ทรงพระเจริญในธรรม... ๗ ธ.ค./วันประสูติ!

  • วันที่ 11 ธ.ค. 2559 เวลา 07:32 น.

ทรงพระเจริญในธรรม... ๗ ธ.ค./วันประสูติ!

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระศาสนา วันพุธที่ ๗ ธ.ค. ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา อาตมาได้ทำหน้าที่ พระวิปัสสนาจารย์ ถวายธรรมปฏิบัติแด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่เสด็จปฏิบัติธรรม ณ วัดป่าอารยวังสาราม บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องในวันคล้ายวันประสูติของพระองค์

ธรรมะในวันดังกล่าว เป็นหลักธรรมปฏิบัติอย่างธรรมดา ที่ชี้แจงแสดงให้เห็นคุณค่าของการเจริญสติในพระพุทธศาสนา บนพื้นฐานของศรัทธาจิตที่มีคุณภาพ นั่นหมายถึง มีความรู้ในคุณค่าของพระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ดีแล้ว ด้วยความไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด

สติที่ประกอบด้วยปัญญาจะนำไปสู่การระลึกรู้ชอบและกระทำการใดๆ อย่างรู้ทั่วถึงอย่างบริบูรณ์ด้วยตนเอง หรือรู้ทั่วถึงด้วยตนเองอย่างบริบูรณ์โดยประการต่างๆ นั่นหมายถึง การปฏิบัติธรรมในพระศาสนานี้ที่ต้องรู้ เพื่อกระทำความชอบ หรือกระทำความควรอย่างรู้ทั่วถึง เพื่อประโยชน์โดยธรรม

การสำรวมกาย วาจา ใจ ด้วยอำนาจสติควบคุมจิต สัมปชัญญะควบคุมกาย จึงเป็นกิจเบื้องต้นที่นักปฏิบัติธรรมต้องยอมรับและกระทำอย่างตั้งใจ มีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะกระทำด้วยการสร้างพลังสติสัมปชัญญะให้เข้มแข็งมั่นคง จนสามารถทำจิตนั้นให้ตั้งมั่น แน่วแน่แนบแน่นในอารมณ์กรรมฐาน อันเป็นกุศลธรรม จนจิตสงบเย็น มีการกำหนดรู้ต่อเนื่อง แน่วแน่ ไม่ขาดตอน จนเกิดปัญญารู้เท่าทัน รู้ตรงอาการหรือสภาวธรรมหรือธรรมารมณ์ที่ปรากฏในปัจจุบันขณะนั้นได้อย่างทันท่วงที มีประสิทธิภาพที่จะใส่ใจพิจารณาใคร่ครวญจนเข้าถึงความจริงอย่างเป็นธรรมดาว่า สังขารทั้งหลาย สภาพธรรมทั้งปวง มันเป็นอย่างนั้นเอง คือ มีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แปรปรวน สูญสลาย ยากที่จะทนทาน หากเข้าไปยึดถือจะให้ความบีบเค้นบีบคั้น ... ยากที่จะให้เป็นไปตามความต้องการ ที่สุดต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรม...

การพัฒนาจิตให้มีคุณภาพ จนมีการรู้เท่าทันเกิดขึ้น จึงเป็นงานหลักของการพัฒนาชีวิตให้มีคุณธรรม ... ให้มีคุณภาพชีวิตที่สมฐานะสัตว์ประเสริฐ...

ความประเสริฐแห่งสัตว์ทั้งหลายก็อยู่ที่จิตใจที่มีการตื่นรู้อยู่ตลอดเวลา จนสามารถกำหนดรู้อย่างจดจ่อ ต่อเนื่องในสภาวธรรมที่ปรากฏอยู่ในเบื้องหน้านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ดีจริงๆ... จึงจักต้องมาสัจธรรมเป็นธงชัยของชีวิต ที่จะต้องไปให้ถึงในประโยชน์และความควรโดยธรรม ซึ่งต้องรู้จักการควบคุมตนเอง มีความอดทนอดกลั้นและมั่นคงอยู่ในความเพียรชอบ

ดังที่ ผู้นำ ผู้ปกครอง นักการเมืองหรือข้าราชการ จักต้องเคารพธรรม หนักแน่นในการทำความดี และปฏิบัติธรรมอย่างมั่นคง เพื่อไปให้ถึงธงธรรมที่เป็นธงชัยของชีวิต ที่จะต้องดำเนินไปด้วยการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม... ดังปรากฏในราชธรรม ๑๐ ที่จะต้องตั้งมั่นปฏิบัติจนชีวิตมีอำนาจธรรมคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล ปริจาค อัชชาวะ มัททะวะ ตปะ อักโกธัง อวิหิงสา ขันติ และอวิโรธนะ

ราชธรรมทั้ง ๑๐ นั้น จะสำเร็จได้ก็ด้วยคุณภาพของจิตที่มีสติปัญญาสมบูรณ์พร้อม หรือกายจิตที่ต้องมีสติสัมปชัญญะคุ้มครองรักษาอย่างมั่นคง ดำรงอยู่ในเขตกุศลธรรม ที่ยกจิตสู่อารมณ์กรรมฐาน เพื่อเป็นบาทฐานแห่งการทำงานของจิต... จนมีสติเข้มแข็ง ชักนำปัญญาออกมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้ทันท่วงทีในทุกขณะจิตที่กระทบรู้ ... ในผัสสะหรือสัมผัส จนสามารถรู้เท่าทัน ขจัดความรู้ผิด-เห็นผิด หรือความมึนงงลุ่มหลงออกไปจากจิตได้ทัน ไม่เป็นโมหะจิต ด้วยคุณภาพของจิตที่มีปัญญานำสติ จนเกิดอสัมโมหะสัมปชัญญะ... ฯลฯ.

การแสดงธรรมนำสู่การปฏิบัติ ลำดับจิตไปตามธรรม ด้วยการดำเนินไปตามสติปัฏฐานสี่ในบริบทของอานาปานสติ ๑๖ ฐาน จึงเป็นไปอย่างมีคุณค่ายิ่งต่อการเจริญภาวนา เพื่อพัฒนาชีวิต (จิตใจ) ให้มีคุณธรรมความดีที่ก่อเกิดขึ้นด้วยปัญญา เพื่อเป็นพระราชกุศลที่ทรงปฏิบัติอย่างจริงจัง ด้วยพระสติปัญญาที่เข้มแข็งมั่นคง เพื่อเป็นมาลัยธรรมแห่งชีวิตสู่ความเป็นมงคลอันยิ่ง เนื่องในวันคล้ายวันประสูติที่ ๗ ธ.ค. ๒๕๕๙...  ขอพระองค์ทรงพระเจริญในธรรมเทอญ...  ถวายพระพร

ข่าวอื่นๆ