น้ำใจจากท่านทูตอินเดีย สู่ศาสนิกชนชาวไทย

วันที่ 22 มี.ค. 2558 เวลา 12:39 น.
น้ำใจจากท่านทูตอินเดีย สู่ศาสนิกชนชาวไทย
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : แนวทางการช่วยเหลือศาสนิกชนที่จาริกแสวงบุญในอินเดีย

วิสัชนา : เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา... จริงๆ แล้วห้วงเวลาวันที่ ๑๙-๒๙ มี.ค. อาตมาต้องเดินทางไปอินเดีย... แต่ด้วยสังขารไม่เที่ยง มีความเกิด-ดับอยู่ตลอดเวลา แม้ดำรงอยู่ก็แปรปรวน จึงให้ต้องขอลาเพื่อหยุดพักธาตุขันธ์ที่เพิ่งใช้งานหนักในช่วงสัปดาห์เทศกาลมาฆบูชาที่ผ่านมา ณ อินเดีย...

ก่อนเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่อินเดีย อาตมาได้มีโอกาสพบกับเอกอัครราชทูตอินเดียประจำไทย (H.E. Mr. ชHarsh Vardhan Shringla) ที่ได้แสดงแนวคิดอันแน่วแน่ และความตั้งใจในการให้การสนับสนุน ตลอดจนอำนวยความสะดวกแก่ศาสนิกชนชาวไทยที่ประสงค์เดินทางไปประกอบศาสนกิจในอินเดีย...

...โดยท่านทูตอินเดียได้มีคำถามว่า... รัฐบาลไทยมีโครงการหรือนโยบายให้การช่วยเหลือการเดินทางของชาวพุทธไทยไปอินเดียอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่... อย่างไร...

...ซึ่งหากมีโครงการลักษณะดังกล่าว สถานทูตอินเดียก็สามารถเข้าไปช่วยสนับสนุนได้ เพื่อช่วยกระตุ้นให้เดินทางได้มากขึ้นและสะดวกขึ้น ...โดยท่านทูตฯ กล่าวว่า อินเดียมีรูปแบบในการให้การช่วยเหลืออยู่หลายลักษณะ ดังเช่นกรณีชาวอินเดียมุสลิมเดินทางไปแสวงบุญที่เมกกะ เป็นต้น...

ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจยิ่งในข้อคิดจากท่านทูตอินเดีย ได้แก่ ในเรื่องที่ชาวไทยและรัฐบาลไทยควรจะมีความตระหนักรู้ (Awareness) เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอินเดีย ซึ่งปัจจุบันไทยมีนโยบายด้านต่างๆ มุ่งเน้นไปทางโลกตะวันตกค่อนข้างมาก แตกต่างจากความสนใจและตระหนักรู้เกี่ยวกับอินเดียที่ยังมีไม่มากพอ ทั้งๆ ที่อินเดียและไทยมีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเข้มข้นมาช้านาน โดยเฉพาะในด้านจิตวิญญาณและวัฒนธรรม... ตลอดจนถึงด้านเศรษฐกิจ ซึ่งอินเดียนั้นมีพันธมิตรอยู่มากมาย และจะเป็นโอกาสทางธุรกิจต่อประเทศไทย ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนี้...

 

ในตอนท้ายของการสนทนา ท่านทูตอินเดียได้แสดงความเป็นกัลยาณมิตรที่อินเดียมีต่อชาวไทย คือ การแสดงความจริงใจที่พร้อมช่วยเหลือชาวไทยให้ได้รับความสะดวกในการเดินทางสู่อินเดีย แดนมาตุภูมิของพระพุทธศาสนา โดยเสนอแนวคิดว่าควรมีบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่างไทยกับอินเดียในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกวีซ่าหรือการดูแลความปลอดภัยแด่นักแสวงบุญชาวไทย ที่เดินทางไปปีละหลายแสนคน และการมีส่วนร่วมของรัฐบาลทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ของผู้เดินทางจาริกแสวงบุญที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวโดยทั่วไป... เรื่องดังกล่าวอาตมาจะได้นำเสนอ รมช.ต่างประเทศ (นายดอน ปรมัตถ์วินัย) ซึ่งเพิ่งมีโอกาสพบกันที่พุทธคยา ณ มหาโพธิสมาคม อินเดีย ในวันที่มีการประชุมคณะสงฆ์นานาชาติ ในเรื่องการร่วมกันให้ความเห็นชอบในปฏิญญาการขับเคลื่อนของคณะสงฆ์ เพื่อการสืบอายุพระพุทธศาสนาไปเบื้องหน้า... เมื่อวันที่ ๒-๓ มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินการต่อไป

ในท้ายนี้ มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าวจากท่านทูตพลเดช วรฉัตร ที่เคยทำหน้าที่อัครราชทูตไทยในอินเดีย ที่มีข้อความมาถึงอาตมาว่า...

กราบเรียนพระอาจารย์อารยะวังโส ...เป็นนิมิตหมายที่ดีครับ ที่ทุกภาคส่วนจะเข้ามาดูแลตรงนี้

พระธรรมทูตไทยสายอินเดียจะมีบทบาทสำคัญครับ เพราะอยู่ในพื้นที่คุ้นเคยกับการดูแลผู้แสวงบุญชาวไทยค่อนข้างมาก หากมีการประสานงานใกล้ชิด เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น...

หมายเหตุ... ในวันอาทิตย์ที่ ๒๙ มี.ค. ๒๕๕๘ เวลา ๐๗.๓๐-๑๐.๐๐ น. ขอสาธุชนร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ อบรมจิตตภาวนา บูชาบารมีธรรมสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ณ พระอุโบสถวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลโดยมี พระอาจารย์อารยะวังโส เป็นประธานฯ

เจริญพร