ธรรมเทศนาแด่ตุลาการศาลอุทธรณ์ เนื่องในปีใหม่ ๒๕๕๖ (ตอน ๗)

  • วันที่ 07 ม.ค. 2556 เวลา 08:18 น.

เมื่อจิตเข้าไปถือในเวทนา (อารมณ์) จึงเกิดรูปนาม

นั่นหมายถึง อัตตสัญญาย่อมเกิดขึ้นในความนึกคิดแห่งจิตดวงนั้น ให้เกิดการยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวตน... อหังการ–มมังการ จึงเกิดขึ้น...

ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องตีโจทย์ปัญหาที่นำไปสู่ความทุกข์ข้อนี้ให้แตก แยกให้ออก บอกให้เป็น เพื่อการใช้ประโยชน์จากความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตรงธรรมของท่านทั้งหลาย ต่อการรู้เท่าทันโลกเพื่อดำเนินชีวิตไปในโลกนี้อย่างมีสติปัญญา ตั้งตนอยู่บนความไม่ประมาท เร่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาจิตใจให้รู้แจ้งจริงในธรรม จะได้อยู่อาศัยโลกอย่างบรรเทาทุกข์ ไม่เป็นทุกข์ และสามารถช่วยขจัดทุกข์ บรรเทาทุกข์ให้ผู้อื่นได้ด้วย

โดยเฉพาะการรู้จักบริหารตนให้มีคุณภาพของความเป็นผู้ประเสริฐ... ความเป็นผู้ใหญ่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะต้องไม่ตกเป็นทาสของโลก (วัตถุกาม) รู้จักปล่อยวางในความอยู่ร่วมกับโลก รู้จักยึดถือตามมูลบัญญัติสมมติต่างๆ อย่างปล่อยวาง สดับรับฟัง–มีความเห็น–การรับรู้ พร้อมปล่อยวาง เพื่อให้จิตใจเป็นกลางจริงๆ สมกับความเป็นตุลาการที่มีธรรม... ประพฤติปฏิบัติตนสมควรแก่ธรรม เพื่อทำให้เกิดความยุติธรรมต่อเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งหลาย

อุปาทานในรูปนาม หรือขันธ์ ๕ นี้แหละ คือตัวทุกข์ที่แท้จริง เมื่อละไม่ได้ ทำลายไม่ได้ ก็จะเร่งให้เกิดความทะยานอยาก ด้วยความทะยานอยากเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน–การยึดถือความเป็นตัวตนที่สร้างพื้นที่รับความทุกข์ ดังที่ปรากฏในคำสั่งสอนจากพระอาทิตตปริยายสูตร ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ยกแสดง

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวอื่นๆ