ชาวพุทธไทยตื่นตัว จากเสียงร้องของชาวพุทธในบังกลาเทศ

วันที่ 07 ต.ค. 2555 เวลา 08:32 น.
ชาวพุทธไทยตื่นตัว จากเสียงร้องของชาวพุทธในบังกลาเทศ
โดย...สมาน สุดโต

จากการที่ชาวพุทธที่เป็นชนส่วนน้อยในบังกลาเทศ ถูกมุสลิมหัวรุนแรงนับหมื่นคนทำร้ายเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ชาวพุทธไทยเพิ่งตื่นตัว โดยวันที่ 7 ต.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ที่วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายจัดแถลงข่าวประณามการกระทำอันโหดร้ายทารุณของมุสลิมหัวรุนแรงที่เข่นฆ่าพระสงฆ์ พุทธศาสนิก เผาวัดเผาบ้านชาวพุทธที่บังกลาเทศ

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 3 ต.ค. พระสงฆ์บังกลาเทศและพม่า ประมาณ 200 รูป ที่ศึกษาและพำนักในเมืองไทย รวมตัวกันที่สนามหลวงเดินไปขอให้องค์การสหประชาชาติคุ้มครองชาวพุทธในบังกลาเทศ

ในขณะที่สื่อมวลชนนานาชาติ เช่น หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เฮรัลด์ ทริบูน หนังสือพิมพ์ เดอะเนชั่น และหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ เสนอทั้งภาพและข่าวที่ชาวพุทธบังกลาเทศถูกทำร้าย ชาวพุทธนับพันไร้ที่อยู่อาศัย และต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว

ศูนย์พิทักษ์ฯ แถลง

พระครูวินัยธรธีรวิทย์ ฉนฺทวิชฺโช ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ที่จะเป็นหลักในการแถลงข่าวครั้งนี้ ได้แก่ พระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย พล.อ.ดร.ธงชัย เกื้อสกุล ประธานสมาคมผู้ทำคุณประโยชน์แห่งประเทศไทย พระเมธีธรรมาจารย์ กรรมการบริหารศูนย์พิทักษ์ฯ และรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ พล.ต.ทองขาว พ่วงรอดพันธุ์ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ โดยมีเครือข่ายชาวพุทธหลายองค์กร ร่วมงานอย่างแข็งขันเพื่อแสดงให้เห็นถึงภราดรภาพชาวพุทธ ที่ทุกคนมีบิดาคนเดียวกัน คือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และต้องการประกาศให้โลกทราบว่า ชาวพุทธรักสันติ ไม่ทำร้ายใคร แต่จะไม่รับการทำร้ายจากคนอื่นเช่นกัน

นอกจากแถลงข่าวแล้ว จะปรึกษาหารือถึงรูปแบบว่าชาวพุทธไทยจะจัดทำอะไรได้บ้าง เพื่อปลอบขวัญ แสดงความเห็นอกเห็นใจ ให้กำลังใจ และช่วยเหลือชาวพุทธ วัดและพระสงฆ์ในบังกลาเทศที่ประสบภัยร้ายในครั้งนี้

พระสงฆ์นานาชาติไปยูเอ็น

ส่วนบรรยากาศเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2555 ซึ่งตรงกับวันประสูติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช มีงานบำเพ็ญกุศลที่วัดบวรนิเวศวิหาร พระสงฆ์ไทยนับร้อยรูปรับนิมนต์มาร่วมงานและฉันเพล ในขณะที่พระสงฆ์นานาชาติ จากประเทศบังกลาเทศ และสหภาพเมียนมาร์ ประมาณ 200 รูป รวมตัวกันที่สนามหลวงในเวลา 09.30 น. เพื่อเดินทางด้วยเท้าไปที่ศูนย์ประชุมองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ (แทนศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกที่ไม่มีตัวตน) เพื่อยื่นหนังสือให้ UN องค์การของโลกแห่งนี้ ปกป้องคุ้มครองชาวพุทธในประเทศบังกลาเทศ เพราะถูกมุสลิมบังกลาเทศบุกเผาวัด เผาบ้านชาวพุทธที่ ค็อก บาร์ซาร์ ตอนเที่ยงคืนวันเสาร์ที่ 29 ก.ย. 2555 ส่งผลให้พระและฆราวาสล้มตาย ชาวพุทธนับพันไร้ที่อยู่อาศัย รัฐบาลบังกลาเทศก็ไม่ได้ให้ความคุ้มครองอย่างพอเพียง ชาวพุทธยังถูกทำร้ายต่อเนื่อง

พระสงฆ์นานาชาติที่เป็นทุกข์ ที่ญาติพี่น้องในบังกลาเทศถูกฆ่า ทรัพย์สินและวัดถูกปล้น จะหันหน้ามาหาพระสงฆ์ในประเทศไทยก็ไม่รู้จะไปทิศไหน

วัดสระเกศซึ่งเป็นที่ประชุมมหาเถรสมาคมประจำทุก 10 วัน เป็นที่พำนักของสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แต่ไม่มีสำนักงานติดต่อรับเรื่องใดๆ

ส่วนสำนักงานเลขานุการ ที่วัดบวรฯ ไม่ว่างในวันดังกล่าว เพราะยุ่งกับงานฉลองพระชันษา 99 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

จากภาพเหตุการณ์ในบังกลาเทศนั้น ชาวพุทธที่รู้ประวัติศาสตร์การล่มสลายของพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. 1700 ได้เห็นภาพในหนังสือพิมพ์ที่มีภาพพระสงฆ์รูปหนึ่งนั่งอยู่บนเถ้าถ่าน และคัมภีร์พระไตรปิฎกที่ถูกเผาผลาญพร้อมกับอาคารที่พัก และภาพพระพุทธรูปอยู่บนกองเถ้าถ่านที่เคยเป็นศาลา หรือวิหาร จากการโจมตีของมุสลิมบังกลาเทศเมื่อคืนวันที่ 29 ก.ย. 2555 ทำให้คิดเปรียบเทียบว่าคล้ายกับนาลันทา ที่ถูกมุสลิมเติร์ก เผาทำลาย เมื่อ พ.ศ. 1700 ไม่ผิดเพี้ยน ต่างกันแค่เวลาเท่านั้น

เมื่อพระสงฆ์นานาชาติเดินทางไปถึงองค์การสหประชาชาติในเวลา 10.30 น. ได้ส่งผู้แทน 3 รูปไปยื่นหนังสือให้ผู้แทนองค์การสหประชาชาติ ในขณะที่พระผู้นำกลุ่ม เช่น พระธรรมรัตนะ หนึ่งในผู้นำอีกหลายๆ รูป ได้กล่าวถึงชะตากรรมของพระพุทธศาสนาที่ถูกมุสลิมทำลาย ว่า เริ่มจากทำลายพระพุทธรูปและพุทธสถานโบราณในอัฟกานิสถาน ได้ลามมายังประเทศบังกลาเทศแล้วในขณะนี้

ขอให้หยุดทำร้ายชาวพุทธ

ท่านพระธรรมรัตนะ บอกว่า รู้สึกขอบคุณทุกท่านที่มาให้กำลังใจ เท่ากับมาปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ที่กำลังถูกเบียดเบียนจากชาวมุสลิม ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนชาวพุทธในบังกลาเทศเป็นชนส่วนน้อย มีเพียง 1% รักสันติ ไม่เบียดเบียนใคร แต่เขาก็โจมตีเราไม่ได้หยุด ทั้งๆ ที่เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน หากแต่เป็นชนกลุ่มน้อย แต่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีเท่าเทียมกัน จึงต้องการให้องค์การสหประชาชาติปกป้องคุ้มครองชาวพุทธในบังกลาเทศให้อยู่รอดปลอดภัย

ข่าวจากบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่า ตำรวจบังกลาเทศจับผู้โจมตีชาวพุทธได้ 300 คน ส่วนพระเถระผู้นำชาวพุทธในบังกลาเทศว่า ความโหดร้ายรุนแรงแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่ประเทศนี้ได้อิสรภาพจากปากีสถาน เมื่อ พ.ศ. 2514

มีรายงานว่า การโจมตีโดยชาวมุสลิม ประมาณ 2.5 หมื่นคน เมื่อคืนวันที่ 29 ก.ย. นั้นได้รับการจัดตั้งมาแน่นอน ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป ชาวพุทธตาย 6 คน ประชาชนชาวพุทธ 40 คน ถูกทรมาน วัดในพระพุทธศาสนาถูกเผา 17 วัด และที่เหลือ 7 วัดถูกทำลายและถูกปล้น ส่วนบ้านเรือนชาวพุทธไม่น้อยกว่า 11 หมู่บ้าน ร้านค้า 75 แห่งถูกทำลาย รวมทั้งโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่ง

พระสงฆ์นานาชาติได้แจกแถลงการณ์ มีใจความว่า ให้หยุดการทำลายสถานที่เคารพจากการกระทำของชาวมุสลิมต่อชุมชนของพุทธศาสนิกชนในบังกลาเทศ

ในแถลงการณ์ได้กล่าวว่า เราอยากให้ได้รับความสนใจจากท้องถิ่นและนานาชาติทั่วโลกเกี่ยวกับการโจมตีอย่างทารุน ซึ่งกระทำโดยมุสลิมหัวรุนแรงต่อชาวพุทธในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 29 ก.ย. 2012 ที่ศูนย์การค้าค๊อกในบังกลาเทศ การโจมตีอย่างรุนแรงเป็นการวางแผนโดยมุสลิมหัวรุนแรง ที่เป็นสาเหตุของการทำลายอย่างรุนแรง เช่น การฆ่า ทรมาน ข่มขืน ทำลายทรัพย์สิน ปล้นสะดม เผาวัดศาสนาพุทธ และทำลายพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับจุดไฟเผาทำลายที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวพุทธในบังกลาเทศ ในการโจมตีอย่างรุนแรงในครั้งนี้ ชาวมุสลิมได้ฆ่าพุทธศาสนิกชนไป 7 คน รวมพระภิกษุสงฆ์ 1 รูป ทรมานประชาชน 40 คนอย่างรุนแรง และอย่างน้อยใน 11 หมู่บ้าน 75 ร้านค้า 27 วัดพุทธและโบสถ์คริสต์ 1 หลัง เป็นการทำลายโดยมุสลิมชาวแบงกาลี ที่รามและอุคิยาในศูนย์การค้าที่ค็อก บังกลาเทศ

การทำลายสิทธิมนุษยชนครั้งนี้ กระทำการโดยชาวมุสลิมแบงกาลีหัวรุนแรงทั่วประเทศในบังกลาเทศ

ส่วนชุมชนกลุ่มน้อย เช่น ชาวพุทธ คริสเตียน และฮินดู รอให้แต่ละวันผ่านไปด้วยความกลัว เนื่องจากการทำโดยกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในบังกลาเทศ

ชุมชนกลุ่มน้อยซึ่งอาศัยในพื้นที่ราบและเขตภูเขาเป็นชาวพุทธ คริสเตียนและฮินดูในบังกลาเทศ พวกเขามีความผิดหวังและหมดอาลัยตายอยากเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ยังคงดำเนินต่อไป และพวกเขาไม่สามารถหาความปลอดภัยแก่ชีวิต เนื่องจากการทำลายสิทธิมนุษยชนของพวกเขา โดยชาวมุสลิมแบงกาลีในบังกลาเทศ ดังนั้นเราขอความช่วยเหลือจากท้องถิ่น และชุมชนนานาชาติทั่วโลก

โปรดพิจารณามาช่วยพวกเรา เราต้องการความช่วยเหลือจากท่าน เพื่อที่จะนำความสงบสุขกลับมายังชีวิตของเรา

นี้คือเสียงชาวพุทธ ที่ร้องอยู่ในประเทศที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก คือประเทศไทย ครับ