พระสงฆ์ไทยสวดพระธรรมหลวงถวายพระบรมศพสมเด็จพระนโรดม สีหนุ

วันที่ 20 ม.ค. 2556 เวลา 08:29 น.
พระสงฆ์ไทยสวดพระธรรมหลวงถวายพระบรมศพสมเด็จพระนโรดม สีหนุ
ธัชชยุติ ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ และสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 แห่งวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย

โดย...สมาน สุดโต

ธัชชยุติ ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ และสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 แห่งวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย นิมนต์พระสงฆ์ไทยนำโดยสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพสมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตพระมหากษัตริย์แห่งประเทศกัมพูชา ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2556 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีทางด้านศาสนาของ 2 ประเทศ

พิธีบำเพ็ญกุศลประกอบด้วยพระพิธีธรรม 4 รูป จากวัดราชสิทธาราม นำโดยพระครูกัลยาณสิทธิวัฒน์ สวดพระธรรมหลวง เสร็จแล้วสดับปกรณ์ เจ้าภาพ (ฝ่ายไทย) ถวายปัจจัยไทยธรรมเป็นเสร็จพิธี

 

ก่อนที่พระพิธีธรรมจะสวดพระธรรมหลวงในเวลา 16.30 น. นั้น สำนักพระราชวังกรุงพนมเปญ นิมนต์สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ขึ้นไปพิจารณาสังขาร ตามด้วยด้วย ธัชชยุติ ภักดี เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ นพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และคณะ ไปถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่ง พร้อมทั้งลงนามไว้อาลัย

เมื่อเสร็จพิธีสวดพระธรรมหลวงและสดับปกรณ์ คณะจากประเทศไทยถ่ายภาพหมู่ด้านหน้าพระที่นั่ง โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังไม่เต็มใจนัก เมื่อจะขึ้นรถยนต์กลับ สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ พระราชโอรสองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา และอื่นๆ อีกหลายตำแหน่ง ได้เสด็จมาส่งคณะสงฆ์ไทยและเอกอัครราชทูตไทย

การที่เอกอัครราชทูตไทยแห่งกรุงพนมเปญ และสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 อินเดีย นิมนต์พระสงฆ์ไทยไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลถวายสมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตพระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา ที่สวรรคตเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2555 ณ กรุงปักกิ่ง และกำหนดพระราชทานเพลิงศพวันที่ 4 ก.พ. 2556 นั้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นทางศาสนา ซึ่งเป็นชาวพุทธเถรวาท และความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ในขณะที่เรื่องเปราะบางที่สังคมไทยและกัมพูชากำลังลุ้นคดีปราสาทพระวิหาร ที่ศาลโลกกำลังพิจารณาว่าจะออกมาอย่างไร ไม่ว่าจะอย่างไรต้องกระทบแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยอยู่ที่ทิฐิส่วนรวม สิ่งหนึ่งที่เห็นในขณะนี้คือสังคมกัมพูชาจะนิ่ง คอยฟังผู้นำประเทศจะว่าอย่างไรมากกว่า

ในการเดินทางไปพนมเปญครั้งนี้ มีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามเป็นหัวหน้าคณะ ติดตามด้วยพระพรหมสิทธิ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค 10 และที่ปรึกษาประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ พระธรรมวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา พระธรรมสุธี อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุ สภานายกมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) พระธรรมวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ พระธรรมคุณาภรณ์ (พิมพ์) รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตไทยประจำอินเดียเนปาล และคณะ รวมทั้ง ธัชชยุติ ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา นพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสุภชัย วีระภุชงค์ ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชฝ่ายมหานิกาย และสมเด็จบัวคลี่ สมเด็จพระสังฆราชฝ่ายธรรมยุต เพื่อถวายสักการะในฐานะที่ทั้งสองประเทศมีศาสนสัมพันธ์ที่ดี และเกื้อกูลซึ่งกันและกันเสมอมา

 

รัฐบาลกัมพูชากำหนดพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนโรดม สีหนุ วันที่ 4 ก.พ. 2556 ทำให้คณะสงฆ์จากประเทศไทยได้เห็นการก่อสร้างพระเมรุมาศ ในบริเวณหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกัมพูชาด้วย ลักษณะพระเมรุมาศที่มองจากด้านนอก คล้ายคลึงกับพระเมรุมาศที่ท้องสนามหลวงในประเทศไทย ทั้งตัวเมรุ ศาลาราย ศาลาทรงธรรม และเรือนรับรอง ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

ในขณะเดียวกัน คณะจากประเทศไทยทั้งพระสงฆ์และฆราวาส ได้ไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยสงฆ์ SBU ซึ่งสถาปนาปี ค.ศ. 1954 แต่ต้องปิดในช่วงเขมรแดงปกครอง ปี ค.ศ. 1975-1979 ที่ทุกอย่างถูกทำลายสิ้น กลับมาเปิดตัวอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539) ปัจจุบันเปิดสอน 4 คณะ มีนักศึกษาทั้งพระและฆราวาส 1,512 คน

สมเด็จพระวันรัต รองอธิการบดี SBU ซึ่งมาให้การต้อนรับ ได้กล่าวถึงการศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงฆ์ ว่าแม้จะดำเนินไปได้ แต่ยังต้องการความช่วยเหลือและสนับสนุนจากองค์กรภายนอก ทั้งด้านงบประมาณและอุปกรณ์การสอนการเรียน จึงหวังว่าฝ่ายไทยคงเห็นความจำเป็นที่จะช่วยเหลือ และขอบคุณประเทศไทยที่ให้โอกาสพระสงฆ์กัมพูชาไปศึกษาที่มหาวิทยาลัย มจร หลายรูปด้วยกัน

พระธรรมวรนายก ประธานวิทยาเขต มจร ภาคอีสาน กล่าวว่า นักศึกษาที่เป็นสงฆ์จากกัมพูชา ไปศึกษาที่วิทยาเขต มจร ภาคอีสาน ไม่น้อยกว่า 300 รูปในขณะนี้ และเชื่อว่ายังมีต่อเนื่องตลอดไป

ธัชชยุติ ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ กล่าวว่า การเดินทางมาของพระเถระชั้นผู้ใหญ่จากไทยเพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพสมเด็จพระนโรดม สีหนุ เป็นการสานสัมพันธ์ทางศาสนาของ 2 ประเทศให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของสถานทูตที่ทำหน้าที่ส่งเสริม สร้างสัมพันธ์ที่ดีของ 2 ประเทศ

ผู้เขียนมีเวลาเพียง 2 วัน สามารถพูดได้ว่าทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาเนิ่นนาน มีศาสนา วัฒนธรรมประเพณีที่ใกล้ชิดกันเกือบแยกไม่ออก เว้นแต่ภาษาพูดเท่านั้น ดังนั้นทุกฝ่ายต้องรักษาสิ่งที่ดีนี้ไว้ เพื่อความสุขสงบแห่งมนุษยชาติ อย่าให้การเมืองหรือชาตินิยมมาทำลายลงไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตก็ตาม