วิถีธรรม...นำชีวิตจากบทธรรม ‘ธาตุวิภังค์’ (จบ)

วันที่ 29 ส.ค. 2555 เวลา 07:26 น.
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

การบวชนี้บวชเพื่อบูชาพระอรหันต์เจ้าที่อุบัติเกิดขึ้นในโลกนี้ ก็คือบวชอุทิศพระผู้มีพระภาคเจ้าอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งที่ได้รับราชบรรณาการจากพระเจ้าพิมพิสาร ที่เป็นพระสหายซึ่งไม่เคยเห็นตัวกันเลย แต่ฟังเกียรติคุณความดีต่อกัน อยู่ในวัยอันเสมอกัน อยู่ในฐานะอันเสมอกัน มีศีลมีธรรมอันเสมอกัน จึงคบค้ากัน เป็นสหายเป็นมิตรต่อกัน เป็นการแสวงหาคำว่า กัลยาณมิตร ของบัณฑิตทั้งหลาย ในกาลก่อน บ้านเมืองไหน กษัตริย์เมืองไหน บุคคลไหนเป็นคนดี ก็จะมีการเชื่อมโยงให้คบค้าสมาคมกันเพื่อเป็นลาภ ต่างฝ่ายต่างก็เป็นลาภซึ่งกันและกัน ตรงนี้น่าสนใจมาก

หมายความว่า ที่เราคบค้าสมาคมกัน หรือจะแต่งงานกันทั้งหลาย หรือเราจะอยู่ร่วมกัน ที่จริงเราต้องการเพื่อน กัลยาณมิตร ต้องมีคุณลักษณะและต้องปราศจากคำว่าทรลักษณะ จึงจะเรียกว่าเป็นกัลยาณมิตรที่ถูกต้องตามธรรม คุณลักษณะของมิตร คือ ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม เกรงกลัวต่อบาปกรรม ชักชวนชักนำทำแต่ความดี พูดจาทุกอย่างอยู่ในแนวเป็นประโยชน์โดยธรรมทั้งนั้น ตักเตือนชี้แนะบอกกล่าวไม่ตามใจในทางที่ชั่ว เรียกว่าขวางกันพอสมควร ในขณะเดียวกันก็ให้สิ่งที่ดี ก็ชักจูงชักชวนกัน ชักนำในทางความดี ทรลักษณ์ก็ตรงข้าม มีพฤติกรรมที่ไม่ดี วาจาที่ไม่เหมาะ จิตใจที่หยาบช้าสามานย์ เอารัดเอาเปรียบ คิดอยู่ตลอดเวลา เบียดเบียนกันตลอดเวลาเป็นทรลักษณ์

ดังนั้น ในการหามิตรที่ดี จึงเป็นเรื่องที่ตรงตามหลักธรรมในพระศาสนาอย่างเป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหาบุรุษอันควร สัปปุริสะ สังเสวะ หรือ สังเสคะ คือเข้าหาสัตบุรุษ ก็ไปตรงกับในมงคลสุตตังว่า อะเสวะนา จะ พาลานัง บัณฑิตานัญ จะ เสวนา ข้อนี้สำคัญที่สุดกับชีวิตของคนทุกยุคทุกสมัย ถ้าคบคนดี คบคนมีความรู้ คำว่าคนดีตรงนี้ ต้องระวังเรื่องความถูกใจกับความไม่ถูกใจออกไปเสียก่อน เมื่อสักครู่อาตมาพูดเบื้องต้นว่าความสุขที่เกิดจากความถูกใจ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไม่ถูกใจ แม้เรื่องนั้นเรื่องเดิมก็ไม่ถูกใจแล้ว เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนไป เรื่องดังกล่าวนั้นบุคคลนั้นกลายเป็นสร้างโทษทุกข์ภัยให้กับเราได้ เพราะจิตเราไม่ได้ตั้งอยู่ที่จุดๆ นั้น เงื่อนไขมันเปลี่ยนไปแล้ว

เพราะฉะนั้นบัณฑิตหรือผู้รู้ตรงนี้ เราต้องเข้าให้ถึงคุณลักษณะของบัณฑิตของผู้รู้ ต้องถึงคุณลักษณะ แม้คนพาลทั้งหลายก็ต้องให้เห็นทรลักษณะ ซึ่งก็มีการสั่งสอนบอกกล่าวอย่างชัดแจ้งอยู่แล้ว หรือถ้าเราอยากจะดูเพียงสั้นๆ ก็เอาศีลธรรมเข้ามาจับ การคิด การพูด การทำ ต้องมีศีล มีธรรม อย่าชอบใจในสิ่งนั้น อย่าถูกใจในสิ่งนั้น แต่ให้เข้าใจในสิ่งนั้นว่ามีประโยชน์หรือเป็นโทษ เมื่อเข้าใจแล้ว ความเข้าใจเป็นการไม่ประมาทในปัญญา เมื่อเข้าใจจะเห็นทั้งคุณลักษณะและทรลักษณะ แล้วเราจะนำไปสู่คำว่า อะเสวนา จะ พาลานัง บัณฑิตานัญ จะ เสวะนา จะเสวนาหรืออะเสวนา ขึ้นอยู่กับตรงนี้ต่างหาก

อาตมาขอวิสัชนามาจบตรงนี้ ที่แสดงให้เห็นอุดมมงคลแห่งชีวิตที่จะเกิดขึ้นได้นั้น สำคัญที่สุดก็คงอยู่ที่การคบหาบัณฑิต และหลีกเลี่ยงอย่าได้พานพบกับคนพาล ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกที่สำคัญยิ่งต่อการเริ่มต้นเข้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อมุ่งสู่ความเจริญเติบโตในทุกๆด้าน และเพื่อประโยชน์ความสุขของการดำเนินชีวิตสืบไปเบื้องหน้า ที่มุ่งสู่อุดมมงคลสูงสุด ได้แก่ พระนิพพาน ตามคติของชาวพุทธ จึงขอให้แนววิถีธรรมอันเหมาะควรแก่การนำวิถีชีวิตสู่ความเจริญ ด้วยบทธรรมบรรยายที่อ้างอิง “ธาตุวิภังคสูตร” เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้ของสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาทุกท่าน

ขอเจริญพร