มาฆบูชาร่วมอนุโมทนากับชาวพุทธในอินเดีย(๘)

  • วันที่ 31 มี.ค. 2553 เวลา 19:53 น.

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส dhamma_araya@hotmail.com

ปุจฉา : กราบอาราธนาพระอาจารย์ ช่วยกรุณาเล่าเรื่องผลความสำเร็จของการจัดงานมาฆบูชาโลกในประเทศอินเดีย และมุมมองใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา อันควรแก่การศึกษาตามที่ปรากฏในบทความ สว่าง ณ กลางใจ ของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์...

วิสัชนา : คงไม่แปลกเลย เมื่อพระเถระผู้ใหญ่ในพุทธคยาบางรูปได้กล่าวว่า “การจะจัดงานมาฆบูชา ณ วัดเวฬุวันมหาวิหารแห่งพระนครราชคฤห์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่คิด เพราะรัฐบาลฮินดูคงไม่เอาด้วย สำคัญอย่างยิ่งจะต้องขออนุญาตมหาเถรสมาคม มีเงื่อนไขอีกหลายประการที่ยังขวางกั้นอยู่ โดยเฉพาะผู้ดำริที่จะจัดงานมาฆบูชานั้น ต้องมีบุญบารมีมากๆ จึงจะทำได้ เพราะอย่าลืมว่า มาฆบูชาเป็นการประชุมพระสงฆ์อรหันตเจ้าจำนวน 1,250 รูป ที่มาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เป็นสมัยเดียวเท่านั้นในสมัยพระพุทธเจ้าของเรา ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์ในกาลดังกล่าว อันเป็นสัญญาณที่สำคัญต่อการประกาศสถาปนาสถาบันสงฆ์เพื่อการสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ยาวนานตามพระประสงค์...”

จากคำกล่าวของพระผู้ใหญ่รูปดังกล่าวก็คงไม่ผิดไปจากความเป็นจริง เพราะเวฬุวันในปัจจุบันเป็นสวนอุทยานป่าไม้ที่กำกับดูแลโดยรัฐบาลอินเดีย มีหน่วยงานป่าไม้ (Forestry Department) รับผิดชอบ การที่จะเข้าไปในพื้นที่วัดเวฬุวันฯ หรือเวนูวัน (Venuvan) นั้น จะต้องจ่ายค่าผ่านประตู ชาวต่างชาติรายละ 50 รูปี คนอินเดียรายละ 4-5 รูปี ซึ่งเป็นกฎระเบียบปกติของประเทศอินเดียในทุกสถานที่ซึ่งรัฐกำกับดูแลในลักษณะสวนป่า (Park) หรือโบราณสถาน (Ancient Place) แม้ว่าเวนูวันจะเป็นมหาวิหารหรือวัดของพระพุทธศาสนาในความรู้สึกของชาวพุทธเรา แต่สำหรับชาวฮินดูหรือชาวอินเดียแล้ว เขารับทราบเพียงแต่ว่าเป็นสวนป่าสาธารณะที่กำกับดูแลโดยรัฐบาลเท่านั้น แม้จะยอมรับว่า ครั้งหนึ่งพื้นที่ดังกล่าวนี้ เคยเป็นมหาวิหารที่ประทับของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่นั้นคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอันยาวนานมากกว่า 2,500 ปี ในยุคสมัยกษัตริย์แห่งมคธชนบทนามว่า พิมพิสาร ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย

จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมวัดเวฬุวันมหาวิหาร ของพระพุทธศาสนาจึงไม่เคยมีการจัดงานที่เกี่ยวกับศาสนกิจในพระพุทธศาสนาอย่างเต็มรูปแบบมาเลย โดยเฉพาะศาสนกิจเนื่องใน วันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญอย่างยิ่งในพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธทุกหมู่เหล่าควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะพระสงฆ์ในพุทธศาสนาทุกนิกาย ดังนั้นเมื่อมีการดำริให้มีการจัดงานมาฆบูชาโลก เพื่อประกาศเป็นวันสันติภาพแห่งโลก จึงกระเทือนไปถึงกลุ่มพระนานาชาติที่พุทธคยา โดยพระสงฆ์ชาวต่างชาติระดับผู้นำรูปหนึ่ง ถึงกับกล่าวออกมาว่า “Amazing!” ที่สำคัญได้มีคำถามเกิดขึ้นในใจของท่านทั้งหลายเหล่านั้นว่า “แล้วจะทำได้อย่างไร” แต่อย่างไรก็ตามพระนานาชาติที่ได้ร่วมประชุมกัน ณ วัดพุทธศรีลังกา พุทธคยา ในระหว่างพรรษา ปี 2552 ก็ได้สรุปท่าทีอย่างชัดเจนว่า “ยินดีให้ความร่วมมือในการจัดงานมาฆบูชาโลกร่วมกับชาวพุทธในอินเดีย...” โดยมีมหาโพธิสมาคมในอินเดีย (Maha Bodhi Society of India) ซึ่งเป็นองค์กรพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดีย ก่อตั้งโดยรัตนบุรุษชาวศรีลังกานามว่า อนาคาริก ธรรมปาละ ประกาศการสนับสนุนการจัดงานดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ เพราะความศรัทธาที่มีต่ออาตมา จากสมัยที่เคยจำพรรษาอยู่ ณ ถ้ำดงคสิริ อุรุเวลาเสนานิคม ในอดีตเมื่อปี พ.ศ. 2549 โดย รองเลขาธิการมหาโพธิสมาคมที่ชื่อ พระสีวลีเถระ ซึ่งเป็นผู้บริหารมหาโพธิสมาคมและวัดพุทธศรีลังกา ศูนย์พุทธคยา ได้กล่าวในที่ประชุมพระสงฆ์นานาชาติว่า “การดำริจัดงานมาฆบูชาโลกโดยชาวพุทธในอินเดียนั้น แท้จริงได้รับการสนับสนุนและชี้นำจาก ภันเตอารยะวังโส พระป่ากรรมฐานจากประเทศไทย ที่ชาวฮินดูในอุรุเวลา แถบเทือกเขาดงคสิริเรียกว่า “กูรูจี”

อาตมาได้รับทราบข่าวการสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว ขณะที่จำพรรษาอยู่บนเขารัตนคีรี เทือกเขาคิชฌกูฏแห่งพระนครราชคฤห์ในอดีต ในพรรษาปีพุทธศักราช 2552 ที่ผ่านมา จึงมีความยินดีต่อไมตรีจิตของสหธรรมิกจากนานาชาติ ที่มีมติสนับสนุนการจัดงาน และยินดีไปร่วมงานมาฆบูชาโลกที่วัดเวฬุวันมหาวิหาร หากมีการจัดงานดังกล่าวขึ้นจริง!!!

อ่านต่อฉบับหน้า

**ส่งคำถามหรือ แสดงความเห็นในเรื่องต่างๆได้ที่ คอลัมน์ธรรมส่องโลก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อาคารบางกอกโพสต์ 136 ถนน ณ ระนอง แยกสุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 โทรสาร 02-671-3132

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ