สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพสวดศพ 2 สมเด็จ

วันที่ 01 ธ.ค. 2556 เวลา 09:06 น.
สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพสวดศพ 2 สมเด็จ
พระราชพุทธิวิเทศ (ประชัน) วัดพุทธาวาส ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งรองประธานอีก 2 รูป ได้แก่ พระสิริธรรมวิเทศ วัดพุทธรังษี ไมอามี พระวิเทศธรรมกวี (ประเสริฐ) วัดพุทธานุสรณ์ ซานฟรานซิสโก และกรรมการ พร้อมด้วยสมาชิกมาชุมนุมกันในเมืองไทยในขณะนี้ เพื่อเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อุปเสณมหาเถระ) ที่สิ้นพระชนม์ 24 ต.ค. 2556 และมรณภาพ 10 ส.ค. 2556

การเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก กำหนดวันที่ 13 ธ.ค. 2556 ณ ตำหนักเพชร วัดบวรนิเวศวิหาร

ส่วนการเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ ถวายสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อุปเสณมหาเถระ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เสร็จสิ้นไปแล้ว เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2556

สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่ตั้งขึ้นโดยคณะสงฆ์และพระธรรมทูตที่ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2519 ซึ่งช่วงแรกมีเพียง 5 วัด โดยพระสงฆ์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสหรัฐอเมริกาในช่วงนั้น เช่น พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ ขณะนั้นมีสมณศักดิ์ชั้นสามัญที่พระสุธีรัตนาภรณ์ สังกัดวัดจักรวรรดิราชาวาส) แห่งวัดธัมมาราม ชิคาโก พระมหาโสบิน โสปาโก วัดพุทธวราราม เดนเวอร์ (สังกัดวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์) วัดไทยแอลเอ พระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท วัดไทยกรุงวอชิงตันดี.ซี. และพระมหาสมบูรณ์ (อดีต พระเทพกิตติโสภณ) วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ก (สังกัดวัดเบญจมบพิตร) และพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) วัดพระพิเรนทร์ วรจักร รับนิมนต์ไปบรรยาย ณ University Museum แห่งมหาวิทยาลัย Pennsylvania ใน พ.ศ. 2515 และที่ Swarthmore College สหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2519

 

องค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในช่วงแรก เมื่อจำนวนวัดและพระมากขึ้น จึงเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลกันเอง ซึ่งปัจจุบันวัดมีจำนวนมากถึง 99 วัด และพระสงฆ์ที่ปฏิบัติหน้าที่สนองศรัทธาญาติโยมมากถึง 700 รูป

การบริหารองค์กรดำเนินการโดยคณะกรรมการอำนวยการที่มาจากการเลือกตั้งกันเอง ประกอบด้วย ประธาน 1 ตำแหน่ง รองประธาน 2 ตำแหน่ง และเลขาธิการ 1 ตำแหน่ง รองเลขาธิการ 2 ตำแหน่ง แต่ละตำแหน่งมีเทอม 2 ปี

เมื่อครบวาระ 2 ปี เลือกตั้งใหม่ ที่ประชุมสามารถเลือกพระเถระรูปเดิมให้ดำรงตำแหน่งต่อไปอีกก็ได้ เพราะไม่มีข้อห้าม จึงเห็นประธานสมัชชารูปแรก (พระพรหมวชิรญาณ) ดำรงตำแหน่งรวมกัน 12 ปี ประธานรูปต่อมา (พระเทพกิตติโสภณ) ดำรงตำแหน่งต่อเนื่อง 24 ปี

ปัจจุบัน พระราชพุทธิวิเทศ วัดพุทธาวาส ฮิวสตัน รัฐเทกซัส เป็นประธานรูปที่ 3

 

รองประธานมี 3 รูป คือ พระราชธรรมวิเทศ (อมรวุฒิ) วัดไทยแอลเอ เป็นรองประธานรูปที่ 1 พระสิริธรรมวิเทศ (สุรเชษฐ์) วัดพุทธรังษี ไมอามี รองประธานรูปที่ 2 พระวิเทศธรรมกวี (ประเสริฐ) วัดพุทธานุสรณ์ ซานฟรานซิสโก รองประธานรูปที่ 3 โดยมีพระครูสิริอรรถวิเทศ (ดร.พระมหาถนัด) วัดไทยวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นเลขาธิการ

เนื่องด้วยวัดไทยในสังกัดสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกามี 99 วัด ตั้งอยู่ใน 32 รัฐ สมัชชาจึงแบ่งงานรับผิดชอบระหว่างประธานและรองประธานให้มีองค์การรับผิดชอบ 4 องค์การด้วยกัน คือ พระราชพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาฯ กำกับดูแลองค์การปกครอง พระราชธรรมวิเทศ รองประธานรูปที่ 1 กำกับดูแลองค์การศึกษา พระสิริธรรมวิเทศ รองประธานรูปที่ 2 กำกับดูแลองค์การสาธารณูปการและสาธารณสงเคราะห์ และพระวิเทศธรรมกวี รองประธานรูปที่ 3 กำกับดูแลองค์การเผยแผ่

ในส่วนขององค์การปกครองนั้น ได้แบ่งออกเป็น 4 รัฐภาค ให้ประธานและรองประธานรับผิดชอบดังนี้

รัฐภาคตะวันออก 20 รัฐ มีวัดตั้งอยู่ 25 วัด ให้รองประธานรูปที่ 2 (พระสิริธรรมวิเทศ) รับผิดชอบ

รัฐภาคกลาง 20 รัฐ มี 24 วัด ประธานสมัชชาฯ (พระราชพุทธิวิเทศ) เป็นผู้รับผิดชอบ

รัฐภาคตะวันตกใต้ 5 รัฐ 34 วัด ให้รองประธานรูปที่ 1 (พระราชธรรมวิเทศ) รับผิดชอบ

รัฐภาคตะวันตกเหนือ 6 รัฐ 16 วัด ให้รองประธานรูปที่ 3 (พระวิเทศธรรมกวี) รับผิดชอบ

 

วัดไทยในสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2515 โดยพระธรรมโกศาจารย์ หรือสมณศักดิ์ ล่าสุดคือพระพิมลธรรม (ชอบ อนุจารีเถระ) วัดราษฎร์บำรุง จ.ชลบุรี เดินทางรอบโลก และแวะมาเยี่ยมญาติโยมที่แอลเอ ซึ่งมีคนไทยอพยพมาตั้งรกรากและทำงานจำนวนมากในครั้งนั้น ญาติโยมชาวไทยต้องการให้พระมาสร้างวัด เพื่อที่จะได้มีพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ท่านจึงสนองตอบโดยส่งพระชุดแรกไป มีทั้งพระไทยและพระมาเลเซีย (พระเถรวาท) พระไทยที่เดินทางไปชุดแรก ได้แก่ พระมหาโสบิน โสปาโก จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ท่าพระจันทร์

พระครูสิริอรรถวิเทศ เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้เล่าในรายการทีวีเพื่อพระพุทธศาสนาที่ออกอากาศในประเทศไทย ว่าวัดในสหรัฐอเมริกาเริ่มจากเช่าบ้าน เพื่อใช้เป็นที่อยู่ที่แสดงธรรมและบำเพ็ญกุศลต่างๆ ต่อมาจึงพัฒนาโดยซื้อบ้านหรือซื้อโบสถ์คริสต์มาพัฒนาเป็นวัด หรือบางรายที่ฐานะเศรษฐกิจดี ก็ซื้อที่ดินสร้างวัด สร้างพระอุโบสถ มีศาลา

แต่การสร้างวัด หรือประกอบศาสนกิจในสหรัฐอเมริกา ไม่ง่ายเหมือนเมืองไทย ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และกฎหมายของรัฐ ก่อนดำเนินการสร้างปรับปรุงอะไร ต้องได้รับอนุญาต ผ่านการรับฟังจากชุมชนก่อนเสมอ

ส่วนพระธรรมทูตที่ไปประจำในต่างประเทศ แต่ก่อนนั้นแค่ ศ.ต.ภ.เห็นชอบให้เดินทางได้ ก็ยื่นหลักฐานทำหนังสือเดินทางและขอวีซ่าไปต่างประเทศ แต่ปัจจุบันต้องผ่านการอบรมโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่ร่วมมือกับสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาจัดอบรมให้และได้อบรมไปแล้ว 19 รุ่น

พระพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกายังมีโอกาสเจริญเติบโต เพราะประชาชนให้ความสนใจ โดยเฉพาะ นักเรียน นักศึกษา ที่เป็นคนท้องถิ่นใฝ่รู้และเข้าวัดมากขึ้น