คณะสงฆ์วัดอรุณฯ และญี่ปุ่น ร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลถวายรัชกาลที่ 9

วันที่ 03 ธ.ค. 2560 เวลา 13:00 น.
คณะสงฆ์วัดอรุณฯ และญี่ปุ่น ร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลถวายรัชกาลที่ 9
โดย...สมาน สุดโต

คณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม และคณะสงห์มหายานแห่งประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ วัดพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2560

พระโสภณวชิราภรณ์ (ไสว โชติโก) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) กล่าวว่า การที่คณะสงฆ์ 2 ฝ่าย ร่วมจัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลครั้งนี้ เพราะคณะสงฆ์ของญี่ปุ่นให้ความเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก ในขณะที่สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยก็มีการเสด็จฯ ไปเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศญี่ปุ่นมาโดยตลอดตั้งแต่อดีต เช่น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่พระบรมวงศานุวงศ์ของ 2 ประเทศ เสด็จฯ เยี่ยมเยียนกันเสมอ

ในฐานะที่คณะสงฆ์มหายานมาเป็นคณะใหญ่ และอย่างเป็นทางการ คณะสงฆ์วัดอรุณฯ จึงจัดพิธีต้อนรับคณะทั้งหมดอย่างสมเกียรติ และถือว่าเป็นงานยิ่งใหญ่แห่งปี 2560

คณะสงฆ์จากญี่ปุ่น ได้แก่ คณะสงฆ์นิกายชินงอน ปูซาน นำโดยพระธรรมาจารย์ใหญ่ ทาชิโร่ โกเกียว และ ศ.โอซุกะ โนบุโอะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยไทโซ พร้อมคณะ จำนวน 80 ท่าน

พระโสภณวชิราภรณ์ กล่าวว่า การเดินทางมาของคณะนิกายชินงอน ปูซาน นำโดยพระธรรมาจารย์ใหญ่ ทาชิโร่ โกเกียว และ ศ.โอซุกะ โนบุโอะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยไทโซ จากประเทศญี่ปุ่น อีกจุดประสงค์หนึ่ง ได้แก่ ร่วมฉลอง 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ในส่วนมหาวิทยาลัยไทโช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยทางพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับ มจร ก็ได้มีการลงนามความร่วมมือกับ มจร ใน 3 หลักการ กล่าวคือ 1.ความร่วมมือทางวิชาการ และการทำกิจกรรมร่วมกันในทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม รวมทั้งจะให้มีการแลกเปลี่ยนงานวิจัยและนักวิจัยซึ่งกันและกัน 2.ส่งเสริมและร่วมมือกันผลิตงานทางวิชาการและการศึกษานานาชาติที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม และ 3.ความร่วมมือในการช่วยเหลือสังคม หรือ Social Services เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น

พระโสภณวชิราภรณ์ กล่าวว่า การร่วมมือทางด้านวิชาการและบริการทางสังคมของทั้งสองมหาวิทยาลัยจะทำให้กิจกรรมของคณะสงฆ์เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น