เมื่อพระเถระทรงสมณศักดิ์ชุมนุม ณวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วันที่ 09 ธ.ค. 2555 เวลา 12:04 น.
โดย...สมาน สุดโต

5ธ.ค.วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์พระเถระ 66 รูป วันนี้จึงขอนำบรรยากาศในวัดพระศรีรัตนศาสดารามที่พระเถระไปชุมนุมก่อนเข้ารับพระราชทานหิรัญบัฏ สัญญาบัตร พัดยศ และตามวัดต่างๆ ที่เดินทางไปได้ มาเสนอท่านผู้อ่านเท่าที่สามารถจะทำได้

12.00 น.ถึงวัดพระแก้ว

พระเถระที่ได้รับฎีกานิมนต์เพื่อรับการตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์ ต้องถึงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เวลา 12.00 น. เพื่อซักซ้อมความพร้อมและรับผ้าไตรจีวรเพื่อเปลี่ยนของเดิม ก่อนเข้าไปในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เพื่อรอรับการพระราชทานหิรัญบัฏ สัญญาบัตร และพัดยศตามสมณศักดิ์ในเวลา 14.30 น.

เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานหิรัญบัฏ สัญญาบัตร และพัดยศตามลำดับ เสร็จแล้วพระเถระทั้งนั้นทยอยออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยทางประตูด้านพระที่นั่งบรมพิมาน ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เศษ แต่ละรูปถึงวัดเร็ว เพราะจราจรคล่อง ไม่มีติดขัดเหมือนวันทั่วๆ ไป

บรรยากาศก่อนถึงเวลานัดหมาย 12.00 น. พบว่าพระเถระเกือบทุกรูปต้องฉันเพลเร็วกว่าปกติ ขึ้นอยู่ว่าวัดอยู่ใกล้หรือไกลจากพระบรมมหาราชวัง ยกเว้น พระพรหมบัณฑิต หรือพระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ออกเดินทางจากวัดเร็วกว่าปกติ ลูกศิษย์นำอาหารเพลใส่ปิ่นโตมาถวายให้ฉันที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พระระณังคมุนีวงศ์ (ขจร) เจ้าอาวาสวัดสุวรรณคีรีวิหาร เจ้าคณะจังหวัดระนอง ออกจากวัดพระพิเรนทร์ วรจักร ซึ่งเป็นที่พักทุกครั้ง เมื่อมาจาก จ.ระนอง เดินทางเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลังจากฉันเพลแล้ว เพราะวัดพระพิเรนทร์ จัดว่าอยู่ใกล้พระบรมมหาราชวัง หากไม่นับวัดอื่นๆ ที่อยู่ในเกาะรัตนโกสินทร์

ในเวลา 13.00 น. เศษนั้น พระเถระที่ได้รับนิมนต์ที่นั่งเต็มพื้นที่ด้านหลังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แวดล้อมด้วยกลุ่มข้าราชการสำนักพุทธฯ สำนักพระราชวังและลูกศิษย์ผู้ติดตาม พระเถระแต่ละรูปติดหมายเลขที่หน้าอกเพื่อแสดงตน โดยพระพรหมบัณฑิตได้หมายเลขที่ 1

ตามหมายนั้น ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง เป็นผู้แทนพระองค์ จะถวายผ้าไตรพระราชทาน แด่พระสงฆ์ ที่ได้พระราชทานสถาปนา เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์ ในเวลา 13.30 น. แต่ยังขาดพระรูปหนึ่งยังมาไม่ถึง จนกระทั่งเวลาจวนเจียนมาก พระเถระรูปนั้นคือพระราชภัทรญาณ วิ. หรือพระพุทธมนต์วราจารย์ (ณรงค์ เขมราโม) วัดสุทัศนเทพวรารามจึงเดินมาถึง (ทุกท่านหายใจโล่งอก)

เมื่อพร้อมแล้ว สรรชัย เทียมทวีสิน ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสำนักพระราชวัง จึงถวายผ้าไตรจีวรแด่พระสงฆ์ที่ได้พระราชทานสถาปนา เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์ โดยพระพรหมบัณฑิต รับเป็นรูปแรก

รับผ้าไตรแล้ว พระเถระทุกรูปยังต้องรับพระพุทธรูปขนาด 5 นิ้ว ที่พระธรรมภาวนาวิกรม (ธงชัย) วัดไตรมิตรฯ ถวายอีก 1 องค์ ทำให้ลูกศิษย์ต้องวุ่นวาย เพราะไหนจะต้องรับผ้าไตรจีวรที่เปลี่ยน และไหนจะต้องประคับประคองพระพุทธรูปอีก

 

สรพงษ์ ชาตรี ก็มา

เมื่อครองผ้าเรียบร้อยพระเถระทั้งนั้นก็ทยอยเข้าไปในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยพื่อรอเวลาเสด็จฯ ในระหว่างที่รอคอยนั้น พระศากยปุตติยวงศ์ (ต่อศักดิ์) วัดอรุณราชวราราม ได้ออกจากที่นั่งมาพูดคุยทักทายกับคณะผู้ติดตาม และข้าราชการผู้คุ้นเคยที่ประตูติดกับพระที่นั่งบรมพิมานเป็นเวลานาน เมื่อได้เวลาที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จฯ ท่านจึงกลับไปนั่งประจำที่

จนกระทั่งเวลา 15.30 น. เศษ พระเถระก็ทยอยออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทางประตูด้านพระที่นั่งบรมพิมาน เพื่อเดินทางกลับวัด แต่ก่อนออกจากวังก็ถ่ายรูปกันพอประมาณ ที่มีพระขอถ่ายภาพด้วยเห็นจะเป็น สรพงษ์ ชาตรี ดารานักแสดงคนดัง ที่เดินทางมารับพระอาจารย์ พระราชพิพัฒนาภรณ์ (นิพนธ์ ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดหลักสี่

พระพรหมบัณฑิตกลับทางเรือ

พระพรหมบัณฑิตเดินทางกลับโดยเรือยนต์ที่กองทัพเรือจัดถวาย จากท่าราชวรดิฐไปขึ้นที่ท่าน้ำวัดประยุรวงศ์ฯ ณ ที่นั่นมีเจ้าหน้าที่แต่งชุดขาวรอรับ ในพระอุโบสถสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์) เป็นประธานต้อนรับ โดยมีพระเถรานุเถระที่นิมนต์มาสวดชัยมงคลคาถาถวาย คณะศิษย์และผู้ปรารถนาดีทั้งพระและฆราวาสถวายดอกไม้แสดงมุทิตากันทั่วหน้า

กล่าวถึงท่าน้ำวัดประยุรวงศ์ฯ เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ หลังจากทางวัดหาหลักฐานมายืนยันกับกรมเจ้าท่าว่า ณ ที่ตรงนั้นเป็นที่ตั้งท่าน้ำของวัดมาก่อน กรมเจ้าท่าจึงเห็นชอบให้สร้างขึ้นใหม่ได้

สำหรับพระพรหมบัณฑิต รองสมเด็จพระราชาคณะรูปนี้ สื่อมวลชนได้กล่าวถึงมาก เพราะเป็นพระเถระที่เปี่ยมล้นด้วยความรู้และวิชาการ ทางธรรมเป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค สอบได้ตั้งแต่ครั้งเป็นสามเณร (พ.ศ. 2519) จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวง อุปสมบท ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นพระนักเทศน์ นักบรรยายธรรม และไปศึกษาต่อปริญญาโท+เอก ที่มหาวิทยาลัยเดลี เป็น ดร.ทางปรัชญา กลับมาเขียนหนังสือหลายเรื่อง หลายเล่ม

ทางด้านการปกครอง เป็นเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศ์ฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นเจ้าคณะภาค 2 ตำแหน่งทางวิชาการก็เป็นศาสตราจารย์ เป็นราชบัณฑิต (กิตติ์) เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ด้านนานาชาติ เป็นผู้นำชาวพุทธนานาชาติจัดงานวันวิสาขบูชาโลกที่ประเทศไทย จนกระทั่งชาวพุทธนานาชาติประกาศให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก

วิษณุ เครืองาม นักวิชาการ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี พูดถึงพระพรหมบัณฑิตว่าเป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย และของโลกในปัจจุบันและอนาคต

หลวงพ่อวัดท่าตอนวิ่งรอก

พระเถระที่จะพูดถึงอีกรูปหนึ่งคือ พระเทพมังคลาจารย์ (สมาน) รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นพระเถระในวัย 62 ปี แต่ชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ยอมรับทั่วไป ในด้านการพัฒนา ด้านสังคมสงเคราะห์และด้านบริหาร จะเห็นว่าวัดท่าตอนที่อยู่บนดอยแต่งามสง่า กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นที่พักของผู้แสวงบุญ เป็นที่เรียน ที่ฝึกงานของนักเรียน นักศึกษา ท่านสร้างถาวรวัตถุที่วัดท่าตอน พระอารามหลวง ไว้หลายอย่างแต่ที่เชิดหน้าชูตาคือเจดีย์แก้ว

ท่านบรรยายสภาพธรรมชาติวัดท่าตอนในปฏิทินประจำปี 2556 ที่แจกในโอกาสที่ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นชั้นเทพว่า เจดีย์แก้วที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ท่านสร้างมังกรพันไว้ในพระเจดีย์และด้านหน้าเจดีย์ จัดว่าเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยพลังมังกรธาตุดินที่รองรับทุกสรรพสิ่ง

ยามเช้าก่อนพระอาทิตย์สาดแสงสุรีย์ จะมีสายหมอกเคลื่อนตัวตามขุนเขา ประดุจดังมังกรธาตุลม

มองเบื้องล่าง จะพบสายน้ำแห่งแม่น้ำกก ที่ลดเลี้ยวประดุจดังการเคลื่อนตัวของมังกรธาตุน้ำเคียงคู่อยู่กับดอยมังกร

ท้ายสุดคือ แสงสว่างจากพระบรมสารีริกธาตุ ที่นำไปสู่แสงสว่างแห่งพระธรรม โดยมีมังกรไฟเฝ้าอยู่ด้วยความหวงแหน

 

ความที่เป็นพระเถระที่กตัญญู และเป็นที่ยอมรับในสังคม เมื่อรับสัญญาบัตรพัดยศชั้นเทพ ต้องเดินทางไป 2 วัดในค่ำวันที่ 5 ธ.ค. วัดแรกคือวัดปากน้ำ เพื่อรับการสวดชัยมงคลคาถา ที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ จัดให้พระเถระ 78 รูป จากภาคเหนือที่ได้รับแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์ในเวลา 18.00 น. เศษ จากนั้นในเวลา 19.00 น. ต้องนำสัญญาบัตร พัดยศมาที่วัดบางน้ำชน บุคคโล เชิงสะพานกรุงเทพ เพราะพระครูสุนทรธรรมาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดบางน้ำชน วัย 73 ปี ที่มีอุปการะและมีความภาคภูมิใจในศิษย์วัดบางน้ำชนรูปนี้ที่ได้เลื่อนสมณศักดิ์สูง จึงจัดพิธีแห่แหนฉลองให้ด้วยความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ผู้เขียนสังเกตดูความมีมนุษยสัมพันธ์ เห็นว่า พระเทพมังคลาจารย์ จะทักทายทุกคนด้วยความสนิทสนมเป็นกันเอง ในขณะที่พระครูเจ้าอาวาสก็นั่งดูแลด้วยสายตาปลื้มปีติเป็นที่สุด ภาพเช่นนี้ หาดูยากในสังคมปัจจุบัน

ศิษย์เก่า วพร.

พระระณังคมุนีวงศ์ (ขจร.ป.ธ.4) เจ้าอาวาสวัดสุวรรณคีรีวิหาร เจ้าคณะจังหวัดระนอง ที่เคยอยู่วัดพระพิเรนทร์ วรจักร พ.ศ. 25122533 ได้รับการต้อนรับจากพระครูภัทรกิตติสุนทร (พระมหาแถม) เจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ ด้วยความอบอุ่น โดยจัดพาหนะรับส่งระหว่างวัดพระพิเรนทร์และพระบรมมหาราชวัง จัดพิมพ์หนังสือเป็นบรรณาการแก่ผู้มาแสดงมุทิตาจิต นิมนต์พระเถระ เช่น พระสุธีธรรมานุวัตร (พระมหาเทียบ) ที่เป็นไกด์กิตติมศักดิ์ พาประธานาธิบดีบารัก โอบามา และฮิลลารี คลินตัน ชมวัดโพธิ์ มาเป็นประธานสวดชัยมงคลคาถา ที่อุโบสถวัดพระพิเรนทร์ เชิญ สุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ศิษย์เก่าวัดพระพิเรนทร์ มาถือสัญญาบัตร อ่านพระบรมราชโองการตั้งพระครูระณังค์คณารักษ์ เป็นพระระณังคมุนีวงศ์ โดยมี พล.ต.ทองขาว พ่วงรอดพันธ์ (ศิษย์เก่าวัดพระพิเรนทร์) เป็นโฆษกตลอดงาน

ที่วัดสัมพันธวงศาราม ถนนทรงวาด พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ในฐานะเจ้าคณะภาค 4567 (ธรรมยุต) จัดต้อนรับและแสดงมุทิตาจิตพระเถระคณะธรรมยุต 3 รูป คือพระราชกิตติวิมล วัดพุทธดัลลัส สหรัฐอเมริกา พระโพธิญาณรังษี (พิศิษฐ์ เมตตจิตโต หรือครูบาอั๋น) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอนาลโย อ.เมือง จ.พะเยา และพระกิตติวิมล (อัมพร กตปุญโญ) วัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในฐานะที่เป็นพระในเขตปกครองที่ได้เลื่อนสมณศักดิ์

พระพี่น้องเป็นเจ้าคุณทั้งคู่

สำหรับพระราชกิตติวิมล (พนม รตฺตวโน ป.ธ.4 ศน.บ.) มีในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม อีกตำแหน่งหนึ่ง ท่านรูปนี้มีพิเศษ คือมีพี่ชายเป็นเจ้าคุณชั้นราชเหมือนกันชื่อพระราชมุนี (ธนู วรธนุ ป.ธ.4 ศน.บ.) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส เรียกว่าพี่น้องเป็นพระเถระ และทรงสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะทั้งคู่

เมื่อศึกษาการดำรงสมณศักดิ์ของพระเถระพี่‌น้องคู่นี้ มีความน่าอัศจรรย์ คือเมื่อ พ.ศ. 2549 พระ‌พี่น้องคู่นี้ได้สมณศักดิ์พร้อมกัน พี่ชายเลื่อนจาก‌สามัญเป็นชั้นราชที่พระราชมุนี น้องชายจากพระครู‌เป็นชั้นสามัญที่ พระกิตติวิมลเมธี ซึ่งเป็นชื่อชั้น‌สามัญที่พระพี่ชายเคยครอง

ด้านการศึกษา ทั้งคู่จบศาสนศาสตรบัณฑิต(ศน.บ.) พี่ชายจบ พ.ศ. 2532 น้องชายจบ พ.ศ. 2533 ‌ส่วน ป.ธ.4 พี่ชายสอบได้ พ.ศ. 2525 น้องชายสอบ‌ได้ พ.ศ. 2529 และทั้งสองดำรงตำแหน่งพระครูปลัด‌เหมือนกัน ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะ

ที่ผมนำมากล่าวถึงเฉพาะที่เห็นด้วยตา และสม‌หมาย สุภาษิต แห่ง มจร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วน‌ของวัดประยุรวงศาวาส

พระราชพิธีตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์พระเถรานุ‌เถระ เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลในพระบาท‌สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชฐานะเอกอัคร‌ศาสนูปถัมภก เพื่อถวายพระสงฆ์เป็นประจำทุกปี ยัง‌ความปีติโสมนัสแก่พสกนิกร และการอนุโมทนาจาก‌คณะสงฆ์ทั้งมวล