การคล้อยเคลื่อนของความดีจากสังคมที่ไร้ธรรมอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ (ตอน ๒)

  • วันที่ 30 พ.ย. 2555 เวลา 08:23 น.

“คนไทยใจอารี เรื่องอาหาร ที่พัก ต้องไม่ขาดตกบกพร่อง สุดท้าย เมื่อวันงานมาถึง สมภาร พระลูกวัด รวมถึงเณรชีครบ บริษัทพรั่งพร้อม

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

อยู่ในชุดออกงานตั้งแต่เช้ามืด สัมพันธ์กับชาววัดในท้องถิ่น ที่พร้อมสรรพในการเตรียมน้ำท่าอาหารไว้ต้อนรับ และแถมฝึกยิ้มไว้สวยๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสมัยที่สังคมมีผู้นำชอบโปรยยิ้ม” ทั้งนี้ เพราะผลแห่งการกระทำอกุศลกรรมที่ไม่ยอมวาง ... ไม่ยอมเว้น ดุจดังไม่เกรงกลัวต่ออำนาจบาปกรรมที่ต้องสำแดง ประจักษ์แก่ผู้กระทำภายใต้อำนาจ กฎแห่งกรรม ที่ไม่ว่าสัตว์ใดๆ ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ การทำความชั่วจึงผลิดอกออกผลแผ่ไปทั่วแดนดินถิ่นพระพุทธศาสนา นับวันยิ่งมากขึ้น... ดังเช่น มีข่าวการหลอกลวงในฤดูกาลกฐิน ณ วัดแห่งหนึ่งแถบ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี บ้านเกิดเมืองนอนของหลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ พระอรหันตสาวกในกึ่งพุทธกาล โดยมีพระภิกษุรูปหนึ่งมาบอกเล่าให้ฟังว่า ได้มีพระและบุคคลคณะหนึ่งไปทำทีแสดงความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพจะจัดผ้ากฐินมาถวายพร้อมทั้งบริวารทั้งหลาย คงมีเงินเป็นต้น เพื่อบำรุงวัดแห่งนั้น จึงได้ขอตราเครื่องหมายวัดเพื่อไปจัดทำพิมพ์ซองบอกบุญร่วมงานบุญถวายผ้ากฐินประจำปีพรรษา พ.ศ. ๒๕๕๕ การเตรียมงานก็เป็นไปด้วยดี ทางวัดและชาวบ้านในท้องถิ่นก็ได้เตรียมงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ อาหารการกินต้องพร้อมสรรพ ตามประสา คนไทยใจอารี เรื่องอาหาร ที่พัก ต้องไม่ขาดตกบกพร่อง สุดท้าย เมื่อวันงานมาถึง สมภาร พระลูกวัด รวมถึงเณรชีครบ บริษัทพรั่งพร้อม อยู่ในชุดออกงานตั้งแต่เช้ามืด สัมพันธ์กับชาววัดในท้องถิ่น ที่พร้อมสรรพในการเตรียมน้ำท่าอาหารไว้ต้อนรับ และแถมฝึกยิ้มไว้สวยๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสมัยที่สังคมมีผู้นำชอบโปรยยิ้ม ประกาศสันถวไมตรีไปทั่วสิบทิศ!!. รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ มหาบุญเกิดขึ้น เสียงประชาสัมพันธ์เชิญชวนพ่อแก่แม่เฒ่ารีบย่างเท้าเข้ามาวัดแผดเสียงไปทั่ว ด้วยเครื่องเสียงชั้นดีตามที่พอจะจัดหามาได้จากในหมู่บ้าน ยิ่งใกล้เวลาเข้ามา ยิ่งต้องเร่งเสียงโฆษณา เพื่อเรียกเร่งพ่อแก่แม่เฒ่ารีบเข้าวัด จนจบสิ้นเวลาตามกำหนดการทอดถวายผ้ากฐิน ยังไม่ปรากฏว่าจะมีคณะเจ้าภาพรายใดโผล่หัวมาให้เห็นแม้แต่เงา ... รอแล้วรออีก ก็ยังไม่มีวี่แวว จนในที่สุด เพื่อไม่ให้เสียหายต่อวัดวาอารามที่เตรียมงานรับถวายผ้ากฐิน โดยเฉพาะพระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาในอาวาสแห่งนั้น ที่จะต้องได้ทำการกรานกฐินตามสิทธิและหน้าที่อันควรและเป็นไปตามพระธรรมวินัย หมู่เฮาชาววัดที่รอคอยผู้มาเยือนจนหน้าดำคล้ำด้วยแสงแดดที่แผดเผา ผสมกับไฟที่ลุกไหม้อยู่ภายใน รอการเจริญธรรมดับอกุศลจิตจนสงบ.. จึงได้ร่วมแรงร่วมใจปวารณาตนเป็นเจ้าภาพ เพื่อร่วมกันน้อมถวายผ้ากฐินและบริวารทั้งหลาย ตามพึงมีพึงหามาได้ จนเสร็จสิ้นพิธีการถวายผ้ากฐิน แด่พระภิกษุสงฆ์ สมบูรณ์ด้วยศาสนกิจ ถูกต้องด้วยศาสนธรรม พร้อมสรรพด้วยศาสนบุคคล และศาสนสถานดังกล่าว จึงบริบูรณ์ด้วยวัตรปฏิบัติอันควรค่า เป็นไปตามประเพณีตามวิถีพุทธที่สืบเนื่องกันมา พิธีทอดถวายผ้ากฐินจึงเสร็จสิ้นสมบูรณ์ การทำวัดกรานกฐินของพระภิกษุสงฆ์ก็ถูกต้องชอบธรรม หวังอานิสงส์แห่งการกรานกฐินได้อย่างแน่นอน เรื่องดังกล่าวจึงจบลงด้วยดี ด้วยความสามัคคีในหมู่เฮา แต่ที่ต้องพกความเจ็บใจกลับบ้านไปบ้าง คนละห่อ สองห่อ อยากจะวางได้หมด เพราะผู้ที่นำทีมมาหลอกลวง เป็นบุคคลที่ห่มผ้าเหลือง อ้างตนว่าเป็นพระสงฆ์... มันเป็นเช่นนี้เอง ... มันเป็นเช่นนี้เอง!! เสียงสมภารกล่าวกับญาติโยมผู้มีศรัทธาในหมู่บ้าน จริงๆ แล้ว เหตุการณ์ทำนองนี้มีเกิดขึ้นทุกปี มีการบอกบุญเรี่ยไร อ้างวัด อ้างพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียง เป็นต้นบุญนำทอดถวายผ้ากฐิน เมื่อถึงเวลา ซองบอกบุญก็หาย คนบอกบุญก็ไม่มาให้เห็นหน้า มิหนำซ้ำ บางสำนักยังโดนขอยืมเงินไปล่วงหน้าเพื่ออ้างว่าไปเตรียมงาน ด้วยเงินยังไม่พอ หรือยังมาไม่ถึง หรือลืมหยิบเอามา หรือถูกแย่งชิงลักขโมยไป ฯลฯ สารพัดที่จะนำมากล่าวอ้าง เพื่อหลอกต้มชาววัดให้สิ้นเนื้อหมดตัว...

อ่านต่อฉบับวันจันทร์

 

ข่าวอื่นๆ