ลูกแก้วยอดพระเจดีย์

วันที่ 12 ก.พ. 2560 เวลา 09:42 น.
ลูกแก้วยอดพระเจดีย์
โดย...ส.สต

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งจะเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีสิ่งมหัศจรรย์มากมาย หนึ่งในนั้นที่มองเห็นโดดเด่นสูงตระหง่าน เหนือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในพระอารามหลวงแห่งนี้คือพระเจดีย์ ที่ยอดพระเจดีย์นั้นมีลูกแก้วด้วย

หนังสือประวัติวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ที่พิมพ์ในงานพระชนมายุ 90 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์) เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2531 เล่าว่าเจดีย์สูง 43 เมตร ฐานวัดโดยรอบ 56.20 เมตร เหนือฐานมีซุ้ม14 ซุ้ม และเรื่องอัศจรรย์ เกี่ยวกับลูกเแก้วที่ยอดพระเจดีย์องค์นี้ ซึ่งพระนิพนธ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า อดีตเจ้าอาวาส กล่าวว่า

“ลูกแก้วยอดพระเจดีย์วัดนี้ เดิมเป็นลูกแก้วสีเหลืองเกลือกปรอทข้างใน จึงแลเห็นเป็นเงาสีเหลืองเหมือนทองขึ้น ติดไว้ไม่กี่มากน้อยก็แลเห็นดำหมด เพราะอากาศบนนั้นทำให้ปรอทหนีไป เมื่อประดับกระเบื้องเคลือบลายเป็นเบญจรงค์ที่สั่งมาจากเมืองจีน ซึ่งซ่อมครั้งหลัง เมื่อตั้งนั่งร้านขึ้นไปเพื่อประดับ ช่างนำลูกแก้วนั้นลงมาร้าวแตก ที่ร้าวแตกนั้นเห็นจะเป็นเพราะฟ้าร้อง จะเป็นด้วยข้าพเจ้าคนเดียว หรือใครช่วยคิดด้วยจำไม่ได้ สั่งให้ทำลูกแก้วนั้นเป็นกระเบื้องสีขาวแล้วให้ทาทองทั้งลูกอย่างหนา ตามวิธีไม่ให้ทองนั้นหลุดจากกังไส ลูกแก้วนี้อยู่ข้างล่างแลดูเห็นเป็นสีทองด้าน ไม่มีเงา

ครั้นขึ้นไปติดบนยอดพระเจดีย์ถูกแสงพระอาทิตย์ มีเงาเป็นทองอย่างงามตั้งแต่เอาขึ้นติดแล้วจนถึงเดี๋ยวนี้เห็นจะราว 10 ปีกว่า

บางเวลาข้าพเจ้าอยู่ที่หน้าตำหนักแลขึ้นไปเห็นเป็นสีขาวหลายคราว ก็เข้าใจว่าทองเห็นจะลอก ครั้นด้านที่แลเห็นเป็นสีขาว ไม่ตรงกับพระอาทิตย์จับก็คงเห็นเป็นทองสุกอยู่อย่างเดิม หรือพระอาทิตย์ส่องทางอื่น ทางที่เห็นเป็นสีขาว ไม่ตรงกับพระอาทิตย์ก็คงเป็นสีทองสุกอยู่นั่นเอง

ที่เห็นด้านใดด้านหนึ่งขาว ทีจะเวลาพระอาทิตย์เที่ยงวันหรืออย่างไรยังไม่ได้สังเกต ถ้าหากเป็นสีขาวไปจริงดังที่ได้เห็น ก็ยังดีกว่าเป็นสีดำ แต่เข้าใจว่าเห็นทองจะไม่ลอกแต่นานไปอีกเท่าไรทองจะลอกก็รู้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นลูกแก้วชนิดนี้เห็นจะเป็นชั้นเอกได้ดีกว่าทำด้วยแก้ว

ระหว่างลูกแก้วนี้ติดอยู่แล้ว อสนีบาตตกลงยอดพระเจดีย์เวลาค่ำ เครื่องล่อฟ้าหลุดลงมาและอันตรายแก่สายไฟฟ้าที่พระอุโบสถ แต่ลูกแก้วคงดีอยู่

พระเจดีย์นี้ยังไม่มีชื่อเหมือนวัดอื่น เช่น วัดราชประดิษฐ์ ชื่อพระปาสาณเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ชื่อพระศรีรัตนเจดีย์ พระเจดีย์กลางน้ำ ชื่อพระสมุทรเจดีย์

วัดนี้น่าจะได้พระราชทานชื่อบ้าง แต่สมัยนี้น่าจะคิดชื่อเอาเอง แล้วขอพระราชานุญาตก็จะเป็นการสะดวก”

ยอดปลีพระเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุจำนวน 6,018 องค์ ส่วนหนึ่งบรรจุอยู่ในตลับเงินกาไหล่ทองฝาฝังพลอยสีแดง อีกส่วนหนึ่งบรรจุอยู่ในตลับเงิน ตลับทั้งสองลูกนี้บรรจุอยู่ในโถเบญจรงค์ ลายน้ำทอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐาน ณ ยอดปลีพระเจดีย์ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2528