posttoday
สุรนันทน์ชี้รัฐบาลเสียงเกิน 300 ยังติดโจทย์จัดโควตาและความเชื่อมั่น

สุรนันทน์ชี้รัฐบาลเสียงเกิน 300 ยังติดโจทย์จัดโควตาและความเชื่อมั่น

24 ตุลาคม 2569

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ วิเคราะห์ว่า การดึงพรรคกล้าธรรมเพิ่มเสียงรัฐบาลอาจช่วยรับศึกซักฟอก แต่การจัดเก้าอี้ ครม. และการชี้แจงข้อกล่าวหายังเป็นบททดสอบสำคัญ

KEY

POINTS

  • การดึงพรรคกล้าธรรม 58 เสียงอาจทำให้รัฐบาลมีเสียงเกิน 300 แต่เพิ่มแรงกดดันเรื่องการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี
  • ภูมิใจไทยและเพื่อไทยต้องรักษาสมดุลโควตา ขณะที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะไม่ลดตำแหน่งฝ่ายเดียว
  • ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทดสอบทั้งเอกภาพเสียงรัฐบาลและความน่าเชื่อถือในการชี้แจงข้อกล่าวหา

 

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี วิเคราะห์ว่า การพบกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นสัญญาณการขยับดุลอำนาจในรัฐบาล หากพรรคกล้าธรรมซึ่งมี 58 เสียงเข้าร่วม ฐานเสียงรัฐบาลที่เดิมอยู่ราว 290 เสียงก็อาจเพิ่มขึ้นจนเกิน 300 เสียง ช่วยให้รัฐบาลมีหลักประกันมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญเกมในสภา

แต่จำนวนเสียงที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมโจทย์จัดสรรอำนาจ นายสุรนันทน์  ประเมินว่า กลุ่มใหม่อาจต้องการตำแหน่งรัฐมนตรีราว 5 ตำแหน่ง ขณะที่ ครม. มี 36 ตำแหน่ง ใช้ไปแล้ว 35 และเหลือเก้าอี้ว่างเพียง 1 ตำแหน่ง พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจึงอาจต้องแบ่งโควตาเดิม เพื่อรักษาทั้งความพอใจของพรรคร่วมและความสมดุลภายในพรรค

อีกประเด็นคือการจัดวางรัฐมนตรีสายเทคโนแครตกับนักการเมืองที่มีฐานเสียงในสภา แม้รัฐมนตรีคนนอกอาจมีความสามารถด้านบริหาร แต่การไม่มี สส. สนับสนุนทำให้ตำแหน่งของคนกลุ่มนี้เผชิญแรงกดดัน นายอนุทินส่งสัญญาณปกป้อง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ โดยระบุว่าหากพ้นจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีก็พร้อมพ้นจากตำแหน่งด้วย ส่วนเกณฑ์ประเมินรัฐมนตรีอาจพิจารณาจากผลอภิปรายไม่ไว้วางใจ คะแนนโหวต และข้อกล่าวหาที่กระทบต่อสาธารณะ

 

 

สำหรับผู้ที่อาจต้องหลีกทาง นายสุรนันทน์ ประเมินว่า พรรคภูมิใจไทยอาจใช้ตำแหน่งประธานกรรมการรัฐวิสาหกิจเป็นทางลง เพื่อลดแรงกระเทือนภายในพรรค ขณะที่พรรคเพื่อไทยซึ่งมี 74 เสียงและมีเก้าอี้รัฐมนตรีราว 7 ตำแหน่ง ยืนยันว่าจะไม่ลดโควตาฝ่ายเดียว หากปรับลดก็ต้องลดในสัดส่วนเท่ากันทุกพรรคร่วม

 

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

 

เพื่อไทยยังต้องการอยู่ในรัฐบาล เพื่อให้บุคลากรได้แสดงผลงานและฟื้นความนิยม การรักษาเสียงโหวตให้เป็นเอกภาพจึงเป็นเครื่องมือต่อรองสำคัญ ก่อนฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน ซึ่งประเมินว่า การจัดสรรเวลาอาจลงเอยที่ 4 วัน รวมวันลงมติเป็นสูตร 4+1 วัน และมีเวลาอภิปรายราว 60 ชั่วโมง

 

อนุทิน ชาญวีรกูล

 

ประเด็นที่ฝ่ายค้านเตรียมหยิบยกประกอบด้วยข้อกล่าวหาเรื่องเส้นทางเงินเครือข่ายเว็บพนันที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีสแกมเมอร์ข้ามชาติที่พาดพิงถึง ร.อ.ธรรมนัส และข้อกล่าวหาเรื่องฮั้วเลือก สว. ทั้งหมดเป็นประเด็นที่ต้องผ่านการตรวจสอบและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง การอภิปรายจึงไม่ได้วัดเพียงว่ารัฐบาลจะรักษาเสียงได้หรือไม่ แต่ยังทดสอบว่ารัฐบาลตอบคำถามต่อสังคมได้หนักแน่นเพียงใด

 

ส่วนคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และตระกูลชินวัตร ทั้งคดีมาตรา 112 คดีภาษี และคดีโครงการจำนำข้าว เป็นแรงกดดันทางการเมืองนอกสภา และแยกจากการต่อรองโควตาของพรรคเพื่อไทย

 

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

นายสุรนันทน์ประเมินว่า การเพิ่มเสียงอาจช่วยให้รัฐบาลตั้งรับในสภาได้มั่นคงขึ้น แต่โจทย์ถัดไปคือจัดสรรตำแหน่งโดยไม่ทำให้พรรคร่วมขัดแย้ง และชี้แจงข้อกล่าวหาให้สังคมเชื่อถือ เพราะเสถียรภาพจากตัวเลขเสียงกับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลยังเป็นคนละเรื่องกัน

ข่าวล่าสุด

บางขุนเทียน–ภาษีเจริญ–บึงกุ่ม ฝุ่นเกินเกณฑ์กระทบสุขภาพ

บางขุนเทียน–ภาษีเจริญ–บึงกุ่ม ฝุ่นเกินเกณฑ์กระทบสุขภาพ