ธรรมบรรยายจากมุมไบ มงคลสูตร...สู่การเจริญวิปัสสนา (ตอน ๑๐)

วันที่ 14 พ.ค. 2556 เวลา 07:29 น.
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ให้สังเกตการพัฒนาการเรียนรู้ของสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย การเรียนรู้ในพระพุทธศาสนา แท้จริงก็คือการพัฒนา ขจัดความไม่รู้ เพื่อให้ความรู้นั้นกลับคืนมาหรือเกิดขึ้นมาเหมือนเดิม อุปมาเหมือนกับการซักความสกปรกออกจากผ้าขาว ผ้าขาวก็ยังเป็นผ้าขาว ความสกปรกก็ยังเป็นความสกปรก ความสกปรกมิใช่ผ้าขาว และผ้าขาวมิใช่ความสกปรก แต่เพราะผ้าขาวนั้นถูกความสกปรกมาจับอยู่ จึงทำให้ผ้าขาวนั้นไม่สะอาด เมื่อไหร่ที่ขจัดความสกปรกออกไปได้ ผ้าขาวนั้นก็ยังคงเป็นผ้าขาวอยู่เสมอ นี่คือธรรมชาติของความจริง

เพราะฉะนั้น ทุกคนจึงเสมอกันด้วยความมีพุทธภาวะ ดังนั้น เราอย่าไปดูถูกลิงหรือสัตว์ทั้งหลาย พวกเขาก็มีพุทธภาวะเหมือนกับเรา แต่เพราะพวกเขาต้องชดใช้กฎแห่งกรรม ซึ่งทุกคนอยู่ภายใต้อำนาจกฎแห่งกรรมที่กระทำไว้ จึงต้องไปตามวิถีและผลแห่งกรรมนั้น

กรรมนี้เป็นกรรมเก่าที่สืบเนื่องมา ทำให้เกิดกรรม ณ ปัจจุบันนี้ และกรรมปัจจุบัน ก็จะส่งผลต่อสืบเนื่องไปข้างหน้า วงจรนี้ เรียกว่า ไตรวัฏฏะ

บนวงกลมนี้ มีกิเลส กรรม วิบาก ทั้ง ๓ สิ่งมีความสืบเนื่องต่อกัน ทำให้เกิดวงกลม ไม่มีต้นไม่มีปลาย

กิเลส เป็นปัจจัยให้เกิดกรรม

กรรม เป็นปัจจัยให้เกิดวิบาก

และ วิบาก เป็นปัจจัยให้เกิดกรรม

เป็นวงกลมอยู่อย่างนี้ เติมแต่งกันอยู่อย่างนี้

ในวงกลมนี้มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้ ใครก็ตามที่สามารถเห็นจุดนี้ได้ ก็แสดงว่าวิปัสสนาญาณเกิดขึ้นแล้ว ในวงกลมนี้ที่เรียกว่า ไตรวัฏฏะ มันหมุนวนด้วยอำนาจของตัวธรรมทั้ง ๓ คือ กิเลส กรรม และวิบาก ที่เป็นปกติธรรมชาติของมัน ที่จะต้องขับเคลื่อนหมุนวนเช่นนี้ การเห็นความจริงที่เรียกว่า วิปัสสนาญาณ จึงอยู่ตรงจุดนี้

อ่านต่อฉบับหน้า