย. และรุ่นที่ 4 ม.1 วันที่ 7-9 ก.ย. 2561

“สถานการณ์โลกในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ก่อให้เกิดปัญหาความวุ่นวาย ขาดความสามัคคีในสังคม การแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนคือการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์ ซึ่งเยาวชนเปรียบเป็นต้นกล้าของอนาคตที่ดี หากได้รับการแนะนำแนวทางที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต ด้วยเหตุนี้ท่านเจ้าคุณพระสุธีรัตนบัณฑิตกับผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสุทธิฯ จึงเห็นตรงกันให้มีโครงการนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเอาคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ มาช่วยจรรโลงจิตใจเยาวชนให้เกิดความเข้มแข็งมีคุณธรรมจริยธรรมประพฤติตนเป็นคนดี เป็นเยาวชนต้นแบบในสังคม” หัวหน้างานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เล่าที่มาโครงการ

จุดเด่นของโครงการอยู่ที่การได้ทีมวิทยากรมืออาชีพ และรูปแบบกิจกรรมดีๆ สนุกสนานและได้สาระโดยที่เด็กๆ ไม่รู้สึกเบื่อและทุกคนมีส่วนร่วม เริ่มต้นวันแรกด้วยทีมธรรมะอารมณ์ดีที่มาสร้างความสุข และฮาแบบมีสาระ เรียกว่าเป็นการเปิดใจน้องๆ ให้พร้อมทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านฐานการเรียนรู้ทั้ง 6 ฐาน ประกอบด้วย

ฐานที่ 1 หลักธรรมนำทาง พระวิทยากรจะปลูกฝังคุณธรรมต่างๆ เช่น ความกตัญญกตเวทีให้แก่เด็กๆ ฐานที่ 2 จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน เน้นให้น้องๆ ใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีคุณค่าและตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ฐานที่ 3 การคัดแยกขยะและลดโลกร้อน สอนให้รู้จักการคัดแยกขยะ ฐานที่ 4 พุทธศิลป์ ให้เด็กศึกษาภาพจิตรกรรมภายในวัด ฐานที่ 5 พุทธศาสน์ ศึกษาหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เช่น ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นต้น

“ฐานที่ 6 ฮีโร่ของฉัน เป็นฐานที่เด็กๆ ชอบมาก มีการแบ่งเป็นกลุ่ม ทุกคนจะช่วยกันคิดเรื่องราวของฮีโร่ขึ้นมาเรื่องหนึ่ง จากคำที่เรากำหนดให้ทั้งหมด 10 คำ นำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราว ซึ่งในเรื่องนั้นต้องมีฮีโร่ ความยากจะอยู่ที่คำทั้ง 10 คำ ที่ต้องโยงมาผูกเป็นเรื่องให้ได้” อาจารย์ณัฐพล กล่าว

ขณะที่กิจกรรมช่วงบ่ายวันที่ 8 ก.ย. เน้นให้เด็กๆ ได้รู้จักการคิดและแก้ไขปัญหาสังคม โดยมีการแบ่งกลุ่ม 24 กลุ่ม เริ่มจากพระอาจารย์จะอธิบายถึงปัญหาต่างๆ ในสังคมไทยมีอะไรบ้าง เพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นภาพ เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาโรคเอดส์ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้น จากนั้นให้แต่ละกลุ่มจับสลากใครจะได้หัวข้ออะไร แต่จะเป็นหัวข้อที่อยู่ใกล้ตัว เช่น ปัญหาการขาดโรงเรียน การมาเรียนสาย เป็นต้น

“พอได้หัวข้อปัญหาแล้วก็มาวิเคราะห์ปัญหาว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แล้วจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร เสร็จแล้วก็ต้องมาพรีเซนต์ให้เพื่อนๆ ฟัง นี่เป็นกิจกรรมที่เราต้องการให้เด็กๆ ได้รู้จักการคิด การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นในชีวิตประจำวัน เวลาเจอปัญหาเขาจะได้รู้จักคิดและหาทางแก้ไขด้วยตัวเอง”

ภาคกลางคืน มีกิจกรรมจุดเทียนแห่งปัญญา ส่วนใหญ่พระอาจารย์จะนำการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางสอนเด็กๆ โดยช่วงจุดเทียนพระอาจารย์จะจุดเทียนส่งให้ครู แล้วครูก็จุดเทียนส่งต่อให้กับนักเรียน ทุกคนจะอธิษฐานว่าตัวเองจะเป็นเยาวชนต้นแบบอย่างไร จะทำอะไรเพื่อสังคม เสร็จดับเทียนพร้อมกัน เป็นเสร็จสิ้นกิจกรรม ส่วนวันที่ 9 ก.ย.มีการประเมินผล และมอบประกาศนียบัตรก่อนปล่อยให้นักเรียนกลับบ้าน

ทศพล สาวิสิทธิ์ ชั้น ม.1/10 เล่าความรู้สึกว่า ตอนแรกไม่อยากมา แต่พอได้ทำกิจกรรมรู้สึกชอบและเริ่มรู้ว่าทำไมโรงเรียนถึงต้องการให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม เพราะว่าต้องการปลูกฝังให้นักเรียนเป็นคนดีในสังคมและมีความรู้คู่คุณธรรม “ผมชอบกิจกรรมฐานที่ 6 ฮีโร่ของฉัน สนุกมาก ทุกคนมีส่วนร่วม ได้กันคิด”

ขณะที่ กิรติ ฉัตรนพคุณ ชั้น ม.4/3 กล่าวว่า “ผมเข้าค่ายโครงการนี้รุ่นแรกตั้งแต่วันที่ 17-19 ส.ค. วันนี้มาในฐานะพี่เลี้ยงคอยดูแลน้องๆ ม.1 โดยผมสมัครมาเป็นจิตอาสาพร้อมกับเพื่อน ม.4 อีกหลายคน ถ้าย้อนไปตอนเข้าค่ายผมได้ความรู้และธรรมะดีๆ จากพระอาจารย์เยอะมาก และได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน”

ด้านอาจารย์ณัฐพล บอกว่า โครงการนี้ได้สร้างความประทับใจให้ผู้ปกครองมากมาย มีพ่อแม่ของนักเรียนคนหนึ่งได้มาขอทางโรงเรียนอนุญาตให้ลูกชายเข้าค่ายกับรุ่นที่ 4 อีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่าจากการที่ลูกเข้าค่ายในรุ่นที่ 2 ลูกชายมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งนิสัยและคำพูดคำจา

ข่าวอื่นๆ