ราชาผู้ทรงธรรม... มงคลแห่งแผ่นดินไทย!

  • วันที่ 04 ธ.ค. 2559 เวลา 08:49 น.

ราชาผู้ทรงธรรม... มงคลแห่งแผ่นดินไทย!

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระศาสนา... ในท่ามกลางความอาลัยก็เริ่มมีความแจ่มใสปรากฏ เมื่อมีพระราชพิธีสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาททรงขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ดังที่ได้มีการถ่ายทอดเผยแพร่ภาพไปทั่วประเทศ ท่ามกลางความปีติยินดีทั่วหน้าในประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า

แน่นอน ในความอาลัยที่เกิดขึ้นจากการเสด็จสวรรคตสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้เป็นที่รักของปวงชน เทพยดา... ดังที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น พ่อแห่งแผ่นดินโดยธรรมนั้น...คงยากที่จะทำให้สิ้นไปจากจิตใจของทุกคนได้ ด้วย ๗๐ พรรษาแห่งการครองแผ่นดินในฐานะพระมหากษัตริย์ จอมกษัตริย์ผู้ทรงธรรม...ครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน เป็นคำตอบ...

วันนี้ ประชาชนจึงเฝ้ารอคอยการครองราชย์สืบพระราชสันตติวงศ์ของพระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี...อย่างใจจดใจจ่อด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันกษัตริย์

บ้านเมืองของเรา นับตั้งแต่ก่อตั้งราชอาณาจักรไทยสมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา...มีความสมบูรณ์พร้อมในความเป็นมงคลแห่งแผ่นดิน ด้วยครบสมบูรณ์ในความเป็นชาติที่มีอารยธรรม มีสถาบันกษัตริย์ปกครองด้วยอำนาจแห่งธรรม แบบพ่อปกครองลูก และมีพระพุทธศาสนาประจำจิตใจของประชาชนชาวไทยสืบเนื่องมาโดยตลอด ชาติ... ศาสน์...กษัตริย์ จึงเป็นเสาหลักแห่งแผ่นดินไทย เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวไทยมายาวนาน...

โดยมีพระพุทธศาสนาที่ทำหน้าที่พัฒนาจิตใจมหาชนให้มีคุณธรรมความดี ให้ถึงพร้อมด้วยสติปัญญาและอารยธรรมอันประเสริฐ...แผ่นดินไทยจึงอุดมไปด้วยบุคคลที่มีอารยธรรม มีจิตใจที่ประเสริฐ รู้รักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน...รู้จักการให้การแบ่งปัน รู้จักการเสียสละ-การเกื้อกูล ด้วยจิตใจที่เกรงกลัวต่อบาป สะดุ้งต่อบาปกรรม จึงนำไปสู่ความรักสงบ...และสำคัญยิ่งคือ กษัตริย์ผู้ปกครองแผ่นดิน ดำรงอยู่ในความเป็นธรรมราชา เป็นแบบอย่างของมหาชนที่แท้จริง ดุจดังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี

การทำหน้าที่ของพระราชาผู้ครองแผ่นดินโดยธรรม เป็นไปตามแบบฉบับของพระเจ้าจักรพรรดิที่ทรงตั้งมั่นอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ ได้แก่

๑.จักรแก้ว สำเร็จด้วย ทรงรักษาอุโบสถศีล ชำระจิตให้สะอาดและเจริญสมาธิ

๒.ช้างแก้ว เป็นพญาช้าง มีชื่อว่า อุโบสถ...อันเกิดจากพระบารมีที่บำเพ็ญเพียรรักษาอุโบสถและเจริญสมาธิ

๓.ม้าแก้ว เป็นพญาม้า มีชื่อว่า วลาหกะ มีฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศได้

ทั้งช้างแก้ว...ม้าแก้ว เป็นยานที่วิเศษ สามารถพาพระเจ้าจักรพรรดิไปรอบชมพูทวีป...เปรียบดุจมียานทางอากาศที่บินไปรอบโลก

๔.มณีแก้ว เปล่งแสงสว่างไสวไปทั่วโดยรอบถึง ๑ โยชน์ คอยบันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้เกิดขึ้น ดึงดูดสมบัติทั้งหลายมา สามารถเลี้ยงหมู่ชนได้ทั่วทั้งแผ่นดิน

๕.นางแก้ว เป็นหญิงที่มีบุญญาธิการ สวยงามกว่ามนุษย์ทั่วไป มั่นคงในศีล ไม่พูดโกหก...ประพฤติชอบต่อพระเจ้าจักรพรรดิเสมอ

๖.ขุนคลังแก้ว หรือคฤหบดีแก้ว เป็นผู้มีความสามารถในการนำเอาทรัพย์สินมาให้ได้...รู้หมดไม่ว่าขุมทรัพย์อยู่ที่ไหน...สามารถเอามาได้หมด

และ ๗.ขุนพลแก้ว หรือปริณายกแก้ว ขุนศึกคู่ใจ เป็นบัณฑิต นักปราชญ์ เฉลียวฉลาด รู้สิ่งใดควร ไม่ควร คอยถวายคำแนะนำที่มีประโยชน์ เป็นไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองและความสุขของอาณาประชาราษฎร์และแผ่นดิน

ด้วยอำนาจแห่งธรรม...ของผู้ปกครองแผ่นดิน ที่มั่นคงอยู่ในพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา จึงทำให้แผ่นดินไทยอุดมสมบูรณ์ เป็นแผ่นดินธรรม-แผ่นดินทอง ตราบถึงวันนี้

เจริญพร

ข่าวอื่นๆ