พุทธศาสน์...วัฒนธรรมทางจิตวิญญาณที่ผันแปรในปากมังกร!? (ตอน ๑๒)

  • วันที่ 30 พ.ค. 2555 เวลา 07:55 น.

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

อาตมาได้เคยเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่ถ้ำแห่งนี้บนเทือกเขาซงซาน ถึง ๓ ครั้ง รวมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๔ ครั้งที่หนักที่สุดน่าจะได้แก่ครั้งที่ ๒ ซึ่งอธิษฐานเจริญภาวนาในถ้ำตั๊กม้อ ๙ คืน ท่ามกลางอากาศหนาวบนยอดเขาสูงชัน ลมแรงพอสมควร... แต่ด้วยความสงบเงียบ จึงมีความเป็นสัปปายะมาก แต่ต้องใช้ความอดทนสูง โดยเฉพาะการเดินขึ้นลงภูเขาลูกนี้ที่สูงมาก แต่มีเสน่ห์ให้ชวนไปเยือน ทั้งนี้เพราะเหมาะแก่การเจริญภาวนาเป็นอย่างยิ่ง มาครั้งนี้อาตมาอธิษฐานอยู่ในอิริยาบถนั่ง ๓ วัน ๓ คืน เพื่อประกอบความเพียรอย่างแก่กล้า และในยามว่างจากภาวนาได้รับนิมนต์ไปสอนกรรมฐานบรรยายธรรมฯ ให้กับคณะชาวจีนที่มาเข้าอบรมภาวนาหลักสูตร ๗ วัน จำนวน ๕๐ คน โดยมีพระภิกษุจีนร่วมรับฟังอยู่ด้วย พร้อมทั้งผู้สนใจจำนวนหลายสิบท่าน ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมรับฟังในครั้งนี้ ซึ่งจัดเปิดรับอบรมกรรมฐานโดยวัดเส้าหลิน ทั้งนี้เพราะในตอนกลางวันอาตมาได้ลงมาจากภูเขาเพื่อมาเจริญภาวนาต่อในวัดเส้าหลิน ที่ได้จัดที่พักถวายไว้เป็นเฉพาะ

อาตมาจึงได้พบเห็นความสนใจของคนหนุ่มสาวชาวจีนต่อการเจริญภาวนา กับการเดินทางมาในครั้งนี้ ให้รู้สึกมีความยินดียิ่ง เพราะดังที่กล่าวมาในห้วงที่สังคมชาวจีนกำลังเผชิญกระแสทุนนิยมจากการเปิดระบบเศรษฐกิจสู่การค้าเสรี ได้มีความเปลี่ยนแปลงในวิถีการดำเนินชีวิตของชาวจีนไปจากเดิมอย่างมากดุจพลิกฝ่ามือ สังคมจึงเกิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนสูงมาก จนน่ากลัวต่อการขาดความสมดุลในกลุ่มชน ซึ่งหากไม่แก้ไขให้ตรงจุด ก็จะนำไปสู่ปัญหาของสังคมในเบื้องหน้าได้อย่างแน่นอน ด้วยสัดส่วนระหว่างคนรวยกับคนจน ที่มีความแตกต่างกันมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมช่องว่างระหว่างชนชั้นให้เต็มด้วยระบบคุณธรรมความดี เพื่อปรับความต่างให้มีค่าเชิงบวก เพื่อจะได้นำไปสู่พลังแห่งความเคลื่อนไหวที่เหมาะสมโดยธรรม เสริมสร้างดุลยภาพโดยธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม เพื่อความไม่แตกต่างในคุณภาพทางจิตวิญญาณตามวิถีพุทธ...

เมื่อพบเห็นภาพหนุ่มสาวหรือนักธุรกิจรุ่นใหม่ รู้จักเดินทางเข้าสู่การปฏิบัติธรรม จึงเป็นนิมิตหมายอันควรแก่ความน่ายินดี และไม่ปฏิเสธเมื่อได้รับการนิมนต์ให้ไปทำหน้าที่บรรยายการสอนธรรมะแด่หนุ่มสาวชาวจีนที่เป็นคนรุ่นใหม่เหล่านั้น ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง จึงได้เกิดธรรมบรรยายประมาณ ๑ ชั่วโมง ๑๐ นาที ณ ห้องปฏิบัติธรรม (ฌาน) แห่งวัดเส้าหลิน ท่ามกลางความสนใจของผู้เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก ที่แม้ว่าส่วนใหญ่จะห่างไกลการสั่งสอนตามแนวพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม... จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการให้ความรู้ระดับปูพื้นฐาน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันก่อนนำสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ตามโครงการอบรมบริหารจิตในแนววิธีของวัดเส้าหลิน ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก โดยเฉพาะพระภิกษุจีนผู้ควบคุมการสอนนั้น เคยเป็นหนึ่งในหลายๆ รูปที่อาตมาเคยสอนวิธีการนั่งและเดินจงกรมกรรมฐานให้... เมื่ออาตมาได้บรรยายพิเศษเพิ่มเติม เกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ เพื่อปฏิบัติในพระพุทธศาสนาตามแนววิถีพุทธ จึงเป็นที่สนใจของคณะผู้เข้าฟังธรรมและบุคคลผู้สนใจ รวมถึงพระภิกษุจีนจำนวนมาก รายละเอียดที่ได้ถอดเทปออกมาแล้ว ดังนี้...

พระพุทธศาสนาสอนอะไร...และทำอย่างไรจึงจะถึงพระพุทธศาสนา?

เมื่อพวกเรามาพร้อมกัน สิ่งที่สำคัญที่เป็นประเพณี เป็นระเบียบการปฏิบัติของพระพุทธศาสนา คือ ต้องสวดมนต์บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ จั๋งเหล่าจะสวดเป็นบาลี ให้ทุกคนพนมมือ และกำหนดจิต ให้จิตอยู่กับเสียงสวด ให้เสียงเข้ามาในจิต ให้เราระลึกตามเสียงบูชา และจิตก็จะมีความเป็นหนึ่ง เป็นสมาธิจะสงบ จิตที่สงบก็จะทำให้จิตตั้งมั่น เกิดกำลังสติความระลึกรู้ขึ้น และเกิดปัญญาขึ้นต่อเนื่อง

แม้เราจะไม่เข้าใจในความหมาย ให้รู้ในความรู้สึกของเราว่า นี่คือการบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ให้จิตน้อมตามไปบูชา จิตเราก็จะมีความสุข เกิดปีติยินดีขึ้น และสงบอย่างน่าอัศจรรย์

ภาษาบาลี เป็นภาษาพื้นฐาน รากฐานดั้งเดิมของพระพุทธศาสนา เป็นภาษาที่เกิดขึ้นในจิต แม้เราจะไม่สามารถพูดภาษาบาลีได้ ถ้าเราปฏิบัติจิตถึงขั้นหนึ่งในพุทธศาสนา ก็จะอุทานเป็นภาษาบาลีขึ้นมา นี่คือ ภาษาธรรมะ มีพระสงฆ์ที่ปฏิบัติ ไม่ได้มีความรู้เรื่องภาษาการเขียนมากมาย แต่ปฏิบัติถึงขั้นหนึ่งของจิต ก็จะเข้าถึงบาลีได้อย่างแจ่มแจ้ง อัศจรรย์ และแปลได้หมด ทั้งที่ไม่เคยเรียนรู้เลย

ต่อไปจะยกบาลีขึ้นเป็นภาษาสวด ซึ่งเป็นภาษาดั้งเดิมในพระศาสนา ขอให้ทุกคนตั้งจิตใจน้อมฟังตามเสียงสวดที่เป็นภาษาพระพุทธศาสนาดั้งเดิม เพื่อประโยชน์กับทุกคนที่นี่ เป็นการสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ เป็นการสรรเสริญพระธรรมคุณ เป็นการสรรเสริญพระสังฆคุณ โดยย่อสรุป...

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ