สมเด็จวัดปากน้ำ พอใจตัวเลขผู้สอบบาลีโดยรวมเพิ่มขึ้น

วันที่ 23 มี.ค. 2557 เวลา 11:23 น.
สมเด็จวัดปากน้ำ พอใจตัวเลขผู้สอบบาลีโดยรวมเพิ่มขึ้น
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในฐานะแม่กองบาลีสนามหลวง ซึ่งเป็นประธานในการประกาศผลสอบบาลีประจำปี พ.ศ. 2557 ตั้งแต่ประโยค 12 ประโยค ป.ธ. 3 ถึงประโยค ป.ธ. 9 ที่วัดสามพระยา ซึ่งมีผู้เข้าสอบทุกประโยค จำนวน 34,044 รูป ขาดสอบ 10,497 รูป ขาดสิทธิ 686 รูป สอบจริง 22,861 รูป สอบได้ 4,610 รูป หรือคิดเป็นร้อยละ 20.17 ซึ่งเป็นตัวเลขที่เจ้าประคุณสมเด็จว่าน่าพอใจ

สมเด็จชื่นใจ

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ในฐานะแม่กองบาลีสนามหลวง กล่าวว่า ผลสอบบาลีที่ประกาศปีนี้น่าชื่นใจมาก เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว กล่าวคือ เมื่อปีที่แล้วมีผู้สอบได้ทุกประโยค 3,000 กว่ารูป ปีนี้สอบได้ 4,000 กว่ารูป ตัวเลขโดยรวมเพิ่มขึ้น

สำหรับประโยคสูงสุด คือ ประโยค ป.ธ. 9 ที่มีผู้สอบได้ 26 รูป ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ โดยเจ้าประคุณสมเด็จได้ให้นโยบายในการตรวจข้อสอบว่า ต้องเที่ยงธรรม และมีความเมตตา คือถูกเป็นถูก ไม่ใช่ว่าผิดแล้วจะเมตตาให้ถูก

ส่วนสถิติผู้ขอเข้าสอบก็มากขึ้น ไม่ได้ลดลงไป แม้จะมีการศึกษาอย่างอื่นมาแข่งก็ตาม แสดงว่าหลายฝ่ายเห็นความสำคัญในการเรียนบาลี ว่าเป็นการดำรงพระศาสนา เจ้าประคุณสมเด็จมีความเห็นว่า ถ้าท่านทั้งหลายที่บวชมาแล้ว ไม่เรียนพระบาลี ไม่แน่ว่าศาสนาจะเป็นอย่างไร แต่พระศาสนาดำรงคงอยู่ได้ดี เมื่อพระภิกษุสามเณรยังศึกษาบาลี แม้ว่าภาษาบาลีนั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ขึ้นอยู่กับตัวนักเรียน ถ้าผู้เรียนมีอุตสาหวิริยะ จะพบว่าการเรียนภาษาบาลีไม่ใช่ของยากเลย

พร้อมกันนั้น เจ้าประคุณสมเด็จก็เรียกร้องให้พุทธศาสนิกชน ร่วมด้วยช่วยกันอุปถัมภ์บำรุงพระภิกษุสามเณรที่เรียนบาลีให้มีความสะดวกในการเรียนโดยไม่เดือดร้อน เพราะภาษาบาลีเป็นภาษาสำคัญของพระศาสนา

 

ทุนเล่าเรียนหลวง

เมื่อพูดถึงการส่งเสริมนักเรียนและสำนักเรียนบาลีนั้น เจ้าประคุณสมเด็จซึ่งดำรงตำแหน่งแม่กองบาลีสนามหลวง กล่าวว่า สำนักแม่กองบาลีสนามหลวงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสิรฐ ที่พระองค์ทรงตั้งทุนเล่าเรียนหลวงขึ้นเพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้เรียนบาลีและสำนักเรียนบาลี โดยพระองค์โปรดพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวงแก่ผู้สอบบาลีได้ และสำนักเรียนบาลีที่มีผู้สอบได้ทุกปี

นอกจากนั้น สำนักงานแม่กองบาลีมีโครงการสนับสนุนสำนักเรียนบาลีที่ขาดแคลนตำราเรียน หากสำนักเรียนใดต้องการตำราเรียน ให้แจ้งมาที่สำนักแม่กองบาลีที่วัดปากน้ำ สำนักงานพร้อมที่จะให้การสนับสนุนเต็มที่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตัวเลขที่ผู้สอบสอบประโยค 9 ปีนี้ได้ 26 รูป ถือว่าน้อยหรือไม่ เจ้าประคุณสมเด็จตอบว่า ไม่ถือว่าน้อย เทียบกับอดีตแล้วยังถือว่าสอบได้มาก เพราะอดีตนั้นสอบได้ปีละ 1 รูป บางปีมากหน่อยก็ 6 รูป พร้อมกับอ้างถึงสมัยที่สมเด็จสอบ ป.ธ. 9 ได้นั้น (พ.ศ. 2497) สอบได้ 3 รูปเท่านั้น

ดังนั้น ตัวเลขที่สอบได้ 26 รูป ถือว่าใช้ได้ ไม่เสียหายอะไร

พระเจ้า 5 พระองค์

เจ้าประคุณสมเด็จ เล่าถึงอดีตนักเรียน ป.ธ. 9 ที่ได้รับสมัญญานามว่าเป็นพระเจ้า 5 พระองค์ จาก น.อ.แย้ม ประพัฒน์ทอง ป.ธ. 9 อาจารย์ผู้สอบภาษาบาลีระดับเปรียญเอก ที่สำนักเรียนกลางวัดสามพระยา ว่า อาจเป็นเพราะอาจารย์แย้มคงจะรักพระ 5 รูปนี้ ที่เป็นศิษย์ตั้งใจเรียนดี และอะไรๆ ก็ดี จึงตั้งให้เป็นพระเจ้า 5 พระองค์ ทั้ง 5 นั้นได้แก่ เกี่ยว (สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ) นิยม (สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม) พลอย (พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดเทพธิดาราม) ช้อย (พระเทพวิสุทธิโมลี วัดมหาธาตุ ราชบุรี) และช่วง (สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ)

ตอนนี้ตายไป 4 แล้ว คือ ช้อย ตายก่อน (พ.ศ. 2547) ตามมาด้วยพลอย (2547) นิยม (2554) เกี่ยว (2556) เจ้าประคุณพูดว่าต่อไปก็คงเป็น ช่วง ท่ามกลางเสียงลูกศิษย์ที่นั่งข้างๆ ร้องค้านว่ายัง (ไม่ถึงเวลา) ต้องอยู่กับคณะศิษย์ไปอีกนานแสนนาน

 

ผู้เขียนพบเห็นภาพเจ้าประคุณสมเด็จที่ยังหนุ่มในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่ศรีลังกา เป็นภาพที่มีสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์) วัดจักรวรรดิราชาวาส ถ่ายร่วมกับพระเถระศรีลังกา โดยมีพระมหาช่วง วรปุญฺโญ (สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์) และพระมหาเกียรติ สุกิตติ (พระราชธรรมมุนี วัดจักรวรรดิราชาวาส) อยู่ในภาพด้วย จึงกราบเรียนถามว่าเป็นงานอะไร ท่านเล่าว่า ที่เดินทางไปศรีลังกากับสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ป.ธ. 9) อดีตเจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส ครั้งนั้น เพราะสมเด็จวัดจักรวรรดิฯ ให้ไปร่วมงานที่คณะสงฆ์ศรีลังกา ทำงานจารึกพระไตรปิฎก (แต่จำปีไม่ได้)

เจ้าประคุณสมเด็จ เล่าว่า ตัวท่านกับคณะสงฆ์ศรีลังกานั้นมีความคุ้นเคยกันมาก จนกระทั่งสามารถพูดได้ว่าพระสงฆ์และชาวพุทธศรีลังการู้จักวัดปากน้ำ ภาษีเจริญมาก

ศรีลังกาถวายสมณศักดิ์ 10 ตำแหน่ง

เพราะความคุ้นเคยดังกล่าว คณะสงฆ์ศรีลังกาถวายสมณศักดิ์ให้ 10 กว่าตำแหน่ง โดยบอกให้ผู้เขียนไปดูพัดยศที่ศรีลังกาถวาย ที่พิพิธภัณฑ์ วัดปากน้ำ ซึ่งตำแหน่งสำคัญที่คณะสงฆ์ศรีลังกาถวาย คือ ตำแหน่งอุปัชฌาย์ ทำให้เจ้าประคุณสมเด็จสามารถบวชพระในศรีลังกาได้ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการแต่งตั้งแล้ว ศรีลังกาจะไม่ให้ร่วมสังฆกรรมด้วย

ส่วนสมณศักดิ์ที่ศรีลังกาถวาย ที่ค้นมาจากเว็บไซต์ คือ

พ.ศ. 2524 ได้รับสมณศักดิ์ฝ่ายอมรปุรนิกาย ที่พระชินวรสาสนโสภณเตปิฎกวิสารทคณะปาโมกขาจริยะ

พ.ศ. 2525 ได้รับสมณศักดิ์จากสยามวงศ์ ฝ่ายอัสสคิริยะ ที่พระสาสนโชติกสัทธัมมวิสารทวิมลกิตติสิริ

พ.ศ. 2525 ได้รับสมณศักดิ์จากสยามวงศ์ ฝ่ายมัลลวัตตะ ที่พระธรรมกิตติสิรเตปิฎกวิสารโท

พ.ศ. 2526 ได้รับสมณศักดิ์ฝ่ายรามัญวงศ์ ที่พระติปิฎกปัณฑิตธัมมกิติสสิริยติสังฆปติ

พ.ศ. 2526 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ของประเทศศรีลังกา สยามวงศ์ ฝ่ายโกฎเฏ ที่พระอุบาลีวังสาลังการะอุปัชฌายะธรรมธีรมหามุนีเถระ

พ.ศ. 2538 ได้รับสมณศักดิ์ฝ่ายอมรปุรนิกาย ที่พระเถรวาทะวังสาลังการะสยามเทสะสาสนธชะ

พม่าถวายสมณศักดิ์

ส่วนความสัมพันธ์กับประเทศพม่านั้น ผู้เขียนเรียนถามว่าเจ้าประคุณกำหนดไปรับสมณศักดิ์ที่รัฐบาลพม่าถวายเมื่อไร เพราะทราบมาว่ารัฐบาลพม่าถวายสมณศักดิ์อัคคมหาสัทธัมมโชติกธชะ ซึ่งถือเป็นสมณศักดิ์สูงสุดของพม่า ซึ่งเจ้าประคุณบอกว่าไม่สามารถเดินทางไปรับตามที่เขาถวายได้ เพราะนายแพทย์ไม่ให้เดินทางไกล ถ้ารัฐบาลพม่าจะนำมาถวายที่เมืองไทยก็ยินดีและไม่ขัดข้อง

เจ้าประคุณสมเด็จ ปัจจุบันเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม นามเดิมว่า ช่วง นามสกุล สุดประเสริฐ

เกิดเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2468 ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 10 ปีฉลู บ้านเลขที่ 32 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

อุปสมบทเมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร นามฉายา “วรปุญฺโญ” พระครูบริหารบรมธาตุ (ป่วน เกสโร) วัดนางชี

เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระครูสมณธรรมสมาทาน เป็นกรรมวาจาจารย์

หมู่บ้านศีล 5

โครงการล่าสุดเพื่อพระพุทธศาสนาและประชาชนที่เจ้าประคุณดำริขึ้นมา ได้แก่ โครงการหมู่บ้านศีล 5 เริ่มปีนี้ที่ จ.ลพบุรี สระบุรี และสระแก้ว ที่พิเศษคือ ที่ลพบุรีนั้นจะครอบคลุมถึงโรงเรียนรักษาศีล 5 ด้วย เป็นโครงการที่ริเริ่มเพื่อช่วยประเทศชาติ ศาสนา และประชาชน เมื่อทุกคนมีศีล 5 การปกครองก็สบาย ประเทศชาติเป็นสุข

จะให้เป็นโครงการของมหาเถรสมาคม เพื่อให้ครอบคลุมทั้งประเทศต่อไป