เตรียมคุมเข้ม สอบธรรมสนามหลวง

  • วันที่ 27 ส.ค. 2560 เวลา 06:35 น.

เตรียมคุมเข้ม สอบธรรมสนามหลวง

โดย...สมาน สุดโต

สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง เตรียมออกกฎระเบียบใหม่ คุมเข้มการสอบธรรมสนามหลวง และธรรมศึกษา เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ ยุติธรรม

พระพรหมมุนี (สุชิน) แม่กองธรรมสนามหลวง กล่าวปาฐกถาพิเศษในที่ประชุมพิธีประทานโล่ประกาศเกียรติคุณและทุนสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมดีเด่น ปีการศึกษา 2559 วันที่ 23 ส.ค. 2560 ความตอนหนึ่งว่า สมเด็จพระวันรัต (จุนท์) อดีตแม่กองธรรมสนามหลวง พูดตลอดว่า การศึกษาของเรานั้นเป็นเรื่องของคณะสงฆ์ ทั้งนักธรรมและบาลีต้องทำไห้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคมและประเทศชาติ

แต่เรื่องการสอบนั้น สมเด็จพระวันรัตได้พูดตลอดเช่นกัน ว่าอยากให้การสอบหรือการเรียนนักธรรมของเรานั้น เป็นจริงเป็นจัง ชัดเจน ให้มีความรู้้เหมาะสมกับภูมิความรู้ชั้นตรี ชั้นโท และชั้นเอก ให้สมกับความที่จะเป็นผู้ประกาศและสั่งสอนธรรมในโอกาสต่อไป

พระพรหมมุนีอ้างถึงสมเด็จพระวันรัตที่พูดว่า เรื่องการเรียนก็อยากเรียนให้ครบ อยากให้เรียนกันจริงจัง ให้ได้ความรู้ความเข้าใจชัดเจน จะสอบได้หรือไม่ได้ ขอให้มีความรู้มากๆ ผู้ที่สอบได้แปลว่ามีความรู้แท้จริง ถ้าสอบไม่ได้ก็ต้องเพิ่มความรู้ให้แตกฉาน

สมเด็จพระวันรัต บอกว่า อย่าให้มุ่งที่การจะสอบได้อย่างเดียว แต่ต้องมุ่งถึงความเข้าใจด้วย เพื่อนำความรู้ไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อตนและสังคมต่อไป

การประชุมคณะผู้บริหารแม่กองธรรมสนามหลวง เมื่อเดือนที่แล้ว สมเด็จพระวันรัต ในฐานะประธานที่ปรึกษาได้ร่วมประชุมด้วย ท่านก็พูดเรื่องที่ท่านเคยพูด ได้ยินจนคุ้นหู คือ การจัดการเรียนการสอบ ซึ่งท่านต้องการให้จริงจัง มิใช่มาติวก่อนสอบ 7 วัน 10 วัน เพราะสิ่งที่ได้ไม่ชัดเจน เป็นความรู้เพื่อการสอบ มิใช่เพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติ

ในเรื่องการสอบนั้น สมเด็จพระวันรัต ปรารภว่า จะทำอย่างไรให้การสอบจริงจัง เป็นการสอบที่ถูกต้อง เรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม ซึ่งท่านจะไม่พูดว่าทุจริต แต่บอกว่าอยากให้เป็นการสอบที่เรียบร้อย เป็นไปด้วยความสุจริต ยุติธรรม ซึ่งท่านพูดมา 15-16 ปี สิ่งนั้นก็ยังไม่สัมฤทธิ์ 100% 

พระพรหมมุนี จึงบอกที่ประชุมว่า (ในฐานะแม่กองธรรมสนามหลวง) ขอสานต่อ ขอฝาก (กับเจ้าสำนักเรียนที่มารับโล่ รับทุน) ว่าจะทำอย่างไรให้การเรียนจริงจัง เรียบร้อย สุจริต ยุติธรรม ดังที่เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัตได้เคยปรารภไว้

พระพรหมมุนี เล่าว่า สมเด็จพระวันรัตเคยเห็นการสอบในที่บางแห่ง ก็รู้สึกอายคฤหัสถ์ที่เขาทำด้วยความเรียบร้อย สุจริต ยุติธรรม

สมเด็จพระวันรัตเคยขอลาออกจากแม่กองธรรมสนามหลวง 2 ครั้ง ย้อนหลังไปเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว แต่มหาเถรสมาคมขอร้องให้อยู่ต่อ จึงเป็นแม่กองธรรมต่อมาอีก 5-6 ปี ทั้งนี้เพราะท่านรู้สึกอายที่ยังมีการสอบที่ไม่สุจริต เคยประชุมเจ้าคณะผู้ปกครอง ตั้งแต่ระดับเจ้าคณะชี้แจงนโยบายโดยขอให้ช่วยกัน ว่าทำอย่างไรให้การสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่เป็นผล

สมเด็จพระวันรัต ประธานที่ปรึกษาแม่กองธรรมสนามหลวง

สมเด็จพระวันรัต เล่าว่า เคยไปเยี่ยมสนามสอบต่างจังหวัดโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า ซึ่งที่สนามสอบนั้นก็ไม่รู้ว่าท่านเป็นแม่กองธรรมสนามหลวง ได้เข้าไปที่ห้องสอบ เห็นหนังสือวางบนโต๊ะ ขณะนั้นมีสามเณรมาจับแขน แล้วบอกว่า หลวงตาช่วยเปิดให้หน่อย เพราะหาไม่เจอ อันนี้เป็นประสบการณ์ที่สมเด็จพระะวันรัตเล่าให้ฟัง เพื่อบอกว่า เราไม่เอาจริงจังกันในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นความเสียหายของคณะสงฆ์

สมเด็จพระวันรัต ปรารภว่า เราจะได้บุคลากรเช่นนี้มาเป็นผู้บริหารคณะสงฆ์ แล้วคณะสงฆ์เราจะเป็นอย่างไร เมื่อเริ่มต้นเป็นอย่างนี้ ต่อไปจะเป็นอย่างไร

เมื่อมีการประชุมคณะผู้บริหารแม่กองธรรมสนามหลวงครั้งที่แล้ว ได้หยิบยกว่า ควรจะทำอย่างไรให้เกิดความชัดเจนและจริงจัง (ในการสอบ) พระพรหมมุนี จึงเสนอให้คณะทำงานยกร่างกฏระเบียบให้ชัดเจนขึ้น และให้ถือปฏิบัติกันทั่วประเทศ เพื่อเอาจริงเอาจังต่อการสอบให้มากขึ้น ขณะนี้กำลังเขียนอยู่ คงจะประกาศออกไปอีกครั้งหนึ่งในระยะเวลาใกล้ๆ การสอบชั้นตรี โท เอก รวมทั้งธรรมศึกษา

ตามกฎกติกาใหม่ ผู้ไม่ปฏิบัติจะต้องถูกลงโทษ โดยเขียนให้ชัดเจนว่า ต้องปฏิบัติอย่างไร ถ้าไม่ปฏิบัติหรือทำผิดอย่างไร ต้องมีโทษกับผู้รับผิดชอบนั้นๆ ด้วย

กฎกติกานี้จะนำเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ถ้ามหาเถรสมาคมเห็นชอบก็จะดำเนินการได้ และจะได้แจ้งสนามสอบทั่วประเทศนำไปปฏิบัติ

ถ้าสนามสอบใดไม่ปฏิบัติ ก็ต้องดำเนินการตามกฎเกณฑ์ที่กำนดไว้

สมเด็จพระวันรัต อดีตแม่กองธรรมสนามหลวง ก็พูดด้วยความเป็นห่วงว่า เจ้าคุณแม่กองธรรม กล้าที่จะทำหรือ พระพรหมมุนี จึงบอกว่า ต้องทำ ถ้าจะเสียหรือถูกตำหนิ ด้วยเหตุนี้ก็ต้องทำ

ท่าน เล่าว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการได้ทันที

กฎกติกาใหม่ เป็นการปรับปรุงระเบียบการสอบให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย มีผู้ที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง ถ้าปรากฏว่ายังบกพร่องอยู่ก็อาจมีการยกเลิก หรือพระสังฆาธิการที่รับผิดชอบคงต้องมีโทษบ้างตามควรแก่กรณี เรื่องนี้จะเกิดในโอกาสต่อไป นี่คือความห่วงใยของผู้บริหารคณะสงฆ์ ก็ขอให้คอยฟังมติมหาเถรสมาคมในเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมชัดเจน ในการจัดการเรียนการสอบนักธรรมและธรรมศึกษา ต่อไปในอนาคต

ข่าวอื่นๆ