สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ไปอินเดียเช้า - กลับเย็น เพื่อเป็นประธานทอดกฐินพระราชทานวัดป่าพุทธคยา

วันที่ 11 พ.ย. 2555 เวลา 08:13 น.
สมเด็จพระมหามุนีวงศ์  ไปอินเดียเช้า - กลับเย็น เพื่อเป็นประธานทอดกฐินพระราชทานวัดป่าพุทธคยา
โดย...สมาน สุดโต

คนไทยสามารถเดินทางไปอินเดีย ไปเช้า กลับเย็น เพื่อนมัสการพระมหาเจดีย์พุทธคยา และต้นพระศรีมหาโพธิ์ ตำบลคยา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ได้แล้ว ดังเช่นสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวง ได้เดินทางไปเป็นประธานทอดกฐินพระราชทาน ที่วัดป่าพุทธคยา เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2555 เสร็จจากพิธีกฐินพระราชทานแล้ว ได้เข้านมัสการพระมหาเจดีย์พุทธคยา และต้นพระศรีมหาโพธิ์ ก่อนเดินทางกลับเมืองไทยในเย็นวันเดียวกัน

เจ้าประคุณสมเด็จฯ เดินทางโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำของบริษัท การบินไทย ที่ พายัพ ชินวัตร ผู้ที่รับพระราชทานผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอด ณ วัดป่าพุทธคยา เป็นผู้เช่า โดยมีพุทธบริษัท ทั้งนักการเมือง และนักธุรกิจ 200 กว่าท่านร่วมเดินทาง เพื่อถวายผ้าพระกฐินครั้งนี้

วัดป่าพุทธคยา ที่ตั้งอยู่ใกล้ชิดติดกับพระมหาเจดีย์พุทธคยา และต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชนิดกำแพงชนกำแพงเป็นวัดสายธรรมยุต มีพระโพธินันทมุนี (หลวงพ่อจิ๋ว) เป็นประธานสงฆ์ สร้างมาประมาณ 13-14 ปี บนเนื้อที่ 21 ไร่ ได้สร้างศาสนสถานเต็มรูปแบบตามมาตรฐานของวัดเถรวาททั่วไป โดยสร้างพระอุโบสถขนาดใหญ่ ภายในประดิษฐานพระประธานหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ปางสิงห์หนึ่ง ปิดทองงามอย่างยิ่ง จัดว่าเป็นพระประธานองค์ใหญ่ที่สุดในวัดฝ่ายเถรวาท ที่ตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย

กุฏิสงฆ์ทรงไทยยอดแหลมขนาดกะทัดรัด แบบกุฏิพระกรรมฐาน จำนวน 10 หลัง ตั้งเรียงเป็นสัดส่วน ภายในกุฏิประกอบด้วยห้องพักใช้เป็นทั้งที่ภาวนาและจำวัด 1 ห้อง ห้องสรงน้ำและโถชักโครกทันสมัย 1 ห้อง ด้านหน้าเป็นที่โล่งเพื่อรับแขกที่มาเยี่ยมเยียนหรือสนทนาธรรม

นอกจากนั้นมีอาคารใหญ่เป็นตึก 2 ชั้น เป็นที่พักพระสงฆ์ได้อีกนับสิบรูป

อาคารสมเด็จ

ขณะนี้กำลังก่อสร้างอาคารสมเด็จติดกับพระอุโบสถทางทิศตะวันออก เพื่อรับรองสมเด็จพระราชาคณะที่เดินทางมาพักเป็นประจำ เช่น วันที่ 16-25 พ.ย.นี้ สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย) วัดเทพศิรินทราวาส กรรมการมหาเถรสมาคม จะนำกุลบุตรประมาณ 100 คนไปอุปสมบทที่วัดป่าพุทธคยา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา วันที่ 5 ธ.ค. 2555 เพราะเป็นวัดไทยเพียงวัดเดียวที่อยู่ใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่สุด สะดวกในการเดินทางไปภาวนา ในอนาคตถ้าหากกรรมการบริหารมหาโพธิ์อนุญาตให้สร้างประตูเข้าออกด้านที่ติดกับวัดป่าพุทธคยาได้ จะเป็นความสะดวกแก่พุทธบริษัทที่ไปแสวงบุญและพักที่วัดยิ่งขึ้น ปัจจุบันผู้แสวงบุญต้องเดินไปตามถนน ยาวประมาณ 300 เมตร เพื่ออ้อมไปเข้าประตูใหญ่ของมณฑลพระมหาเจดีย์ ที่อยู่ทางทิศตะวันออก เพื่อบูชาและภาวนา

เมื่อยังสร้างอาคารสมเด็จยังไม่เสร็จ ทางวัดใช้อาคารหรือศาลามุจลินทร์ ที่สร้างทางทิศเหนือของพระอุโบสถติดกับอาคารพุทธญาโณ แถวเดียวกับกุฏิทรงไทย เป็นที่รับรองพระเถรานุเถระและญาติโยมระดับวีไอพี

อาหาร-ที่พักฟรี

ส่วนที่พักผู้แสวงบุญนั้น เป็นอาคารขนาดใหญ่ชื่ออาคารพุทธญาโณ ขนาด 60 ห้อง แต่ละห้องมี 2 เตียง และสามารถตั้งเตียงเสริมได้อีกไม่ต่ำกว่า 3-4 เตียง พร้อมเครื่องนอนสะอาดทันสมัย ห้องน้ำในตัวทุกห้อง ขนาดมาตรฐานเทียบกับโรงแรมระดับ 3 ดาวได้ทีเดียว

 

อาคารที่พักเป็นอาคาร 2 ชั้น รูป 4 เหลี่ยม มีห้องกิจกรรมของสงฆ์ด้านหน้า ซึ่งญาติโยมสามารถเลี้ยงพระสงฆ์ได้หลายสิบรูป ปัจจุบันพระสงฆ์จะมาสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น และฉันอาหาร หลังจากรับบาตรในตอนเช้าแล้วทุกวัน

ตรงกันข้ามกับห้องนี้ เป็นแคนทีนหรือห้องอาหารขนาดใหญ่ มีห้องครัวสะอาดทันสมัย ตั้งโต๊ะรับรองญาติโยมเพื่อรับประทานอาหารได้พร้อมๆ กัน นับร้อยคนขึ้นไป

การบริการด้านอาหารของทางวัดนั้น คณะแม่ชีที่อยู่ประจำ มีความพร้อมในการจัดทำอาหารตามจำนวนผู้มาพัก ทั้งอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น ขอเพียงคณะผู้แสวงบุญแจ้งหรือจองล่วงหน้าเท่านั้น

เมื่อไปถึงตามเวลาที่แจ้งไว้ อาหารจะพร้อมบริการทุกเวลา ไม่ว่าเช้ากลางวัน หรือเย็น คณะแม่ชีสามารถปรุงอาหารได้ตามต้องการตามจำนวนผู้แสวงบุญโดยไม่ขาดตกบกพร่อง

ตรงข้ามอาคารพุทธญาโณด้านประตูทางออก เป็นอาคารใหญ่ทรงไทยสูง 2 ชั้นตั้งอยู่ อาคารนี้ชื่ออาคารชินวัตร ที่ชั้น 2 มีห้องนอน 4-5 ห้อง พร้อมทั้งห้องประชุม และห้องรับประทานอาหาร ที่ชั้นล่างมีห้องโถงใหญ่ เพื่อทำกิจกรรมทางศาสนา นั่งภาวนา และสามารถแปลงเป็นห้องนอนรวมได้อีก

การบริการอาหารและที่พักที่วัดป่าพุทธยา ซึ่งมีพระโพธินันทมุนี (หลวงพ่อจิ๋ว) เป็นประธาน พระมหา ดร. กิตติพันธ์ เป็นเจ้าอาวาส จัดให้ฟรี ขึ้นอยู่กับคณะผู้แสวงบุญและญาติโยมจะใช้หนี้สงฆ์เท่าไรก็ได้

ถามว่าจัดฟรีทั้งหมด วัดได้ปัจจัยจากไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายแต่ละวัน รวมทั้งเงินเดือนคนงานที่เป็นชาวอินเดีย (หญิง) 8 คน ที่ช่วยล้างจาน ซักล้าง ทำความสะอาดห้องพัก เรื่องนี้พระอาจารย์เราะ เล่าว่า ได้จากการบริจาคจากญาติโยมที่มาพักนั่นเอง แม้ว่าทางวัดมิได้คิดค่าใช้จ่าย แต่ญาติโยมชาวไทยมักไม่ดูดาย ต่างก็เสียสละช่วยวัดเสมอ มากบ้าง น้อยบ้าง ตามกำลังของแต่ละคน ทางวัดจึงมีปัจจัยหมุนเวียนเพื่อเป็นค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าแรงงานทุกเดือน

นโยบายบริการฟรีแก่ผู้แสวงบุญเป็นของหลวงพ่อพระโพธินันทมุนี (หลวงพ่อจิ๋ว) เพราะต้องการให้ผู้แสวงบุญได้รับความสะดวกสบายไม่ต้องกังวล ผลดีจากการบริการฟรี คือไม่มีการร้องเรียนใดๆ จากผู้เข้าพัก หรือมารับประทานอาหารแม้แต่รายเดียว ตั้งแต่ดำเนินการมา 10 ปี

 

สมเด็จฯ ประธานกฐินพระราชทาน

ส่วนพิธีทอดกฐินพระราชทาน ณ วัดป่าพุทธคยา ประเทศอินเดีย ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน 1 ไตร ให้ พายัพ ชินวัตร เพื่อเชิญไปทอดยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดป่าพุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย วันเสาร์ที่ 3 พ.ย. 2555 นั้น เจ้าภาพนิมนต์สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ไปเป็นประธาน พระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ เป็นที่ปรึกษา ตลอดพิธี

นักการเมืองเพียบ

ในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้ รัฐมนตรีป้ายแดง 2 ท่าน คือ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ ประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย สส. ประมาณ 50 ท่าน และประชาชนทั้งชาวไทยและอินเดียประมาณ 250 ท่าน เข้าร่วมงานกฐินพระราชทานอย่างคับคั่ง

เมื่อเสร็จพิธีถวายผ้าพระกฐิน สมเด็จพระมหามุนีวงศ์และคณะ ได้ใช้เวลาที่เหลือนมัสการบูชาพระมหาเจดีย์พุทธคยา และต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ เมื่อ 2600 ปีมาแล้ว จากนั้นได้เดินทางกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพในตอนค่ำวันที่ 3 พ.ย. 2555 นั่นเอง เป็นการไปนมัสการพระมหาเจดีย์พุทธคยาและต้นพระศรีมหาโพธิ์ ไปเช้ากลับเย็นได้อย่างน่าอัศจรรย์