21 ก.ค. วันสถาปนา สมเด็จพระสังฆราช (ป๋า)

  • วันที่ 08 ก.ค. 2561 เวลา 11:12 น.
  • | เปิดอ่าน 28
Share on Google+
LINE it!

21 ก.ค. วันสถาปนา สมเด็จพระสังฆราช (ป๋า)

โดย...พระศรีธวัชเมธี (ชนะ ภมรพล ป.ธ.9 M.A.)

วันเสาร์ที่ 21 ก.ค.เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เนื่องด้วยเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณฺณสิริ ป.ธ.6) หรือสมเด็จป๋า อธิบดีสงฆ์แห่งวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2515 ทางวัดจึงจัดงาน “วันมูลนิธิสมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร)” ณ หอประชุมสงฆ์ น.16 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร

การเยือนสำนักวาติกันนั้น พระเทพวีราภรณ์ (สีนวล ป.ธ.9) อธิบดีสงฆ์องค์ปัจจุบัน เล่าในคำปรารภ หนังสือ สู่สำนักนิกสัน พิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในวันดังกล่าวว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร) (30 มี.ค. 2439-7 ธ.ค. 2516) เป็นผู้ยึดมั่นในพระธรรมวินัยและขนบธรรมเนียมประเพณี มีความสง่าผ่าเผย เมื่อพบปะสนทนากับชาวต่างชาติ ผู้นำต่างศาสนา

ในการเดินทางเป็นพระสมณทูตผู้แทนคณะสงฆ์ไทย ตามคำอาราธนาของสำนักเลขาธิการ องค์การศาสนาวิเทศสัมพันธ์ แห่งนครรัฐวาติกัน เมื่อปี 2515 เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระสันตะปาปา ปอลที่ 6 ณ สำนักวาติกัน เจ้าประคุณสมเด็จพระองค์นั้น ขณะยังดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระวันรัต ก่อนสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชในเดือนเศษต่อมา มีเหตุการณ์บันทึกไว้เป็นประจักษ์พยานสำคัญชิ้นหนึ่งเป็นภาพวาดภาพสีน้ำมันที่ประตูเข้าสมณสภา นครรัฐวาติกัน แสดงภาพพระองค์ทรงห่มผ้าจีวรหนีบเรียบร้อย ไม่ทรงใส่ถุงเท้าและสวมพระบาททั้งๆ ที่ภูมิอากาศแตกต่างจากประเทศไทย เพื่อแสดงถึงความเคารพอย่างยิ่งต่อศาสนสถานและชนต่างศาสนากัน

อนึ่ง เจ้าประคุณสมเด็จ ทรงเป็นนักปกครอง วางพระองค์เสมอต้นเสมอปลาย ให้คติคำสอนว่า อำนาจก็ต้องรักษา ปฏิปทาก็ไม่ให้ติหรือเสียหายได้ จึงเป็นที่เคารพรักและเคารพนับถือของศิษยานุศิษย์ทั้งเพศบรรชิตและคฤหัสถ์ยิ่งนัก นับได้ว่าเป็นสง่าราศีแก่ประเทศชาติ และแก่พระศาสนา โดยเฉพาะแก่วัดพระเชตุพนฯ ผลงานที่ทำให้พระองค์ยังสถิตอยู่ในความทรงจำของเราท่านทั้งหลายตลอดกาลนาน นอกจากคำสั่งสอนทางพระธรรมเทศนา การวางพระองค์ ที่รับทราบกันดีภายในหมู่ลัทธิวิหาริกและอันเตวาสิก และศิษยานุศิษย์ผู้ใกล้ชิดแล้ว ผลงานด้านการประพันธ์หนังสือนับได้ว่าเป็นอมตนิพนธ์ ที่ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี มีสารประโยชน์ในการน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 16 พ.ค. 2561 คณะผู้แทนจากไทย ได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม และพระสงฆ์จากไทย (วัดพระเชตุพนฯ) ได้เฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เป็นการส่วนพระองค์ที่ ณ นครรัฐวาติกัน เพื่อถวายพระคัมภีร์พระมาลัย อันเป็นคัมภีร์โบราณ ที่คณะสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ ปริวัตรจากภาษาขอมเป็นบาลีและไทย เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างศาสนิกทั้งสองศาสนา ที่มีอยู่อันยาวนานให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มีพระดำรัสขอบใจ และรำลึกถึงการพบปะเสวนาระหว่างสมเด็จพระสันตะปาปา ปอลที่ 6 กับเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (ปุ่นปุณฺณสิริมหาเถร) (เมื่อ พ.ศ. 2515) ซึ่งภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ของท่านเจ้าประคุณ สามารถเห็นได้ ณ ประตูทางเข้าของสมณสภา ในขณะนี้

Share on Google+
LINE it!