วัดปากน้ำ เตรียมฉลองมหาเจดีย์ 9 วัน 9 คืน ปลายปี 2555

  • วันที่ 02 ก.ย. 2555 เวลา 16:04 น.

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และกรรมการมหาเถรสมาคม ฉลองวันเกิด 87 ปี ประกาศให้ญาติโยมนับร้อยคนบนชั้น 5 พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2555 ว่างานสร้างพระมหาเจดีย์ และงานพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีพิธีสมโภชพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล วันที่ 23-31 ธ.ค. 2555 เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ทันทีที่พิธีบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 ประการ บนยอดพระเจดีย์แก้ว หนึ่งเดียวในประเทศไทย (หรือในโลก) สิ้นสุดลงเมื่อเวลา 14.29 น.

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 ประการที่บรรจุในพระเจดีย์แก้ว ย่อมุมไม้สิบสอง สูง 8 เมตร ที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระมหาเจดีย์มหารัชมงคลซึ่งสูง 80 เมตร ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุ (9 องค์) บรรจุ ณ ยอดสูงสุดของเจดีย์แก้ว พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร (ทองคำ) ซึ่งเป็นพระประจำวันเกิดสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ บรรจุไว้ที่ช่องทางด้านทิศเหนือ

 

รูปหล่อหลวงพ่อสด (ทองคำ) บรรจุไว้ที่ช่องทางทิศใต้ พระพุทธรูปปางมารวิชัย (ทองคำ) บรรจุไว้ที่ช่องทางทิศตะวันออก และคริสตัล (ดวงแก้ว) บรรจุไว้ที่ช่องในทิศตะวันตก

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ซึ่งทำบุญอายุวัฒนมงคล 87 ปี เมื่อวันที่ 26 ส.ค. โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เพื่อทรงบำเพ็ญพระกุศลถวาย ในเวลา 10.32 น.ด้วย

พระคุณท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ตั้งแต่ปี 2508 และได้ดำเนินการที่เป็นประโยชน์แก่พระภิกษุ สามเณร แม่ชี ผู้อาศัยอยู่ในวัด รวมถึงสาธุชนที่ไปทำบุญที่วัด อาทิ การบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะเก่า และก่อสร้างเสนาสนะถาวรวัตถุใหม่ นอกจากนี้ยังดำเนินงานด้านการศึกษา ส่งเสริมการศึกษาพระบาลีที่ถือเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา และงานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ก่อตั้งมูลนิธิหลวงพ่อวัดปากน้ำ เพื่อนำดอกผลใช้บำเพ็ญกุศลต่างๆ ทั้งยังถวายทุนแก่สำนักศาสนศึกษา 72 แห่งทั่วประเทศ และการสร้างพระมหาเจดีย์มหารัชมงคลองค์นี้

การสร้างพระมหาเจดีย์เริ่มจากการวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2547 ตรงวันเกิดสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ตามที่ออกแบบไว้จะเป็นพระมหาเจดีย์ที่สูงสุดในประเทศไทยนับจากฐาน คือสูง 80 เมตร มีความกว้าง 52 เมตร สูง 52 เมตร พร้อมกับสร้างพื้นที่สำหรับใช้สอยภายใน โดยแบ่งเป็น 5 ชั้น ตั้งงบประมาณไว้ 300 ล้านบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งเพื่อเป็นอนุสรณ์ทางพระพุทธศาสนา

เวลาผ่านไป 7 ปี การก่อสร้างเป็นไปตามเป้าหมาย อลังการด้วยวิจิตรศิลป์ และอัศจรรย์ตั้งแต่บานประตูทางเข้าพระมหาเจดีย์ ที่มีมูลค่าบานละ 2 ล้านบาท รวม 4 บาน แต่ละบานกว้าง 1.87 เมตร สูง 2.20 เมตร ซึ่งเป็นไม้สักทอง สลักเป็นภาพท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ได้แก่ ท้าวธตรัฐ ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักษ์ ท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณ

เสาทุกต้นภายในพระมหาเจดีย์เหลืองอร่ามด้วยทอง และลวดลายที่สลักเสลาอย่างสุดฝีมือ ในขณะที่เสาหลักที่กลมใหญ่ ชั้นละ 4 ต้น เพื่อรองรับแต่ละชั้นงามด้วยภาพแกะสลักท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 เช่นกัน

แหงนหน้ามองเพดานทุกชั้นต้องตะลึงด้วยภาพเขียนแสดงสวรรค์ชั้นต่างๆ ตามที่บรรยายไว้ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง และภาพเล่าเรื่องประวัติสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ในช่วงต่างๆ ของชีวิต รวมทั้งภาพการค้นพบวิชาธรรมกายของหลวงพ่อวัดปากน้ำ (หลวงพ่อสด) อีกด้วย

ในบางห้องของเพดานได้แสดงภาพพระมาลัย ไปบูชาพระจุฬามณีเจดีย์บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และยังมีภาพเล่าเรื่องต่างๆ อีกมาก จะดูให้ครบถ้วน นอกจากมีพื้นฐานเรื่องต่างๆ แล้ว ต้องมีต้องใช้ความพยายามและความอดทนสูง เพราะต้องแหงนคอตั้งบ่า หรือมิเช่นนั้นก็ต้องนอนหงาย ดังเช่นผู้เขียนต้องนอนหงายถ่ายภาพมาเสนอผู้อ่าน ซึ่งก็ได้บางส่วนเท่านั้น

ที่โดดเด่นอีกงานหนึ่ง คือรูปหล่อทองคำหลวงพ่อสด ขนาดใหญ่ประดิษฐาน ในชั้นที่ 4 แต่พวกเราเข้าใกล้ไม่ได้ เพราะล้อมไว้ด้วยกระจก ที่แบ่งเป็นช่องๆ เหมือนกำแพงกั้น ดังนั้นจะบูชาก็ตั้งจิตภาวนาในระยะไกลที่ทางวัดจัดไว้ให้ก็แล้วกัน

 

ที่เป็นจุดเด่น และมีเพียงหนึ่งเดียวในไทยหรือโลก ได้แก่ เจดีย์แก้ว ที่ประดิษฐานอยู่บนชั้น 5 มีความสูง 8 เมตร สร้างจากกระจกที่มีความหนา 1 เซนติเมตร นำมาซ้อนกัน 800 ชั้น ที่ฐานเจดีย์ย่อไม้สิบสอง ประดับด้วยพญานาค 80 ตัว ที่มีขนาดเท่ากัน พระเจดีย์องค์นี้คือสถานที่บรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 5 ดังที่กล่าวแล้ว

จะขึ้นไปทั้ง 5 ชั้น สามารถขึ้นลิฟต์ได้ แต่ขอแนะนำให้เดินขึ้นทางบันได ลงทางบันได เพราะจะได้บรรยากาศ เห็นความอลังการ และวิจิตรศิลป์ตามชั้นต่างๆ ยิ่งกว่านั้นบันไดทุกชั้นปูด้วยหินอ่อน เช่นเดียวกับพื้นทุกชั้น แต่ใต้บันไดทั้งหมด ช่างศิลป์เขียนภาพต่างๆ ไว้ที่ท้องบันไดให้ดูเพื่อความสุนทรีย์ในอารมณ์เมื่อผ่านไป

เจ้าคุณพระวิเชียรกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กล่าวว่า ช่างศิลป์ที่รังสรรค์งานเหล่านี้ เป็นคนสุพรรณฯ แต่ผ่านงานและมีประสบการณ์จากวัดท่าตอน จ.เชียงใหม่ มาก่อน

พระพรหมโมลี (สุชาติ ป.ธ. 9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นโฆษก ได้กล่าวถึงพระมหาเจดีย์มหารัชมงคลนี้ว่าเป็นเจดีย์ที่ต่างจากเจดีย์ทั่วไป เพราะมีพื้นที่ใช้สอยแบ่งออกเป็นชั้นๆ ถึง 5 ชั้น แต่ละชั้นตกแต่งสวยสดงดงามมาก ท่านจึงแนะนำให้พุทธศาสนิกชน และผู้สนใจที่จะไปกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือดูความแปลกใหม่ ว่าควรเดินขึ้นบันไดแต่ละชั้น เพราะจะได้พบเห็นสิ่งที่แปลกและมหัศจรรย์ ที่ประดิษฐานอยู่ในที่ต่างๆ แต่ละชั้น

ท่านเจ้าคุณพระพรหมโมลี (สุชาติ) ซึ่งเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะ บอกว่า แค่เดินขึ้นประตูมหาเจดีย์ที่ชั้น 2 ก็หายเหนื่อยแล้ว เพราะจะเห็นความวิจิตรตระการตาที่บานประตูทางเข้า ที่ช่างได้สร้างราชรถ พร้อมม้าเทียมที่สง่างาม เหมือนมีชีวิต อยู่ในท่าทะยาน พาราชรถที่บรรทุกดวงแก้วมณีให้ล่องลอยไปในห้วงนภากาศฉะนั้น

ท่านกล่าวว่า การสร้างพระมหาเจดีย์ และเจดีย์แก้ว พร้อมทั้งบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันให้กับอนุชนคนรุ่นหลังว่าคนรุ่นเราได้สร้างสรรค์งานที่ยิ่งใหญ่ไว้เป็นอนุสรณ์

พระมหาเจดีย์ใช้เวลาสร้างมา 7 ปี อยู่ในขั้นแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในวันทำบุญอายุวัฒนมงคล 87 ปี เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2555 จัดว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสำคัญในไทยที่ไม่มีที่ใดเกินที่นี้ แม้กระทั่งพระเจดีย์แก้ว ก็จัดว่าสวยที่สุด และมีที่นี่แห่งเดียวทั้งในไทยและในโลก ดังนั้นงานสมโภชจึงต้องยิ่งใหญ่ถึง 9 วัน 9 คืน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ