ลูกแบบไหน(ดี)

วันที่ 14 ส.ค. 2554 เวลา 08:12 น.
แม้วันแม่จะผ่านไป แต่กลิ่นอายวันสำคัญนี้ผมว่ายังอยู่

โดย..อ.ตุ้ย วรธรรม 

จึงขอนำเรื่องลูกยอดแย่กับลูกยอดเยี่ยมมาฝากเป็นแง่คิดและเป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคนที่อยู่ในฐานะลูกที่จะพึงปฏิบัติต่อพ่อแม่อย่างถูกต้องเหมาะควร

ท่านที่เป็นชาวพุทธคงจะพอได้ยินชื่อ “พระมหาโมคคัลลานะ” อยู่บ้าง ท่านเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้าโคดมองค์ปัจจุบัน และสหายของท่านคือพระสารีบุตรเป็นอัครสาวกเบื้องขวา

แต่ว่าอดีตชาติของท่านนั้นไม่หอมหวานเลย ก่อนที่จะมาเกิดเป็นสาวกของพระพุทธเจ้านั้น ท่านเป็นชายหนุ่มที่เชื่อคำยุแหย่ของภรรยาจะฆ่าพ่อแม่ของตน ซึ่งตาบอดทั้งสองข้างให้ตาย

โดยการลวงไปจนถึงกลางป่าแล้วทำทีทำเสียงเป็นพวกโจรจะมาปล้นฆ่า

พ่อแม่จึงร้องบอกว่า ลูกเอ๋ยพ่อแม่แก่เฒ่าแล้ว ถึงจะถูกโจรฆ่าตายก็ยอมตาย ขอให้ลูกเอาตัวรอดปลอดภัย พ่อแม่ก็เป็นสุขใจแล้ว

“ขอลูกจงรีบหนีไปให้ไกล เดี๋ยวพวกโจรมันจะฆ่าเจ้าให้ตาย ไม่ต้องห่วงแม่พ่อรีบไปเสีย”

ทันทีที่เขาพอได้ยินพ่อแม่พูดขึ้นด้วยวาจาอ่อนหวานอันเปล่งออกมาจากดวงใจอันแสนบริสุทธิ์เช่นนั้น จึงเกิดความสำนึกในความผิดของตัวเองได้ แต่ก็เสียใจในบาปกรรมที่ตนได้ลงมือทำร้ายด้วยการทุบตีท่านไปแล้ว

ผลจากกรรมนั้นทำให้พระมหาโมคคัลลานะต้องตกนรกหลายชาติจนมาเกิดเป็นคน ก็ถูกเขาฆ่าตายหลายชาติ จนชาติสุดท้ายคือชาติได้มาเกิดเป็นพระอรหันต์ เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้าแล้วก็ยังถูกผลกรรมนั้นตามสนอง

คือถูกโจร 500 ทุบตี จนปรินิพพาน

อีกเรื่อง เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกับแม่ของตนจนแม่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่แม่หวังดี แต่กลับมองข้ามและทำลายความรักความหวังดีจากแม่

ชายคนนี้ชื่อมีชื่อว่า “มิตตวินทุกะ” ต้นตระกูลเป็นเศรษฐีมีทรัพย์

หนุ่มคนนี้ต้องการที่จะไปทำการค้าขายทางเรือ แต่แม่พยายามห้ามไว้เพราะกลัวจะได้รับอันตรายกลางทะเล เขากลับไม่ฟังเสียงห้ามและคำอ้อนวอนของแม่ แม่จับแข้งจับขาไว้ก็สลัดเสียแรงจนแม่กระเด็นกระดอนได้รับบาดเจ็บ

สุดท้ายก็ได้ไปสมใจ....

แต่ปรากฏว่าพอไปถึงกลางทะเล เรือของเขาได้เกิดอับปางลงในมหาสมุทร เขาได้อาศัยไม้กระดานว่ายไปสู่เกาะแห่งหนึ่ง แล้วไปเห็นการลงโทษเปรตตนหนึ่งที่ทำบาปด้วยการทำร้ายบิดามารดาโดยมีจักรอันคมหมุนศีรษะของเปรตนั้น

แต่เขากลับมองเห็นกงจักรนั้นเป็นดอกบัว

ทราบว่าเกาะที่เขาแหวกว่ายไปถึงนั้นไม่ใช่เกาะธรรมดาทั่วไป แต่เป็นแดนของเปรต แต่เขาเมองเห็นเป็นเกาะ ปรากฏว่าต่อมาเขาได้ไปรับผลกรรมถูกจักรบั่นหัวต่อจากเปรตตนนั้นที่หมดกรรมในวันนั้น

นี่ก็เป็นตัวอย่างไม่ดีของลูกที่ไม่ดี

ส่วนเรื่องสุดท้ายนี้ เป็นเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่ง เป็นลูกของเศรษฐีเหมือนกัน วันหนึ่งได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า แล้วเกิดศรัทธาอยากบวช จึงไปลาบิดามารดาบวช ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย เจริญวิปัสสนากรรมฐาน

ส่วนบิดามารดาของท่าน จำเดิมแต่เวลาที่ลูกชายบวชไปแล้ว ทรัพย์สมบัติก็ร่อยหรอลงตามลำดับ จนถึงขนาดต้องออกเร่ร่อนขอทาน เป็นที่น่าสงสารแก่ผู้พบเห็นอย่างยิ่ง

ต่อมาพระลูกชายบวชได้ 12 พรรษาได้ข่าวข่าวว่า มารดาบิดายากจนมากจนต้องไปขอทาน จึงคิดที่จะลาสิกขาไปทำการเลี้ยงท่านทั้งสอง ท่านจึงไปทูลลาสิกขากับพระพุทธเจ้าแล้วพระองค์ก็มีพุทธดำรัสว่า

เป็นพระก็สามารถเลี้ยงบิดามารดาได้

กล่าวคือได้สังฆทาน ได้ผ้านุ่งผ้าห่มมา ก็นำมาให้แก่มารดาบิดา แต่ท่านก็มีความกังวลปรนนิบัติบำรุงมารดาบิดาจนตัวเองซูบผอม มีผิวพรรณหม่นหมอง

และเมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบก็ได้เสด็จมาตรัสสาธุการถึงความกตัญญูของท่านถึง 3 ครั้งว่า เธอได้ตั้งอยู่ในหนทางที่เราดำเนินมาแล้ว

อยากเป็นลูกยอดแย่ หรือลูกยอดเยี่ยม ก็ขึ้นกับปัญญาของลูกแต่ละคนครับ