posttoday
อ่านเกมม็อบกำนันมโน จากราคาน้ำมันสู่แรงกดดันหน้าทำเนียบ

อ่านเกมม็อบกำนันมโน จากราคาน้ำมันสู่แรงกดดันหน้าทำเนียบ

03 พฤศจิกายน 2569

นปผ.นัดรถบรรทุกถึงทำเนียบ 5 พ.ย. ชูปัญหาน้ำมันแพง ใช้เส้นทาง 5 จุดเชื่อมมวลชน ขณะที่อดีตผู้บริหารหน่วยงานความมั่นคงประเมิน “จุดติด แต่ไม่ลุกลาม”

KEY

POINTS

  • นปผ.ตั้งเป้าคาราวานรถบรรทุก 1,000 คัน โดยระบุว่ามีผู้ลงชื่อแล้ว 500 คัน เตรียมปักหลักประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569
  • เส้นทาง 5 จุดเชื่อมพื้นที่เคลื่อนไหวเดิมกับศูนย์กลางอำนาจ สะท้อนความพยายามขยายข้อเรียกร้องเรื่องปากท้องให้เป็นแรงกดดันทางการเมือง
  • อดีตผู้บริหารหน่วยงานความมั่นคงประเมินว่าการชุมนุมมีโอกาส “จุดติด แต่ไม่ลุกลาม” พร้อมเตือนแรงกดดันจากภัยแล้ง ราคาพืชผล และหนี้ครัวเรือน

การนัดหมายคาราวานรถบรรทุกเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ของกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) ภายใต้การนำของกำนันมโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เป็นความเคลื่อนไหวที่นำปัญหาราคาน้ำมันและค่าครองชีพมาเป็นข้อเรียกร้องตรงต่อรัฐบาล โดยตั้งเป้ารถบรรทุกเข้าร่วม 1,000 คัน และระบุว่ามีผู้ลงชื่อแล้ว 500 คันในช่วงเปิดขบวน

 

ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเป้าหมายและยอดลงชื่อ ไม่ใช่จำนวนผู้เข้าร่วมจริง แต่ในเชิงการเมือง การนำผู้ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนขนส่งมารวมตัวกัน ทำให้รัฐบาลต้องเผชิญคำถามว่า มาตรการพลังงานที่ดำเนินอยู่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนได้เพียงใด ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ไม่กังวล” ต่อการเคลื่อนไหวครั้งนี้

 

น้ำหนักของขบวนไม่ได้อยู่ที่จำนวนรถเพียงอย่างเดียว เส้นทางผ่าน 5 จุดยังมีความหมายต่อการรวบรวมมวลชน เริ่มจากสี่แยกควนหนองหงษ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของชาวสวนยางและปาล์มน้ำมัน ก่อนผ่านศูนย์โคออฟ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ฐานมวลชน กปปส.ในอดีต

จากนั้นขบวนจะผ่านเขาพาง จังหวัดชุมพร เพื่อพักค้างแรมและปราศรัยย่อย ไปยังสวนสาธารณะเพชรบุรี ซึ่งเป็นจุดนัดพบมวลชนภาคกลาง ก่อนสิ้นสุดที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล หากพิจารณาจากบทบาทของแต่ละพื้นที่ เส้นทางนี้จึงทำหน้าที่ทั้งจัดการเดินทางและเชื่อมความทรงจำการเคลื่อนไหวเดิมเข้ากับข้อเรียกร้องปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การใช้พื้นที่เดิมไม่ได้ยืนยันว่าเครือข่ายในอดีตทั้งหมดเข้าร่วมด้วย

 

อีกด้านหนึ่ง แกนนำพยายามวางสถานะของกลุ่มให้ยึดโยงกับปากท้อง พร้อมยืนยันจุดยืนปกป้องสถาบันและไม่มีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง การวางจุดยืนเช่นนี้อาจช่วยให้ข้อเรียกร้องเข้าถึงผู้ที่มีความเดือดร้อนร่วมกัน แม้มีความคิดทางการเมืองต่างกัน แต่คำอธิบายว่าเป็น “ม็อบออร์แกนิค” ยังเป็นสถานะที่กลุ่มประกาศ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ความเป็นอิสระจากทุกเครือข่าย

 

ด้านทรัพยากร กลุ่มเปิดบัญชีรับบริจาคและมียอด 800,000 บาทในสามวันแรก รวมถึงได้รับเงินส่วนตัวจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล 100,000 บาทเพื่อเป็นค่าน้ำมันรถบรรทุก ข้อมูลนี้สะท้อนการได้รับแรงสนับสนุน แต่ยังไม่เพียงพอจะสรุปโครงสร้างเงินทุนทั้งหมด เช่นเดียวกับภาพแกนนำหน้าใหม่ที่ถูกมองว่าเป็นจุดแข็งด้านความเชื่อมั่น ซึ่งยังต้องแยกจากข้อเท็จจริงเรื่องขนาดและความต่อเนื่องของมวลชน

 

แกนกลางของข้อเรียกร้องอยู่ที่คำวิจารณ์มาตรการน้ำมัน โดยฝ่ายเคลื่อนไหวมองว่าการสนับสนุน B20 และ E20 ไม่ตรงกับผู้ใช้ B7 และแก๊สโซฮอล์ 95/91 พร้อมตั้งข้อสังเกตเรื่องความเหมาะสมกับรถรุ่นเก่าและการเข้าถึงหัวจ่าย นอกจากนี้ ยังวิจารณ์การลดภาษีสรรพสามิตระยะสั้นสามเดือนว่าไม่แก้โครงสร้างราคา ประเด็นเหล่านี้เป็นข้อโต้แย้งของฝ่ายเคลื่อนไหว ซึ่งต้นฉบับไม่ได้ให้รายละเอียดคำชี้แจงของรัฐบาลมาประกอบ

 

ส่วนบทประเมินสถานการณ์ “จุดติด แต่ไม่ลุกลาม” มาจากอดีตผู้บริหารหน่วยงานความมั่นคงที่ให้น้ำหนักกับกลไกดูแลราคาพลังงาน ข้อจำกัดในการระดมมวลชนของสหภาพแรงงาน และเศรษฐกิจนอกระบบกับครอบครัวที่ช่วยรองรับความเดือดร้อน จึงควรอ่านไว้เป็นมุมประเมิน ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าการชุมนุมจะไม่ขยายตัว

 

บททดสอบวันที่ 5 พฤศจิกายนจึงอยู่ที่จำนวนผู้มาร่วมจริงและการส่งข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล ขณะที่คำเตือนเรื่องภัยแล้ง ราคาพืชผลตกต่ำ และหนี้ครัวเรือน สะท้อนว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แม้การชุมนุมจะไม่พัฒนาไปสู่ความรุนแรงตามมุมประเมินดังกล่าวก็ตาม

 

 

 

ข่าวล่าสุด

AirAsia ตั้ง WAVE ตัวแทนจัดหาคาร์บอนเครดิต รับเกณฑ์ CORSIA การบินโลก

AirAsia ตั้ง WAVE ตัวแทนจัดหาคาร์บอนเครดิต รับเกณฑ์ CORSIA การบินโลก