คำถามคาใจชาวพุทธ ทำไมพระพุทธศาสนาสูญไปจากอินเดีย !!

  • วันที่ 25 ม.ค. 2558 เวลา 09:50 น.

คำถามคาใจชาวพุทธ ทำไมพระพุทธศาสนาสูญไปจากอินเดีย !!

ปุจฉา ๑.อะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการสูญสลายพระพุทธศาสนาในอินเดียฯ

๒.การหลั่งไหลเข้าไปสร้างวัดวาอารามของพุทธศาสนาในอินเดีย จะสามารถนำมาเป็นเครื่องยืนยันได้หรือไม่ว่าพุทธศาสนากลับไปเติบโตในอินเดียแล้วอีกครั้งหนึ่ง ดังที่ชาวพุทธทุกคนปรารถนา...

วิสัชนา ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา... มีเรื่องราวที่น่าสนใจอันควรนำมาศึกษาในหลายประเด็นจากกรณีที่ปุจฉามา ซึ่งได้เคยเขียนแสดงความเห็นไปบ้างแล้วทาง “ธรรมส่องโลก” กรณีเกิดความผันแปรของพระพุทธศาสนา จนนำไปสู่การล่มสลายของสถาบันพระพุทธศาสนา หมายถึง องค์กรของศาสนจักร ที่มิใช่พระธรรมคำสั่งสอน...

พระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาเป็นอมตธรรม เป็นที่สุดแห่งความจริงที่เรียกว่า อริยสัจ อันไม่มีใครๆ สามารถทำให้สูญหายไปจากโลกนี้ได้ ตราบใดที่โลกยังมีเกิด-ดับ สัตว์โลกทั้งหลายยังวนเวียนอยู่ในเกิด..แก่..เจ็บ..ตาย ตราบนั้นพระธรรมอันเที่ยงแท้นี้ก็ยังคงต้องดำรงอยู่เพื่อบอกกล่าวสถานะที่แท้จริงของโลกวิสัย...สัตว์โลก ว่าต้องเป็นไปตามความจริงที่ปรากฏอยู่ในพระธรรมคำสั่งสอน... ที่แสดงความเที่ยงแท้ว่าโลกต้องเป็นไปตามกฎอนัตตา... จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย... และกฎอนัตตานี้แหละคือหลักธรรมที่ตรัสรู้ชอบหรือค้นพบโดยพระองค์เอง...ที่ไม่มีวันเสื่อมสูญสลายไปจากโลกนี้!! แต่ทำไมองค์กรพระพุทธศาสนาสูญสลายไป เรื่องนี้จึงควรศึกษาให้รู้ถึงเหตุปัจจัยของเรื่องดังกล่าว...

เมื่อเปิดดูในหลักธรรมที่ทรงแสดงไว้ก็พบว่า ความประมาท... ความไม่เคารพ... ความลบหลู่... ความจาบจ้วงล่วงเกินในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในไตรสิกขาเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่ความย่อยสลายขององค์กรพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป และหากพิจารณาลงไปถึงพุทธบริษัทในองค์กรฯ ที่มีบทบาทยิ่งต่อการทำให้เกิดความเสื่อมสูญ ก็คงจะเห็นตรงกันว่า ได้แก่... พระภิกษุที่เข้ามาสู่พระศาสนานี้อย่างไร้อุดมการณ์ ไม่ศึกษาปฏิบัติตามพระธรรมวินัย...

ดังเป็นอยู่ในสังคมบ้านเราที่องค์กรพระพุทธศาสนาออกอาการหนัก ด้วยการประพฤติปฏิบัติที่ผิดพระวินัยมีให้เห็นกันมากมาย อีกทั้งยังขาดความรับผิดชอบในการร่วมกันช่วยกันชำระสะสาง เพื่อการรักษาความบริสุทธิ์ของพระธรรมวินัยไว้ให้ดำรงอยู่ต่อไป... การที่ผู้เข้ามาบวชแสดงตนว่าเป็นสมณะ... ภิกษุ หรือพระ ยังเกลือกกลั้วเกี่ยวข้องกับวัตถุกาม... ยังเมาอยู่ในฐานะยศศักดิ์ทั้งหลายดุจชาวโลก จนเห็นการวิ่งเต้นแสวงหาเพื่อให้ได้มา แม้โดยวิธีผิดๆ ดังที่เคยปรากฏเป็นข่าว ตลอดจนยังมีการรับเงิน-ทอง แสวงหาเงินทองวัตถุของมีค่า จนบางครั้งน่าเกลียดกว่าโจรที่ปล้นกิน... เพราะโจรยังยอมรับว่าตนเป็นโจร แต่คนทุศีลเหล่านี้ใช้ผ้ากาสาห่มคลุมแสดงตนว่าเป็นผู้ทรงศีล... เป็นดุจสมณะ เพื่อหลอกลวงปล้นทรัพย์กินจากชาวบ้าน ดังคำเรียกในพระศาสนาว่า มหาโจร...โคตรโจร... สิ่งเหล่านี้ยังยากต่อการแก้ไขดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆให้กระทบกระเทือนใจศรัทธาสาธุชนเล่น!!... ดังอดีตพระเกษมแห่งเพชรบูรณ์ที่ออกมาสารภาพบาป และลาสิกขาไป จริงๆแล้วไม่ต้องลาสิกขาอะไรแล้ว เพราะสิ้นสภาพไปโดยธรรมแล้ว ก็แต่สงสารศรัทธาญาติโยมที่อุทิศชีวิตบูชาอุดมการณ์อดีตพระเกษม...

วันนี้ (๒๓ ม.ค. ๒๕๕๘) อาตมานั่งเขียนต้นฉบับอยู่ที่นครมุมไบ รัฐมหาราษฏระ/อินเดีย ด้วยเพิ่งกลับมาจากการร่วมงานประชุมทางวิชาการระหว่างไทย-อินเดีย ที่จัดเป็นครั้งที่ ๘ โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ไทย และสภาวิจัยสังคมศาสตร์แห่งอินเดีย (ICSSR) ที่ออรังกาบาด ซึ่งอาตมาได้รับการเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัย ในเรื่อง Buddhist Science Underlying Paradigm Shift towards equilibrium of Life ทราบจากคณะกรรมการฯ บางท่านว่า ได้รับการกล่าวถึงด้วยความชื่นชมในงานวิจัยดังกล่าว... สาเหตุที่อาตมาต้องทราบจากผู้อื่นเพราะเมื่อไปถึงเมืองออรังกาบาด ได้มีการจัดให้ผู้แทนจากแต่ละประเทศที่ได้รับการเชิญมาร่วมสัมมนาในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายพักที่โรงแรม ซึ่งคงไม่แปลกกับชาวโลก และคงไม่สะดุ้งกับพระภิกษุที่อนุวัติไปตามโลก... แต่สำหรับอาตมานั้นยากทำใจยอมรับ เพราะใบหน้าหลวงปู่มั่นยังจำติดจิต และด้วยความเคารพพระธรรมวินัยอันสูงสุด จึงขออนุวัติตามธรรม...เพื่อเคารพธรรม... ด้วยไม่สามารถเดินเข้าไปเพื่อเที่ยวชม... พักอาศัยในสถานที่อโคจรได้ แต่การแสดงผลงานวิจัยก็ไม่เสียหายใดๆ เพราะได้มอบหมายให้ลูกศิษย์ที่มีความรู้ระดับดอกเตอร์เป็นผู้แทนนำบทวิจัยของอาตมาเสนอต่อที่ประชุมแทน และก่อนขึ้นเครื่องกลับจากออรังกาบาด ยังได้พบกับรองเลขาคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และโยมบรรจบ บรรณรุจิ ที่อุตส่าห์มีน้ำใจมาพบ ได้สนทนากันเล็กน้อยด้วยสาระธรรมที่มีคุณค่า ก่อนจะมานั่งเขียนต้นฉบับอยู่ที่มุมไบ เพื่อรอไปแสดงธรรมโปรดชาวพุทธอินเดียและผู้มีศรัทธาที่เย็นนี้จะมาพร้อมใจกันฟังธรรม-บูชาธรรม ณ Andheri Hall ใจกลางนครมุมไบ ซึ่งจัดงานดังกล่าวโดย Chief Information Commissioner ของรัฐมหาราษฏระและองค์กร BRCT (องค์กรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป)...

ข่าวอื่นๆ