เวียดนาม-ไทย แนบแน่นด้วยพุทธศาสนา

  • วันที่ 02 เม.ย. 2560 เวลา 08:44 น.

เวียดนาม-ไทย แนบแน่นด้วยพุทธศาสนา

โดย...สมหมาย สุภาษิต รายงานจากฮานอย

รัฐบาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ต้อนรับอย่างสมเกียรติ ผู้แทนมหาเถรสมาคม นำโดย พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม และคณะสงฆ์อนัมนิกาย นำโดย พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่ คณะสงฆ์อนัมนิกายแห่งประเทศไทย ที่รัฐบาลเวียดนาม นิมนต์ให้ไปเยือนเพื่อสานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านพระพุทธศาสนาและเสริมสร้างมิตรภาพอันดีของคณะสงฆ์ของทั้งสองประเทศ ระหว่างวันที่ 25-30 มี.ค. 2560

รัฐบาลเวียดนามจัดให้คณะได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางศาสนาและของชาติ เช่น สุสานประธานโฮจิมินห์ ในกรุงฮานอย ที่ชาวเวียดนามและชาวโลกเข้าไปเคารพจำนวนมากในแต่ละวัน

ศาสนสถาน ได้แก่ วัดโบราณ เช่น วัดเสาเดียว ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1592 เป็นศาลาไม้ทรงสี่เหลี่ยมตั้งอยู่บนเสาหินเสาเดียวกลางสระบัว ในศาลานั้นเป็นที่ประดิษฐานรูปสลักเจ้าแม่กวนอิมโบราณอีกด้วย ส่วนวัดที่สร้างใหม่ ได้แก่ สถานที่ปฏิบัติธรรม ที่มีชาวพุทธมาปฏิบัติธรรมจำนวนกว่า 1,000 คน ใน 1 วัน

ในแง่ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามที่ใกล้ชิดอีกแห่ง คือ วัดหวงอัน ที่มีเจดีย์บรรจุอัฐิของพระครูคณานัมสมณาจารย์ (บิ๊นเลือง) อดีตเจ้าคณะใหญ่ สงฆ์อนัมนิกายแห่งประเทศไทย รูปที่ 8 เจ้าคณะใหญ่รูปนี้เคยสนับสนุนโฮจิมินห์ขณะเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศไทย ต่อมากลับเวียดนามและมรณภาพที่กรุงฮานอย เมื่อปี 2509 อัฐิของท่านได้รับการบรรจุที่สุสานในวัดนี้

ในวันที่ 2 แห่งการเยือนอย่างเป็นทางการ เจิ่น ดาย กวาง ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ถวายการต้อนรับพระพรหมบัณฑิตและคณะสงฆ์อนัมนิกาย ที่ทำเนียบประธานประเทศ ในวันจันทร์ที่ 27 มี.ค. 2560

ในโอกาสนี้ เจิ่น ดาย กวาง ประธานประเทศ กล่าวตอนรับว่า “เวียดนามและไทย ต่างมีความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน และพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา ประชาชนของทั้งสองประเทศส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา แม้จะมีความแตกต่างกันด้านนิกาย แต่ก็มีความสัมพันธ์กันมาช้านานนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน

พบประธานคณะกรรมการแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนามชื่อเหวียนเทียนเยิน

ในประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาอนัมนิกายไปเผยแผ่และได้รับการดูแลให้คณะสงฆ์อนัมนิกายได้เผยแผ่ในประเทศไทยอย่างดียิ่งตลอดมา อีกทั้งมีประชาชนชาวเวียดนามไปตั้งรากฐานประกอบอาชีพที่ประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งคณะสงฆ์อนัมนิกายในไทยก็มีส่วนสำคัญในการทำให้เวียดนามได้รับอิสรภาพในยุคของประธานโฮจิมินห์ ทางรัฐบาลเวียดนามก็ต้องขอบคุณรัฐบาลไทยและคณะสงฆ์ไทยที่ได้เกื้อหนุนดูแลคณะสงฆ์อนัมนิกายและประชาชนชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างดีตลอดมา และทางรัฐบาลเวียดนามได้เห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนาของทั้งสองประเทศ จึงได้อาราธนาคณะสงฆ์อนัมนิกายในไทยและผู้แทนคณะสงฆ์ไทยมาเยือนเวียดนามในครั้งนี้ และคาดหวังว่า จะก่อให้เกิดความร่วมมือทางด้านพระพุทธศาสนาของทั้งสองประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาและการเผยแผ่พระพุทศาสนาต่อไป”

ในการกล่าวตอบ พระพรหมบัณฑิตได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ทางด้านพระพุทธศาสนาระหว่างไทยและเวียดนามที่มีมายาวนาน ว่า “การที่รัฐบาลเวียดนามเชิญชวนให้ชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ทั่วโลกและที่อยู่ในประเทศไทย กลับมาเยี่ยมถิ่นปิตุภูมิ และกลับมาหารากเหง้าดั้งเดิมทางด้านประเพณี วัฒนธรรม และภาษา เป็นการแสดงถึงนโยบายอันเปิดกว้างและมิตรไมตรีของรัฐบาล ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีความแตกต่างในเรื่องความเชื่อ ศาสนาและวัฒนธรรม ถ้าเราให้ความเคารพต่อกันในเรื่องความแตกต่างนั้น เราก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน

พระพรหมบัณฑิต ยังรำลึกถึงความประทับใจที่รัฐบาลเวียดนามได้เป็นเจ้าภาพจัดงานวันวิสาขบูชาโลกถึง 2 ครั้ง คือ ในปี 2551 ที่กรุงฮานอย และในปี 2557 ที่จังหวัดนินห์บินห์

“ชาวเวียดนามและชาวไทยได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาเป็นเวลาช้านาน ชาวเวียดนามในประเทศไทย แม้เป็นพระสงฆ์ เช่น หลวงพ่อบินเลือง อดีตเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย รูปที่ 8 ท่านเป็นชาวเวียดนามที่เคยพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้ช่วยเหลือท่านประธานโฮจิมินห์ ขณะที่ไปเคลื่อนไหวในประเทศไทยในช่วง ค.ศ. 1928-1929 เพื่อเรียกร้องเอกราชจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งคณะของเราได้ไปเยือนสุสานและได้รับแรงบันดาลใจจากความร่วมมือกันในอดีตของบุคคลทั้งสอง จึงตั้งใจที่ว่าจะเดินตามรอยของท่านทั้งสอง

การมาเยือนเวียดนามในครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับแต่ประชาคมอาเซียนประกาศใช้นโยบายตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นต้นมา นั่นคือ นโยบายประชาคมอาเซียนที่ประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน การมาเยือนของพวกเราครั้งนี้ สอดคล้องกับคำขวัญของอาเซียนที่ว่า หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกภาพ หนึ่งประชาคม “One Vision, One Identity, One Community.” พระพรหมบัณฑิต กล่าว

พระศรีธวัชเมธี ซึ่งร่วมคณะ ได้ชื่นชมที่ผู้นำระดับสูงของเวียดนาม ที่ส่งความปรารถนาดีมายังพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลไทย และคณะสงฆ์ไทย นอกจากให้ความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาในระดับดีเยี่ยม จึงประทับใจในมิตรไมตรีครั้งนี้

ข่าวอื่นๆ