ปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหาหากรู้จักคิดด้วยจิตที่เคารพธรรมกรณีสวดมนต์วัดพระแก้ว (ตอน ๕)

วันที่ 06 ก.ย. 2555 เวลา 06:41 น.
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

มีอาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานคณะกรรมการฯ โดยมี ผศ.ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร รองอธิการบดีฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำหน้าที่เลขาคณะกรรมการฯ และประสานงาน โดยมีการจัดงานน้อมฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา เมื่อ ๒๘ ก.ค. ๒๕๕๕ ทั้งนี้ ได้รับพระราชานุญาตให้จัดงาน ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสดังกล่าวได้ ซึ่งการจัดงานในครั้งที่ ๓๘ นั้นถือได้ว่ายิ่งใหญ่สมพระเกียรติมาก ด้วยมีพระสังฆราชาแห่งศรีลังกา ของพุทธศาสนาสยามอุบาลีวงศ์นิกาย มาเป็นประธานในพิธี มีตัวแทนคณะสงฆ์จากวัดเส้าหลิน สาธารณรัฐประชาชนจีน และตัวแทนชาวพุทธในอินเดียเดินทางมาร่วมงาน พร้อมประชาชนชาวไทยจำนวนหลายพันคน ที่นั่งเรียงรายรอบปริมณฑลพระอุโบสถวัดพระแก้ว มีการถ่ายทอดสดในพิธีไปทั่วประเทศ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ พสกนิกรชาวไทยพร้อมใจกันลงนามถวายพระพรแด่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มากกว่า ๔,๐๐๐ รายชื่อ

คณะทำงานได้นำทูลเกล้าฯ ถวาย พร้อมทั้งหนังสือประมวลธรรมและภาพจากการจัดงาน สวดพระปริตร อธิษฐานจิต เพื่อแผ่นดินไทย ครั้งที่ ๓๘ และได้มีประชาชนที่มาร่วมงานมากกว่า ๒,๐๐๐ ราย ลงนามขอให้คณะทำงานนำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จัดงานมหากุศลน้อมฯ ถวายเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ ส.ค. ๒๕๕๕ ในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๘๐ พรรษา ทั้งนี้ ทราบว่า คณะทำงานฯ โดยเลขาคณะกรรมการฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ประสานงานกับหน่วนงานที่รับผิดชอบ พิจารณากลั่นกรองเรื่อง เพื่อนำความกราบบังคมทูลไปเรียบร้อยแล้วทุกประการ ตามความประสงค์ของพสกนิกรชาวไทยมากกว่า ๒,๐๐๐ รายชื่อ ที่แจ้งความประสงค์ขอจัดงานกุศลถวายพระพร เนื่องในโอกาสสำคัญดังกล่าวของชาวไทย จากที่กล่าวเล่ามานั้น คือ ขั้นตอนการทำงานที่สืบเนื่องมาในรอบระยะเวลา ๖ ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นการทำงานอย่างมีรูปแบบของคณะทำงานและประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่มั่นคงในการแสดงเจตนาแน่วแน่ต่อการที่จะแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพื่อประสงค์ให้เกิดความสงบสุขบนแผ่นดินไทย

ดังที่เคยเดินทางไปร่วมกับพี่น้องชาวใต้ จัดงานขึ้นที่วัดช้างให้ จ.ปัตตานี ท่ามกลางกระแสการก่อการร้าย มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ (ท้องถิ่น) ไปทั่ว ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งในขณะนั้นไม่เคยมีองค์กรใดๆ ในด้านศาสนาออกมาแสดงบทบาทอันควรกระทำเพื่อขวัญกำลังใจของประชาชน มิหนำซ้ำยังมีเสียงค่อนแคะว่า... ไปสวดมนต์แล้วได้อะไร!? ทั้งจากพระสงฆ์บางรูปและจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางบุคคล... แต่ก็มิได้ทำให้คณะทำงานเกิดความเบื่อหน่าย ท้อถอย... และเมื่อเสร็จสิ้นงานโดยไม่มีข้อบกพร่องใดๆ คณะทำงานได้นำความเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งหนังสือมงคลธรรมและแผ่นซีดี พิธีเจริญพระพุทธมนต์ กราบบังคมทูลถวายเพื่อเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั้น ซึ่งได้ทรงอนุโมทนาที่ถวายหนังสือและแผ่นซีดี พิธีเจริญพระปริตร ณ วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) จ.ปัตตานี รายละเอียดดังหนังสือที่นมัสการมาจากสำนักราชเลขาธิการ เมื่อ ๑๑ พ.ค. ๒๕๕๐ ถึงอาตมา...

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น คงเป็นแบบสรุปย่อ เพื่อนำมาสู่ความเข้าใจที่ดีต่อกันทุกฝ่าย โดยได้มีการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่รับผิดชอบหลายองค์กร ซึ่งล้วนแล้วแต่จะต้องประณีต ละเอียด โดยเฉพาะงานดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวข้องด้านจิตวิญญาณ ที่อ้างอิงหลักศาสนาตามวิถีพุทธ ซึ่งหลีกไม่ได้ หนีไม่พ้น ที่จะต้องมีพระสงฆ์มาเป็นผู้นำประกอบศาสนพิธี ในรูปแบบภาคประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำปฏิบัติ ซึ่งจะต้องแตกต่างออกไปจากศาสนพิธีของพระสงฆ์เฉพาะ ดังนั้น งานสวดพระปริตร อธิษฐานจิต เพื่อแผ่นดินไทย จึงเป็นเรื่องของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมาร่วมสวดมนต์ตามบทสวดพระปริตร โดยมีพระสงฆ์นำพอเป็นพิธีเพื่ออยู่ในรูปแบบศาสนพิธี สิ่งสำคัญจึงต้องให้หลักธรรม ข้อคิด ข้อแนะนำในทุกขั้นตอน แม้กระทั่งเรื่องของการรับศีล ที่ได้แนะนำให้รู้ในหลายวิธีการของการเป็นผู้ปกติมีศีล ๕ ครบสมบูรณ์ ว่ากระทำได้อย่างไร หรือการสวดทำนองสรภัญญะ บทแผ่เมตตา บทสวดแปลตามนิยม ที่ถูกต้องตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา เพื่อความเข้าใจและความยินดีที่จะนำจิตใจของศรัทธาสาธุชนไปสู่ความตั้งมั่น

จึงมีการให้ธรรมบรรยายประกอบการเจริญภาวนา เพื่อความพร้อมในการกระทำสัตยาธิษฐานตามความประสงค์ ที่ศรัทธาสาธุชนตั้งใจกันมาประกอบการกุศล... ในรายละเอียดแห่งศาสนพิธี จึงย่อมต้องแตกต่างออกไปบ้างจากศาสนพิธีของคณะสงฆ์ ดังเช่น ที่มีการจัดสวดพระปริตร โดยมีคณะสงฆ์ จำนวน ๘๑ รูป มาร่วมประกอบศาสนพิธี ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ ๓๑ ส.ค. ๒๕๕๕ ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๘๐ พรรษา (๑๒ ส.ค. ๒๕๕๕)

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้