ปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหาหากรู้จักคิดด้วยจิตที่เคารพธรรมกรณีสวดมนต์วัดพระแก้ว (จบ)

วันที่ 10 ก.ย. 2555 เวลา 06:20 น.
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

“อาตมาได้มีโอกาสเข้าถวายความเคารพแด่สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ครั้งที่ลงไปร่วมสวดพระปริตร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งได้รับการแนะนำสั่งสอนมาพอสมควร เพื่อให้การจัดงานสวดพระปริตร อธิษฐานจิต เพื่อแผ่นดินไทย เป็นไปด้วยดี”

ด้วยความศรัทธาตั้งมั่น เพื่อการประกอบกุศลดังกล่าว จึงอาจจะกระทบใจกันบ้าง เมื่อมีการปล่อยนักท่องเที่ยวเข้ามาทันทีทันใด ดังที่โยมปภานิจฯ ปุจฉาเล่าความรู้สึกและเรื่องราวมา ซึ่งอาตมาจะได้แนะนำให้คณะทำงาน ได้ประสานงานกับสำนักพระราชวังและสำนักราชเลขาธิการต่อไป หากมีโอกาส... ในชั้นนี้จึงได้พยายามเขียนเล่าเรื่องที่ไปที่มาอย่างละเอียด เพื่อความเข้าใจที่ดีต่อกันทุกฝ่าย จะได้ช่วยกันพัฒนาศรัทธาของสาธุชนให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อคืนกลับคนดีมีศีลธรรมตามวิถีพุทธ สู่สังคมไทยให้ทันกับวิกฤตการณ์ที่กำลังแห้งขอดคนดีในสังคม และเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง เมื่ออาตมาได้มีโอกาสเข้าถวายความเคารพแด่สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ครั้งที่ลงไปร่วมสวดพระปริตร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งได้รับการแนะนำสั่งสอนมาพอสมควร เพื่อให้การจัดงานสวดพระปริตร อธิษฐานจิต เพื่อแผ่นดินไทย เป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะสมเด็จพระวันรัตได้กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่ขอให้ดูรายละเอียดเพื่อความเหมาะสมด้วย ซึ่งทั้งนี้คงจะต้องให้ความประณีตมากยิ่งขึ้น เพราะมีประชาชนมาร่วมกันจำนวนมาก...

อย่างไรก็ตาม ก็คงเป็นเรื่องของคณะทำงานและประชาชนที่มาร่วมงาน ที่จะต้องช่วยกันดูแลและทำความเข้าใจกันทุกฝ่าย เพื่อความเรียบร้อย และได้ประโยชน์สุดต่อการร่วมประกอบการกุศล อาจจะช่วยกันมีจดหมายแนะนำไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักราชเลขาธิการ ที่จะได้เข้าใจในรายละเอียดของงาน เพื่อนำมาสู่การอนุเคราะห์ต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่ต้องการความสงบในขณะประกอบศาสนกิจ เช่น ฟังธรรมหรือเจริญภาวนา ดังที่ได้พยายามอธิบายมาโดยตลอดว่า ศาสนพิธีในรูปแบบภาคประชาชนนั้น มิได้มุ่งเน้นสวดมนต์อย่างเดียว “จุดสำคัญคือ การฟังธรรม–ปฏิบัติธรรม” ซึ่งเป็นหัวใจของงานที่ประชาชนให้ความสำคัญ จึงเดินทางมาร่วมงานกันจำนวนมาก ดังภาพประจักษ์ในครั้งสุดท้ายที่จัดงานสวดพระปริตร อธิษฐานจิต เพื่อแผ่นดินไทย ครั้งที่ ๓๘ ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว เมื่อวันที่ ๒๒ ก.ค. ๒๕๕๕ ที่ประชาชนมากมายหลายพันคนที่มาพร้อมใจกันฟังธรรม เจริญภาวนา ภายหลังการสวดพระปริตร และสิ้นสุดด้วยการแผ่เมตตา กระทำสัตยาธิษฐาน... เรื่องดังกล่าวจึงขอนำเรียนมาโดยสรุป เพื่อความเข้าใจที่ดีของทุกๆ ฝ่าย โดยเฉพาะพระสงฆ์เถราจารย์ และข้าราชการผู้ใหญ่บางท่านที่มีหน้าที่พิจารณาให้การสนับสนุนจัดงานของประชาชน โดยการสนับสนุนของหลายองค์กรภาครัฐ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์... อาตมาขอฝากความรู้สึกด้วยความจริงใจว่า... เรื่องการไม่ทำงานหรือยุติการทำงานนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ยากยิ่งคือ การให้มีการดำเนินงานสืบต่อไป โดยเฉพาะการนำพามหาชนประกอบการกุศลกลางเมืองหลวงของประเทศ ในเขตสถานที่อันสำคัญนั้นยากจริงๆ ... อาตมาหนักใจในทุกครั้งที่ต้องรับกิจนิมนต์ แต่มิได้หน่ายใจที่จะทำหน้าที่ เมื่อรับกิจนิมนต์ในทุกๆ ครั้ง และจะมีความสุขในทุกครั้งที่งานจบด้วยดี จึงระมัดระวังมากในทุกคำพูดคำกล่าวที่แสดงออกไป โดยเฉพาะในเขตพระอุโบสถวัดพระแก้ว ด้วยความไม่ประมาทซึ่งอยู่รอดมาได้ ๖ ปี กับการนำประชาชนประกอบศาสนกิจในรูปแบบตามที่กล่าวมา และคงจะรับนิมนต์จากคณะทำงานต่อไป หากยังมีกำลังอยู่ เพราะนี่คือกิจของสงฆ์ในพระพุทธศาสนา... เว้นแต่เอวังด้วยประการฉะนี้ เพราะขาดการสนับสนุนจากหน่วยงาน บุคคลที่เกี่ยวข้อง...

ขอเจริญพร