การรู้แจ้งในความโง่ ธัมมะที่ควรศึกษา!! (ตอน ๗)

วันที่ 26 ก.ย. 2556 เวลา 09:02 น.
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

พราหมณ์พาวรีได้ฟังคำว่า สัมพุทโธ เป็นภาษาบาลี... (สัมพุทธะ สัมพุทโธ คือตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง...) ก็ให้มีจิตใจเกิดปีติ เฟื่องฟู บรรเทาความโศกเศร้า ด้วยอำนาจแห่งปีติที่ไพบูลย์ในดวงจิตของพราหมณ์พาวรีที่มีใจชื่นชนเบิกบานเกิดความโสมนัส เกิดความสุขใจขึ้น จึงถามเทวดานั้นว่า “พระโลกนาถเจ้าประทับอยู่ในคามนิคม หรือในชนบทแห่งไหน ข้าพเจ้าจะพึงไปนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้อุดมกว่าสัตว์ได้ในที่ใด”

เทวดาตอบว่า “พระชินเจ้าผู้ศากยบุตร ทรงมีพระปัญญามาก มีพระปัญญาประเสริฐ กว้างขวาง ทรงปราศจากธุระ หาอาสวะมิได้ องอาจกว่านระ ทรงรู้ธรรมเป็นศีรษะและธรรมเป็นเหตุให้ศีรษะตกไป ประทับอยู่ในมณเฑียรสถานของชนชาวโกศล แคว้นนครสาวัตถี”

เมื่อเทวดาได้กล่าวแจกแจงแสดงทุกอย่างจบถ้วนตามที่พราหมณ์พาวรีได้ถาม บัดนั้นพาวรีผู้มีใจที่ปีติยินดีแช่มชื่นเกิดความโสมนัสแล้ว จึงได้เรียกพราหมณ์ลูกศิษย์ทั้งหลายมาสั่งว่า “ดูก่อน มานพทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงมาเถิด เราจักบอกแก่ท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงฟังคำของเรา ความปรากฏแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด อันสัตว์ได้ยากเนืองๆ ในโลกนี้ วันนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ปรากฏว่าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ท่านทั้งหลายจงรีบไปเมืองสาวัตถี เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้อุดมกว่าสัตว์เถิด”

ตรงนี้พราหมณ์พาวรีผู้มีศิษย์จำนวนมาก เป็นที่เคารพศรัทธาของมหาชนในแว่นแคว้นลุ่มน้ำโคธาวารี มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นพราหมณ์ที่มีความรู้ ได้เรียกลูกศิษย์ที่เป็นพราหมณ์มีความรู้ทั้งหลายเข้ามาเพื่อบอกกล่าวให้ทราบเรื่องที่ตนเองมีความประสงค์ตามที่กล่าว

พราหมณ์ผู้เป็นศิษย์ทั้งหลายจึงซักถามด้วยพระคาถาบาลีแปลความได้ว่า “ข้าแต่ท่านพราหมณ์ บัดนี้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้เห็นแล้ว จะพึงรู้ว่าท่านผู้นี้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยอุบายอย่างไรเล่า” ... พราหมณ์ทั้งหลายที่เป็นศิษย์ เมื่อได้ฟังคำสั่งพราหมณ์พาวรีผู้เป็นอาจารย์แล้ว ได้ถามกลับว่า... ถ้าไปเห็นแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ท่านผู้นั้นเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

(อ่านต่อฉบับหน้า)