'ธรรมะธรรมชาติย่อมบำบัดมนุษย์ได้ดีเสมอ'

  • วันที่ 25 ก.ย. 2559 เวลา 09:30 น.

'ธรรมะธรรมชาติย่อมบำบัดมนุษย์ได้ดีเสมอ'

โดย...ราช รามัญ

ในครั้งพุทธกาลแพทย์ประจำพระองค์ที่มีชื่อเสียงมาก คือชีวกโกมารภัจจ์  ซึ่งจบการแพทย์มาจากตักสิลา ซึ่งถือได้ว่าเป็นสำนักที่มีชื่อเสียงระดับมาสเตอร์เลยทีเดียว

เล่ากันว่า ตอนเรียนที่ตักสิลาชีวกโกมารภัจจ์ ปรารถนาจะกลับบ้านแล้ว เพราะเรียนมานานถึง 7 ปีแล้ว จึงไปถามอาจารย์ว่าจะได้กลับบ้านหรือยัง อาจารย์ตอบมาด้วยความเมตตาว่า  ตำรับยามีมากมายหลายอย่างตั้งใจจะให้อยู่อีกสัก 2 ปี แต่เมื่ออยากกลับแล้ว เอาแบบนี้ ขอทดสอบความรู้หน่อย ถ้าผ่านก็กลับได้

อาจารย์บอกว่าให้เดินทางไปทั้ง 4 ทิศ ภายในรัศมี 400 เส้น ให้ดูว่าหญ้าชนิดไหน ใบไม้ชนิดไหน เปลือกไม้ชนิดไหน ที่ทำยาได้บ้างแก้โรคอะไรบ้าง แล้วแบบไหนที่ไม่สามารถทำยาได้บ้าง ครั้นชีวกเดินไปครบ 7 วันทั้ง 4 ทิศ กลับมารายงานอาจารย์เจียรนัยจนหมด แล้วก็สรุปลงตรงคำว่า  “ใบไม้ หญ้า  เปลือกไม้ ทุกอย่างทุกอย่างในชมพูทวีปล้วนเป็นยาทั้งหมด  อาจารย์จึงลูบศีรษะแล้วบอกว่า ชีวกเรียนรู้จบหมดแล้ว

การเดินทางกลับบ้านของชีวก ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้คนมากมาย และได้เป็นแพทย์ประจำพระองค์พระเจ้าพิมพิสาร

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงไม่ถ่าย (พระบังคนหนัก) พระอานนท์ได้กราบทูลว่าจะเชิญชีวกมารักษา เมื่อชีวกทราบข่าวจึงปีติและไม่ได้ปฏิเสธ  หมอชีวกใช้ก้านอุบลอบ สามก้านแล้วนำไปถวายให้พระพุทธองค์สูดดมจนครบทั้งสามก้าน ปรากฏว่าไม่นานก็ทรงถ่ายจนหมด อาการกลับมาเป็นปกติ  นับแต่นั้นชีวกได้เป็นแพทย์ประจำพุทธองค์ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง

นับว่าสูตรยาของหมอชีวกที่ร่ำเรียนมานั้นได้ผลเป็นอย่ามาก คนโบราณ นิยมยาสมุนไพรในการรักษา และมีการสืบทอดมายาวนาน แต่สมุนไพรนั้นผู้ที่จะทำการรักษาก็ต้องมีความรู้ความชำนาญ และควรรู้ว่ายาบางอย่างไม่ต้องทานต่อเนื่อง ยาบางอย่างควรทานอย่างไร

จำได้คราวๆ ในตำรายาโบราณของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี นครปฐม มีการจดบันทึกเอาไว้อย่างเป็นหลักฐานว่า ยาบางตัวนั้นมีฤกษ์เก็บในยามเช้า ยาบางตัวนั้นมีฤกษ์เก็บในยามค่ำ  ไม่ใช่เป็นเพราะความเป็นสิริมงคลอะไรหรอก  แต่เป็นเพราะว่า สมุนไพรบางอย่างคลายตัวยาแล้วรีดพิษออกในยามเช้า บางสมุนไพรรีดพิษในยามบ่าย เท่านั้นเอง

แม้จะผ่านกาลเวลามาเนินนานเท่าไหร่เรื่องของยาสมุนไพรกับคนไทยก็ได้มีการสนับสนุนและพัฒนาปรับปรุงให้ถูกลักษณะมากยิ่งขึ้น แล้วดูเหมือนว่าหลักวิชาของสมุนไพรสาขาต่างๆ นั้น ผู้ที่จะปรุงต้องมีการผ่านการรับรองต่างๆ มากมายในยุคปัจจุบัน และผู้ที่เป็นหมอยาสมุนไพรก็ต้องมีคุณธรรม หรือมีธรรมะประจำใจอยู่ด้วยจึงจะสามารถเป็นหมอตามตำราโบราณกล่าวไว้

ในยุคนี้ผมชอบหลักคิดของหมอฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร หรือที่คนทั้งประเทศรู้จักกันในนาม หมอเส็ง ผมดูหมอเส็งออกรายการวู้ดดี้แล้วชอบแนวคิด เมื่อมีโอกาสพบหมอเส็งเลยถามถึงแนวทางความคิดเพิ่มเติมหมอเส็งให้ความเป็นกันเองแม้ว่าจะอยู่ในขั้นเศรษฐีหมอยาแล้วก็ตาม หมอเส็งเล่าให้ฟังว่า

“วิชาผมสืบทอดมาจากพ่อ เป็นตำรับยาโบราณทั้งสิ้น เป็นยาสมุนไพรจีน ที่มีการสืบทอดมานานหลายอายุคน  ผมตระหนักเสมอว่า เราเป็นหมอจะต้องทำให้ผู้ป่วยอย่างเต็มที่ วันนี้อายุ 78 ปีแล้ว คุณดูนะ คนมารอวันหนึ่งมากมายเข้าคิวยาว 300 กว่าเป็นแบบนี้ทุกอาทิตย์

“ผมต้องรักษาเขา ช่วยเหลือเขา ให้เต็มกำลังความรู้ความสามารถ  ไม่เอาเปรียบ ตรงไปตรงมา ไม่มีการโกหกหลอกลวง  แต่ต้องบอกก่อนว่า คนที่มารักษาด้วยสมุนไพรนี่ โดยมากทานยาฝรั่งมาเยอะแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จึงลองมาทานสมุนไพรดู บางคนก็ดีขึ้น บางคนทุเลาอาการไป ซึ่งเรื่องแบบนี้แล้วแต่อาการหนักเบาของแต่ละคน

“ผมอยู่มาได้หลายสิบปี เพราะผมเน้นเรื่องการตรงไปตรงมา แค่เพียงซื่อสัตย์เพียงอย่างเดียวก็สามารถครอบคลุมไปได้หมดทุกข้อธรรมแล้ว ธรรมะที่ผมยึดมาโดยตลอด คือ ข้อนี้ ไม่เอาเปรียบใคร  เงินทุกบาทของคนไข้ มีคุณค่ามีความหมาย ดังนั้น เขาก็ต้องได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าเช่นเดียวกัน  จิตวิญญาณของผมเป็นหมอยาสมุนไพร  ผมก็ต้องทำให้คุ้มค่า ผมก็ต้องใช้จิตวิญญาณของผมทุ่มเท ไม่ผิดสัจจะ กับคนไข้ทุกคน”

เป็นเสียงประกาศก้องจากหมอสมุนไพรชั้นนำของสังคมไทยในวันนี้  บุคคลที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะสาขาอาชีพใดๆ ก็ตาม ต่างก็มีหลักธรรมในใจของตัวเอง เป็นที่ยึดเหนี่ยวเสมอ แม้กาลเวลาผ่านไปหลายพันปีแล้ว เรื่องของสมุนไพรก็ยังคงอยู่คู่กับมนุษย์แบบนี้ไปอีกนานจนกว่าโลกนี้จะถึงกัลปาวสานเชื่ออย่างนั้นจริงๆ เพราะว่าธรรมชาติย่อมบำบัดในความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ได้ดีกว่าสารเคมีเสมอ

ข่าวอื่นๆ