การรู้แจ้งในความโง่ ธัมมะที่ควรศึกษา!! (ตอน ๖)

วันที่ 25 ก.ย. 2556 เวลา 08:37 น.
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

เรื่องดังกล่าวนี้ ด้วยความที่พราหมณ์พาวรีมีกุศลในอดีตอยู่ จึงมีเพื่อนมาสงเคราะห์ เพื่อนผู้เป็นกัลยาณมิตรดังกล่าว ได้แก่ เทวดาผู้ปรารถนาในประโยชน์... เมื่อเห็นพราหมณ์พาวรีมีความทุกข์สะดุ้งหวาดหวั่นตามที่เล่ามาแล้วนั้น เทวดาจึงเข้าไปหาพราหมณ์พาวรีและได้กล่าวว่า “พราหมณ์ที่มาสาปแช่งท่านนั้น เขาไม่รู้จักหรอกว่า ศีรษะคืออะไร พราหมณ์ผู้หลอกลวงนั้นเพียงต้องการทรัพย์ เป็นผู้ไม่มีความรู้ในธรรมอันเป็นศีรษะ และธรรมอันเป็นเหตุให้ศีรษะตกไป”

พราหมณ์พาวรีได้ถามเทวดาว่า “ท่านรู้จักข้าพเจ้าหรือ ข้าพเจ้าถามท่านแล้ว ขอท่านโปรดบอก ธรรมที่เป็นศีรษะ และธรรมอันเป็นเหตุให้ศีรษะตกไปด้วยเถิด”

เทวดาตอบว่า “แม้เราก็ไม่รู้ธรรมที่เป็นศีรษะ และธรรมอันเป็นเหตุให้ศีรษะตกไป เราไม่มีความรู้ในธรรมทั้งสองนี้ ปัญญาเป็นเครื่องเห็นธรรมอันเป็นศีรษะ และธรรมอันเป็นเหตุให้ศีรษะตกไป ย่อมมีแก่พระชินเจ้าทั้งหลาย (ย่อมมีแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลาย) เท่านั้น”

พราหมณ์พาวรีถามต่อไปว่า “ก็บัดนี้ ใครเล่าในปฐพีมณฑลนี้ คือในแผ่นดินนี้ ย่อมรู้ ...ดูก่อนเทวดา ขอท่านจงบอกบุคคลผู้รู้ธรรมอันเป็นศีรษะ และธรรมอันเป็นเหตุให้ศีรษะตกไปนั้นแก่ข้าพเจ้าเถิด”

เทวดาตอบว่า “ดูก่อนพราหมณ์พาวรี พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นศายกบุตร ลำดับพระวงศ์ของพระเจ้าโอกกากราช มีรัศมีรุ่งเรืองเป็นนายกของโลก เสด็จออกผนวชจากพระนครกบิลพัสดุ์ เป็นผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ทรงถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง ทรงบรรลุอภิญญาและทศพลญาณครบถ้วน ทรงมีพระจักษุในสรรพธรรม ทรงบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งกรรมทั้งปวง ทรงน้อมไปในธรรมเป็นที่สิ้นอุปธิ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นตรัสรู้แล้วในโลก มีพระจักษุทรงแสดงธรรม ท่านจงไปทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเถิด พระองค์จักตรัสพยากรณ์ข้อความนั้นแก่ท่าน”

อ่านต่อฉบับหน้า