องค์กรพุทธพบรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ให้ทำคลอดธนาคารพุทธหรือบี-แบงก์

วันที่ 25 พ.ย. 2555 เวลา 08:31 น.
องค์กรพุทธพบรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ให้ทำคลอดธนาคารพุทธหรือบี-แบงก์
โดย...พระเทพวิสุทธิกวี  เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ วัดราชาธิวาส

เมื่อวันพุธที่ 21 พ.ย. พ.ศ. 2555 เวลา 08.30-09.30 น. ได้มีคณะพุทธบริษัทจากองค์กรต่างๆ ประกอบด้วยศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ซึ่งมีพระเทพวิสุทธิกวี (เกษม) พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร) พระครูศรีชยาภิวัฒน์ พระครูวินัยธรธีรวิทย์ ฉนฺทวิชฺโช และพระติดตามอีกหนึ่งรูป ฝ่ายคฤหัสถ์มี พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล พล.ท.สมบูรณ์ ศรีมณฑา คุณจิ้ง พิพัฒน์เวช และนายณรงค์วิทย์ เอี่ยมในวงษ์ ได้เข้าเยี่ยมท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ที่ตึกบัญชาการ 1 ในทำเนียบรัฐบาล เพื่อเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญหลักๆ 3 ประการคือ 1.การจัดตั้งธนาคารพระพุทธศาสนา หรือ B-Bank 2.เรื่องร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ เช่น (ร่าง) พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา และ (ร่าง) พ.ร.บ.แม่ชีไทย และ 3.เรื่องการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา “วิสาขบูชา” ในปี พ.ศ. 2556 หรือปีหน้า

เมื่อได้เวลาที่กำหนดทุกฝ่ายพร้อมเข้าโต๊ะเจรจาซึ่งเริ่มต้นด้วยพระเทพวิสุทธิกวี และ พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล มอบของที่ระลึก จากนั้น พล.อ.ธงชัย แนะนำรายนามผู้เข้าร่วมสนทนาเป็นรายบุคคลแล้วมอบให้พระเทพวิสุทธิกวีเป็นผู้นำเสนอวาระการสนทนา คือ เรื่องการขอให้สนับสนุน (ร่าง) พระราชบัญญัติการจัดตั้งธนาคารพระพุทธศาสนา ซึ่งได้เสนอพร้อมทั้งเอกสารสังเขป คือ

 

ธนาคารพระพุทธศาสนา

เหตุผลในการจัดตั้ง

1.เป็นความเรียกร้องต้องการของชาวพุทธทั่วประเทศที่อยากเห็นอยากมีธนาคารเป็นของชาวพุทธแท้ๆ ในประเทศไทย ที่ให้บริการแบบวิถีพุทธ เช่นเดียวกับที่ศาสนิกอื่นเขามีได้และช่วยเหลือกันเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งรัฐมากนัก

2.ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ มีประชากรนับถือพระพุทธศาสนาเกินกว่า 94% มีสำนักงานถาวรขององค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก มีเครือข่ายใน 34 ประเทศในโลก มีพุทธสมาคมที่มีองค์กรเครือข่ายทุกจังหวัดจนถึงระดับอำเภอ มีมหาวิทยาลัยทางพระพุทธศาสนาที่จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงระดับปริญญาเอก ทั้งยังมีนักศึกษาหลายหมื่นชีวิต และมีวัดมากกว่า 3.5 หมื่นวัด

3.การจัดตั้งธนาคารพระพุทธศาสนา เป็นแนวทางให้วัดได้ใช้บริการธนาคารที่เป็นระบบ คือ ใช้เงินที่พุทธศาสนิกชนบริจาคด้วยความโปร่งใสที่สามารถติดตามตรวจสอบได้ดียิ่งขึ้น อันเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการที่สะดวกขึ้น

ธนาคารพระพุทธศาสนาต่างจากธนาคารอื่นอย่างไร

1.เป็นธนาคารที่ผู้ใช้บริการฝากเงินแล้ว “ได้ดอกเบี้ยด้วย ได้บุญด้วย”

2.เป็นธนาคารที่มุ่งเอื้อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาในด้านพัฒนาการศึกษา และการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาด้านอื่นๆ

3.เป็นธนาคารที่หวังผลกำไรจากการดำเนินการช่วยเหลือชาวพุทธ เช่น การสร้างหมู่บ้านพอเพียงตามวิถีพุทธเพื่อคนผู้ด้อยโอกาส หรือแม้ในการให้กู้ไปประกอบกิจการ SME โดยมีสมาชิกเป็นผู้ค้ำประกันความเสี่ยง หรือแม้วัดกู้ยืมเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์วัด โดยวัดอื่นช่วยค้ำประกัน

4.ธนาคารพระพุทธศาสนาจะเป็นฐานแห่งความมั่นคงของพระพุทธศาสนา อันเป็นส่วนหนึ่งแห่งความมั่นคงของชาติไทย ทั้งจะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของปวงชนชาวไทยที่ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาและชาวพุทธทั่วโลก

ความคาดหวังของชาวพุทธ

1.จากที่ได้บรรยายถวายความรู้พระมาในระดับต่างๆ มากกว่า 30 ครั้ง จำนวนพระภิกษุเหล่านั้นมีตำแหน่งทางการบริหารตั้งแต่ระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสขึ้นไปประมาณไม่น้อยกว่า 4,000 รูป พบว่าร้อยทั้งร้อยจะมีแต่ถามว่าแล้วธนาคารพระพุทธศาสนาจะเกิดขึ้นจริงเมื่อไร ท่านเหล่านั้นรอแสดงความยินดี พร้อมให้ความร่วมมือกันทั้งนั้น

 

2.จากที่จัดรายการธรรมะทางวิทยุมาเป็นเวลาหลายปีตลอดระยะเวลาที่ได้มีส่วนรู้เห็นและติดตามเรื่องนี้มาตลอด ประชาชนผู้ติดตามรับฟังยังไม่เคยคัดค้านมาเลยสักรายเดียว มีแต่หวังว่าธนาคารนี้จะเกิดขึ้นให้ได้ใช้บริการ

โอกาสของชาวพุทธ

การก่อตั้งธนาคารพระพุทธศาสนา เป็นโอกาสของชาวพุทธที่จะได้ใช้บริการธนาคารภายใต้แหล่งทุนที่ดำเนินการด้วยวิถีพุทธ เช่น

1.การกู้ยืมเงินลงทุนโดยใช้สมาชิกร่วมกันค้ำประกัน

2.วัดสามารถให้ไวยาวัจกรเป็นผู้แทนกู้เงินบูรณะวัดได้โดยมีเงินต้นทุนและวัดในเขตค้ำประกัน

3.เป็นแหล่งรวบรวมเงินออมของชาวพุทธทุกระดับชั้น

4.ชาวพุทธทุกคนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์ธนาคาร

5.เป็นธนาคารที่ฝากเงินแล้วได้ทั้งบุญได้ทั้งดอกเบี้ย

สโลแกนประชาสัมพันธ์

“ฝากเงิน ได้เงินได้บุญ”

“ฝากเงินธนาคารพุทธ กำไรสุดได้เงินได้บุญ”

จากนั้นฝ่ายบรรพชิต คือ ท่านเจ้าคุณเมธีธรรมาจารย์ ได้เสนอเหตุผลและความจำเป็นประกอบเพิ่มเติมอย่างครบถ้วน แล้วพระครูวินัยธรธีรวิทย์ก็ได้เสริมเติมเต็มอีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่ทางฝ่ายฆราวาส คือ พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล ได้แสดงความเห็นเป็นประเด็นเพิ่มเติม คือ เพื่อความมั่นคงและความคล่องตัวในการทำงานของพระพุทธศาสนาทั้งด้านความมั่นคง ด้านการศึกษา ด้านการเผยแผ่ การสงเคราะห์ประชาชนชาวพุทธผู้ที่ยังด้อยโอกาส เป็นต้น

 

ในที่สุดก็มาถึงความเห็นของท่านรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้แสดงถึงความตระหนักความห่วงใยในเรื่องนี้อย่างมีเหตุมีผล นับว่าเป็นความเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ทราบว่าท่านผู้เกี่ยวข้องห่วงใยในเรื่องการบริหารจัดการ ท่านไม่ห่วงว่าจะมีใครมาฝากเงินกับธนาคารนี้ แต่เกรงว่าใครจะมากู้เงินจากธนาคารนี้เพราะธนาคารต้องอยู่ได้ด้วยการออกเงินให้กู้ นั่นคือจะได้เงินดอกผลกำไรมาบริหาร แต่เราก็ได้ช่วยกันชี้แจงพร้อมกับให้ข้อมูลที่ศาสนาอื่นๆ เขาทำกัน ทั้งประเด็นการที่เราจะต้องเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งโลก หรือ The World Buddhist Community ในอนาคตด้วย ในที่สุดท่านก็ตกลงรับดำเนินการต่อไป ซึ่งคณะเราเชื่อว่าท่านจะดำเนินการให้เรื่องนี้สำเร็จลงได้ พร้อมกับอำนวยพรให้ท่านรัฐมนตรีประสบความสำเร็จ เพราะถือว่านี้เป็นเรื่องมหากุศล

สำหรับประเด็นที่ 2 คือ เรื่อง (ร่าง) พระราชบัญญัติต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา อาจจะกล่าวได้ว่าทุกมิติเรามีความเห็นตรงกัน ท่านจึงพร้อมที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เป็นไปได้รวดเร็วขึ้น เราก็จะช่วยเพิ่มเติมข้อมูลที่ท่านต้องการข้อมูลสนับสนุน ส่วน (ร่าง) พระราชบัญญัติแม่ชีไทย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ได้พูดคุยกันและท่านเจ้าคุณเมธีธรรมาจารย์ได้ต่อสายให้ท่านรัฐมนตรีคุยตรงกับประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ ดร.เยาวนิตย์ เพียงเกษ เรื่องนี้จึงพูดกันสั้นๆ แต่ได้ใจความ เพราะได้ต่อสายตรงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

สุดท้ายคือเรื่องการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา “วิสาขบูชา 2556” เรื่องนี้การทำให้งานน่าสนใจขึ้นเป็นเรื่องของเรา แต่แรงหนุนให้งานใหญ่ขึ้น น่าสนใจขึ้นเป็นเรื่องของท่านรัฐมนตรี เราก็ไม่ต้องพูดกันมาก ว่ากันว่าเมื่อท่านช่วยผลักดันงบดำเนินการให้คงเดิมคือเท่าปีที่ผ่านมา ทุกอย่างก็เป็นไปได้ จึงเป็นอันว่าทุกฝ่ายพอใจในขั้นนี้ พอดี ฯพณฯ เวินเจียเป่า มาถึงทำเนียบรัฐบาลพอดี ทุกอย่างลงตัว พระสงฆ์จึงสวด สัพพะโรคะวินิมุตโต ให้ท่าน แล้วถ่ายภาพร่วมกันก่อนจะแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ของตน