หยิบกล้องส่องพระ ‘สกลธี ภัททิยกุล’

  • วันที่ 08 ก.ค. 2561 เวลา 12:46 น.
  • | เปิดอ่าน 229
Share on Google+
LINE it!

หยิบกล้องส่องพระ ‘สกลธี ภัททิยกุล’

เรื่อง : เอกชัย จั่นทอง ภาพ : อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

เลาะเวียนมาย่านเสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร หลังจากนัดหมายแหล่งข่าวคนสำคัญเพื่อมาเปิดอกเปิดใจ พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวส่วนตัวควบคู่กับชมพระเครื่องของรักของหวงกัน สำหรับแหล่งข่าวคนสำคัญที่ว่าไม่ใช่ใครอื่นไกล “สกลธี ภัททิยกุล” หรือ “จั้ม” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าหลายคนรู้จักคุ้นผู้ชายคนดีอย่างดี โดยเฉพาะในแวดวงนักการเมืองประเทศไทย สวมบทบาทโดดเด่นบนเส้นทางการเมืองไม่น้อย 

ชีวิตการทำงานของ “สกลธี” เริ่มต้นด้วยการเข้ารับราชการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จนกระทั่งในเวลาต่อมา จรัญ ภักดีธนากุล สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ชักชวนให้ สกลธี มาเป็นเลขานุการส่วนตัว จนกระทั่งเดือน ต.ค. 2550 สกลธีก็ตัดสินใจลาออกจากราชการและลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ คลุกคลีทำงานการเมืองมานาน ก่อนรัฐประหารปี 2557 ผู้ชายคนนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะแกนนำกลุ่ม กปปส. ปัจจุบันรับตำแหน่งสำคัญรองผู้ว่าฯ กทม.

สกลธี เล่าว่า ส่วนตัวเคารพนับถือพระหลวงปู่ทวด แขวนพิมพ์อาปาเช่ ปี 2505 วัดช้างให้ จ.ปัตตานี เป็นพระเครื่องที่พกพาติดไปเสมอ ไม่ว่าทำงานเดินทาง เนื่องจากมีความรู้สึกว่า ทุกครั้งที่ได้แขวนหลวงปู่ทวดรู้สึกอุ่นใจเป็นองค์ที่แขวนอยู่ในช่วงที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ด้วย

“รู้สึกมีผู้ใหญ่เมตตา อุ่นใจเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากพุทธคุณของหลวงปู่ทวดทุกคนทราบดีอยู่แล้ว มีความโด่งดังเรื่องความปลอดภัยแคล้วคลาด และเมตตาอยู่แล้ว อีกทั้งปกติตั้งแต่เด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะสวดมนต์อยู่เสมอ ดังปัจจุบันนี้ยังสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน รวมถึงวันสำคัญต่างๆ จะเข้าวัดทำบุญอยู่เสมอ”

นอกจากนี้ ทุกเช้าจะไหว้พระโต๊ะหมู่บูชาที่บ้านเป็นประจำก่อนออกไปทำงาน อธิษฐานขอให้การดำเนินการทำงานต่างๆ ตลอดทั้งวันราบรื่นด้วยดี ประสบความสำเร็จ ครั้งเวลามีอะไรเหตุการณ์สำคัญๆ มักจะอธิษฐานขอพรให้การทำงานทุกอย่างราบรื่นไร้ปัญหาอุปสรรคเหมือนกับคนทั่วไป”

รองผู้ว่าฯ กทม. สำทับอีกว่า เนื่องจากทางครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ชอบไปทำบุญในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จึงได้มีโอกาสติดตามไปร่วมทำบุญจนซึมซับชื่นชอบการทำบุญตลอดมา ส่วนเรื่องการแขวนพระส่วนตัวมองว่า ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ส่วนตัวในฐานะพุทธศาสนิกชน คิดว่าพระเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ส่วนทางพุทธคุณเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้แต่ว่ามีความรู้ทุกครั้งที่แขวนพระอย่างน้อยก็อุ่นใจ ในการไปปฏิบัติหน้าที่ตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงเรื่องการเดินทางที่คิดว่ารู้สึกปลอดภัยทุกครั้ง

สำหรับสาเหตุที่สนใจสะสมพระเครื่อง รองผู้ว่าฯ กทม. บอกว่า เริ่มต้นสนใจศึกษาพระเครื่องประมาณปี 2547 หลังเข้าอุปสมบทที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน ทางเจ้าอาวาสขณะนั้นชอบดูพระและมีหนังสือพระจำนวนมาก จึงหยิบขึ้นมาอ่านศึกษาในช่วงจำวัด จนเริ่มชื่นชอบสนใจ เนื่องจากเห็นว่าพระเครื่องแต่ละองค์มีเสน่ห์ กระทั่งสึกออกมาจึงไปเดินดูพระเครื่องที่ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน

กระทั่งประมาณปี 2549 ได้รู้จักกับ “พี่ธนา” หรือธนา ชีรวินิจ อดีต สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ชื่นชอบพระเครื่องเช่นกัน ได้พูดคุยรู้จักกัน “พี่ธนา” เลยชักชวนให้ลงสู่สนามการเมืองระดับประเทศ ก่อนปรึกษาครอบครัวคิดทบทวนอยู่นานนับเดือน ผนวกกับทางครอบครัวสนับสนุนเต็มที่ ที่สำคัญโดยส่วนตัวชอบการเมืองเป็นทุนเดิม ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากราชการ ซึ่งขณะนั้นสังกัดอยู่ดีเอสไอ กระทั่งปี 2550 ได้ตอบตกลงสมัคร สส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์สู่สนามการเมืองระดับชาติ ซึ่งทุกวันนี้ยังคลุกคลีอยู่กับวงการพระเครื่องเช่นเดิม

“ส่วนใหญ่พระเครื่องต่างๆ จะได้รับมรดกตกทอดจากสมัยคุณตาคุณพ่อ และผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือให้มา บางองค์ที่ชอบก็อาจเช่าไว้เอง ที่เข้าวงการการเมืองได้เพราะวงการพระเครื่องเลย เนื่องจากไปเดินดูพระเครื่องที่ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน”

ท้ายที่สุดสำหรับการทำงาน สกลธี ยอมรับว่า จะปฏิบัติงานในฐานะรองผู้ว่าฯ กทม.อย่างเต็มที่ สิ่งใดเรื่องใดเร่งด่วนจะเข้าไปสั่งการแก้ไขให้ทันที ไม่ว่าเรื่องจะยากแค่ไหนยังไงก็ต้องทำให้สำเร็จ เป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งปัญหาทางเท้า ขยะ มลพิษ ฯลฯ ทางกรุงเทพฯ ต้องดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.

Share on Google+
LINE it!