โครงการทุนหลวง ช่วยอบรมพระวิปัสสนาจารย์1,875รูป

วันที่ 22 เม.ย. 2555 เวลา 07:57 น.
โครงการทุนหลวง ช่วยอบรมพระวิปัสสนาจารย์1,875รูป
โดย...สมาน สุดโต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2547 เพื่อส่งเสริมการศึกกษาทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ ในภาคปฏิบัตินั้นปีนี้โครงการฯ มอบทุนเพื่อสนับสนุนการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ทั่วประเทศมากถึง 1,875 รูป เพื่อส่งไปประจำสำนักปฏิบัติธรรมทั่วประเทศ

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สมศักดิ์ อุปสมเถระ ป.ธ.9 Ph.D) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการเผยแพร่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวในวันปฐมนิเทศพระสังฆาธิการ จากภาค 1 และกรุงเทพมหานคร จำนวน 172 รูป ที่จะเข้าอบรมเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมโมลี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2555 ณ ศาลาอบรมวัดพิชัยญาติการาม ว่าปีนี้จะมีการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ 22 หน่วย ทุกภาคการปกครองสงฆ์ในประเทศไทย โดยจะมีผู้เข้าอบรมรวมทั้งสิ้น 1,875 รูป บางส่วนเช่นคณะสงฆ์ภาค 16 และ 17 เปิดอบรมไปแล้ว ส่วนภาค 1 และ กทม. เปิดวันที่ 16 เม.ย. ภาคอื่นๆ ก็จะเปิดอบรมตามมาโดยลำดับจนครบทุกภาค (18 ภาค) ของการ ปกครองสงฆ์

เติมเต็มที่พระขาด

โครงการอบรมวิปัสสนา เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สนองพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประโยชน์ต่อตัวพระสังฆาธิการโดยตรง เพราะเคยสำรวจพบว่าพระสังฆาธิการ บกพร่องด้านการปฏิบัติหรือการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน โครงการนี้จึงเติมเต็มสิ่งที่พระสังฆาธิการขาดไป

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เล่าเรื่องที่ท่านพิสูจน์อักษรปทานุกรมพระไตรปิฎก ที่กำลังจัดทำ พบพระพุทธพจน์ข้อหนึ่งเปรียบเทียบคนไม่ฝึกอบรมวิปัสสนา ถ้าตายไปก็เสมือนตายเปล่า ดังเช่นช้างศึกที่ไม่ได้ฝึกไม่ว่าอยู่ในปูนใด ไม่ว่าแก่หรือหนุ่ม หากตายไปก็ตายเปล่า เช่นเดียวกับพระสงฆ์ไม่ว่าอยู่ในวัยใด แก่ ชรา หรือหนุ่ม หากไม่ได้อบรมวิปัสสนากรรมฐานเมื่อตายก็ตายเปล่าเช่นกัน

ข้อเปรียบเทียบนี้เพื่อให้ผู้ที่ได้บรรพชาอุปสมบทต้องขบคิดว่า เมื่ออุปสมบทต้องทำกิจที่สำคัญของพระพุทธศาสนา คือ การอบรมวิปัสสนากรรมฐาน ถ้ายังไม่ได้อบรมให้รู้เลยว่า เมื่อวาระสุดท้ายแห่งชีวิตมาถึงจะเป็นการตายเปล่า ไม่มีเกียรติคุณปรากฏ หาประโยชน์ไม่ได้ เหมือนท่อนฟืนที่ถูกทิ้งเป็นเหยื่อของมอดปลวกฉะนั้น

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ซึ่งมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนา เคยเข้าอบรมที่สำนักวิปัสสนาวิเวกอาศรม วัดภัททันตะ บ้านบึง ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2509 ขณะที่เรียนบาลีประโยค 5 ยังเป็นพระหนุ่ม แนะให้พระสังฆาธิการพิจารณาและวิเคราะห์ด้วยดวงจิตเปิดกว้างมองไกล วิสัยทัศน์ลึกว่า ที่บรรพบุรุษหรืออาจารย์สอนมานั้นถูกต้องมากน้อยเพียงใด ที่บอกเช่นนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคารพบรรพบุรุษ แต่ต้องการให้หาความจริง เพราะการอบรมวิปัสสนาตามโครงการนี้ จะทำให้พบความจริง รู้จักคุณค่าของการบวช

สมเด็จบอกหลักการประสบความสำเร็จผู้เข้าอบรมว่าต้องเป็นพระใจสิงห์ เอาจริง กล้าหาญ ใจเด็ด เสียสละ ไม่ยึดติดและกล้าตัดปลิโพธ หากใจไม่กล้า ไม่อาจหาญ ติดลาภสักการะ และงานต่างๆ การปฏิบัติจะไม่ก้าวหน้า

เมื่อทำจริง ผลจากการปฏิบัติจะทำให้เห็นหน้าที่ของวิปัสสนา คือทำให้เกิดปัญญา ช่วยให้ผู้ปฏิบัติรู้ความจริงของสังขาร รูป และนาม

โครงการนี้นอกจากส่งเสริมการปฏิบัติธรรม เป็นการดำเนินการเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แสดงความจงรักภักดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา

ขาด 3 สถาบันไม่ได้

การที่พระสงฆ์ต้องถวายความจงรักภักดี ก็เพราะประเทศนี้มี 3 สถาบันหลัก ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เหมือนขาหยั่ง 3 ขา ต่างค้ำจุนกันและกัน ขาดขาใดไม่ได้ โดยเฉพาะสถาบันกษัตริย์อยู่คู่กับประเทศไทยมานานนับพันปี ปกป้องคุ้มครองเอกราชมายาวนาน อีกทั้งเป็นศูนย์รวมใจของชาวไทยให้เป็นหนึ่งเดียว จึงมีคุณค่ายิ่ง ผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินต้องกตัญญู รู้คุณแผ่นดิน

สำหรับพระพุทธศาสนา ซึ่งมีคุณต่อชนชาวไทย จะเจริญได้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอุปถัมภ์ มิใช่ทรงให้แค่ปัจจัย 4 แต่ทรงให้การคุ้มครอง ปกป้อง เพื่อให้พุทธศาสนาอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนคนไทย พระมหากษัตริย์จึงมีคุณสูงต่อศาสนา ท่านที่เข้าอบรมก็ได้ทุนจากโครงการทุนเล่าเรียนหลวงของพระองค์ท่าน จึงต้องแสดงความจงรักภักดีให้มาก ส่วนการถวายความจงรักภักดีของสงฆ์ไม่มีอะไรดีไปกว่า การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพราะเป็นของสูงในพระพุทธศาสนา ด้วยว่าวิปัสสนากรรมฐานสร้างความบริสุทธิ์ ให้เกิดแก่ผู้ปฏิบัติ เริ่มจากศีลบริสุทธิ์ จิตบริสุทธิ์ และปัญญาบริสุทธิ์ อันจะนำไปสู่ความรู้เท่าทันของสังขารว่าเป็นอนิจจาเป็นทุกข์และธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เมื่อเกิดเบื่อหน่ายในทุกข์ ปัญญาวิสุทธิจะเกิด เมื่อปฏิบัติจนบริสุทธิ์ ก็สามารถถวายเป็นพระราชกุศลได้

สุดท้ายเจ้าประคุณสมเด็จ ฝากถึงอุปัชฌาย์ที่ทำหน้าที่สอนวิปัสสนาเป็นคนแรกให้แก่ผู้บวชว่า ต้องรู้จริง หากสอนผิดเป็นอันตราย เหมือนไม้ไผ่ ตายเมื่อออกขุย หรือออกดอก หรือกล้วยตาย เมื่อออกปลี พวกสอนผิดก็ดี คัดค้านวิปัสสนาก็ดี เหมือนฆ่าตัวตายจากมรรคผลนิพพาน ดังนั้นจึงขอให้ผู้เข้าอบรมปฏิบัติตามที่พระอาจารย์แนะนำ ในไม่ช้าธรรมจะให้ผล

โครงการแม่เหล็ก

น.ต.เกริก ตั้งสง่า กรรมการโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย กล่าวว่า การที่โครงการทุนเล่าเรียนหลวงฯ ส่งเสริมการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน เพราะทราบว่ากิจกรรมนี้เป็นแม่เหล็ก สามารถดึงดูดพุทธศาสนิกชนให้เข้าวัดได้ เมื่อคนเข้าวัดก็เป็นนาทีทองของสงฆ์ที่จะเผยแพร่พระธรรมคำสอน เพื่อสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้กับสังคม เพราะสังคมไทยปัจจุบันเสียหายแตกแยก เหลือแต่สถาบันสงฆ์เท่านั้นที่จะทำให้สังคมไทยเป็นปึกแผ่นเหมือนอย่างเดิม

หวังเห็น B net

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่านโยบายรัฐบาลชัดเจนว่าต้องการให้สังคมไทยเป็นสุข องค์กรที่จะทำเรื่องนี้ได้คือ พระสงฆ์ เพราะเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ

การเข้าอบรมวิปัสสนากรรมฐาน เป็นการพัฒนาศักยภาพของพระสงฆ์ในการสอนให้ประชาชนเข้าใจหลักธรรม และนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง และยังเป็นตัวชี้วัดให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติด้วย

ตอนท้าย นพรัตน์ กล่าวว่า ประเทศไทยจะก้าวสู่ ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 และได้รับยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก พระสงฆ์ไทยในฐานะที่เป็นผู้มีศักยภาพสูงและเป็นผู้นำ จะเป็นตัวชี้สำคัญให้กับสงฆ์ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่อย่าลืมว่าพุทธศาสนามีศาสนาอื่นเป็นคู่แข่งอยู่ด้วย ซึ่ง นพรัตน์ ทราบว่าคู่แข่งสร้าง I net หรือ อิสลามเน็ต เป็นคำสอนทางศาสนาที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด เพื่อสอนศาสนิกของเขา จึงหวังว่าพุทธศาสนาจะมี B net หรือ Buddhism net เช่นกัน

สนองนโยบาย มส.

ก่อนที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์จะกล่าวเปิดปฐมนิเทศนั้น พระราชวิสุทธิเวที (สายชล) เจ้าคณะภาค 1 รายงานถึงโครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ว่าเพื่อสนองพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ต้องการให้พระสงฆ์มีโอกาสศึกษาพระพุทธธรรมชั้นสูง ค้นคว้าและทำความเข้าใจอย่างแตกฉาน สามารถเข้าถึงแก่นแท้ด้วยตนเอง และสอนประชาชนโดยไม่ผิดเพี้ยน เท่ากับช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สนองนโยบายมหาเถรสมาคม และถวายเป็นพุทธบูชา ในโอกาสฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ โดยผู้เข้าอบรมเป็นพระสังฆาธิการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ จาก กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี และผู้แทนสำนักปฏิบัติธรรม 172 รูป ใช้เวลาอบรมทั้งสิ้น 45 วัน สิ้นสุด 30 พ.ค. 2555

ขออนุโมทนา โครงการดีๆ มีคุณค่าต่อพระพุทธศาสนาและประชาชนคนไทย