ไหว้พระศรีมหาโพธิ์ที่อินเดีย

วันที่ 18 ธ.ค. 2559 เวลา 10:09 น.
ไหว้พระศรีมหาโพธิ์ที่อินเดีย
โดย...ราช รามัญ

ไปอินเดีย...ไปหาพุทธะ แต่หลายคนที่ไม่เคยไปมักตั้งคำถามในใจเสมอว่า สถานที่ตรงต้นพระศรีมหาโพธิ์มีอะไรดี ใครถามผมแบบนี้ก็คงจะตอบได้เพียงแค่สั้นๆ ว่า “ต้องลองไปเอง” แล้วจะรู้ว่าดีอย่างไร

เพราะสถานที่ตรงนี้ สิ่งที่ปรากฏทั้งในเรื่องของนามธรรมและรูปธรรม ในแต่ละคนที่ได้ประสบพบเจอย่อมแตกต่างกันออกไป แล้วแต่กุศลผลบุญที่ได้บำเพ็ญมา

พระคุณอาจารย์ พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9 Ph.D) ได้เล่าเรื่องต้นพระศรีมหาโพธิ์ให้ฟังอย่างละเอียดเมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ว่า สถานที่ตรงนี้ไม่ใช่เฉพาะพระพุทธเจ้าสมณโคดม (พระนามเดิมเจ้าชายสิทธัตถะ) ยุคเราเท่านั้นที่มาตรัสรู้

แต่สถานที่นี่ พระพุทธเจ้าเสด็จมาตรัสรู้แล้วถึง 4 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ พระพุทธเจ้าโกนาคมโน พระพุทธเจ้ากัสสปะ  พระพุทธเจ้าสมณโคดม

ในเบื้องหน้าพระพุทธเจ้าพระศรีอริยเมตไตรย ก็ต้องมาเสด็จมาตรัสรู้ ณ สถานที่ตรงนี้อีกเช่นเดียวกัน ในทางนามธรรม จึงมีความศรัทธากันว่า พลังแห่งพุทธบารมีของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์นั้นมีมากมาย ผู้ใดที่ได้มากราบสักการบูชาและได้มานั่งนิ่งสงบกายใจสำรวมไว้ด้วยความดีงาม ย่อมจะได้รับสิ่งที่ดีตามกุศลเจตนาของผู้นั้น เชื่อหรือไม่ว่า ณ สถานที่นี้ทำให้มนุษย์โพธิสัตว์ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บางคนอาจจะเรียกว่าจุดเปลี่ยน ที่ทำให้เกิดความสำเร็จ

โดยคติความนิยมของคนไทยในเรื่องนี้เอง จึงทำให้คนไทยมากมายได้เดินทางไปกราบสักการบูชาด้วยอามิสบูชาบ้าง ปฏิบัติบูชาบ้าง ในการปฏิบัติบางท่านก็นั่งสมาธิ บางท่านก็สวดมนต์

แม้ส่วนตัวจะเดินทางไปมาที่ประเทศอินเดียหลายครั้งแล้ว และทุกครั้งก็ต้องไปกราบต้นพระศรีมหาโพธิ์ก่อนที่จะเดินทางไปยังสถานที่อื่นๆ สิ่งที่ได้รับทันที คือ ความสงบในจิตใจ ทำให้เกิดความคิดและปัญญาทางจิตวิญญาณ รู้ซึ้ง รู้ควร มากขึ้น

เล่าคราวๆ เกี่ยวกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อพ้นผ่านไป 200 ปีเศษ กษัตริย์นามว่า อโศกมหาราช กลับใจไม่อยากฆ่าใครอีก ได้มานับถือพระพุทธศาสนาและชอบมาที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ มาครั้งหนึ่งยาวนานเป็นแรมเดือนก็มี ทำให้มเหสีองค์ที่ 4 นามว่า มฮีสุนทรี ไม่พอใจ จึงวางอุบายกำจัดต้นพระศรีมหาโพธิ์ด้วยการให้นางนครา คนสนิทแอบนำเอายาพิษและน้ำร้อนมารดที่โคนต้น ทำบ่อยครั้งจนต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นแรกนั้นเหี่ยวเฉาลง

พระเจ้าอโศกมหาราช จึงดำริว่า ตัวท่านคงบาปมากแม้แต่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็ไม่อาจรับได้ ทรงเสียใจและกลับวัง เมื่อถึงวังก็ไม่กินไม่นอน มีความทุกข์อย่างมาก นานวันมีแต่ผ่ายผอมลงทุกขณะทุกที ไม่พูดกับใคร สุดท้ายมเหสีมฮีสุนทรีจึงยอมสารภาพ เมื่อทราบความจึงรีบเสด็จฯ ไปที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์อีกครั้ง พร้อมกับนำเอาน้ำนมวัว 100 ตัว และเหล่าทหารไปร่วมกันบูรณะฟื้นฟูต้นพระศรีมหาโพธิ์อีกครั้ง พร้อมตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าต้นพระศรีมหาโพธิ์ไม่พลิกฟื้นจะอยู่ตรงนี้จนกว่าจะสิ้น เพียงไม่กี่วันต้นพระศรีมหาโพธิ์พลิกฟื้นคืนหน่อออกมาทรงปีติยิ่งนัก...

ครั้นผ่านไป 352 ปี กษัตริย์ฮินดูจากเบงกอล นามว่า สาสังกามา ไม่ปรารถนาที่จะเป็นเมืองขึ้นของกษัตริย์ปูรณวรมาที่นับถือพระพุทธศาสนา จึงบุกมาทำลายต้นพระศรีมหาโพธิ์จนเรียบแล้วจุดไฟเผา อีกทั้งสั่งให้ทุบทำลายพระพุทธรูปปางมารวิชัยในวิหารด้วย แต่ทหารนายหนึ่งไม่กล้าทำจึงออกอุบายให้กษัตริย์สาสังกามากลับไปก่อนจะจัดการเอง ปรากฏว่าเขาได้สั่งให้โปกปูนปิดไว้พร้อมจุดตะเกียงบูชาด้วย เมื่อกลับมาถึงเมืองจึงรายงานต่อกษัตริย์สาสังกามา ว่าได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว แทนที่จะดีใจกลับเกิดอาการไอจามและกระอักออกมาเป็นเลือดสิ้นพระชนม์ที่ตรงนั้นทันที ครั้นเมื่อทัพของกษัตริย์ปูรณวรมาได้มาถึงและตีจนทัพของกษัตริย์สาสังกามาแตกพ่ายและรีบให้ทหารหาน้ำนมวัวมา 1,000 ตัว เพื่อพลิกฟื้นต้นพระศรีมหาโพธิ์อีกครั้ง พร้อมทั้งอธิษฐานจิตเหมือนกับพระเจ้าอโศกมหาราช ถ้าต้นพระศรีมหาโพธิ์ไม่ฟื้นจะไม่กลับเมือง ด้วยคำอธิษฐานนี้ไม่นานหน่อของต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็ปรากฏขึ้น และเติบโตกระทั่งดำรงอยู่ได้อีกยาวนานนับเป็นต้นที่ 2 แล้วจากหน่อของต้นแรก

ครั้นปี 2421 ต้นพระศรีมหาโพธิ์โดนพายุพัดล้มไปในทางทิศตะวันตก ในยุคอังกฤษครองประเทศอินเดีย นายพลเซอร์คันนิ่งแฮม จึงได้บอกชาวบ้านว่า ให้ช่วยกันหาเมล็ดของต้นพระศรีมหาโพธิ์เพื่อบูรณะกันเถิด ระหว่างที่หาเมล็ดนั้นได้พบต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นหน่อ 2 หน่อ จึงนำเอามาปลูกไว้ ณ สถานที่เดิม 1 หน่อ และนำไปปลูกที่ฝั่งตะวันตกอีก 1 หน่อ จากวันนั้นจนถึงวันนี้

ดังนั้น ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ประเทศอินเดีย จึงมีความผูกพันกับพระพุทธศาสนาตามลำดับดังที่กล่าวมา และเป็นที่รวมจิตใจชาวพุทธทั่วโลก