posttoday
ผ่าปมน้ำท่วมกรุงตะวันออก ปลอดประสพ–คมสันเสนอแก้ทางระบายน้ำเพิ่มแก้มลิง

ผ่าปมน้ำท่วมกรุงตะวันออก ปลอดประสพ–คมสันเสนอแก้ทางระบายน้ำเพิ่มแก้มลิง

06 ตุลาคม 2569

ปลอดประสพเสนอวางทางระบายน้ำออกนอกเมือง คมสันชี้ต้องใช้เส้นทางพระโขนงแก้วิกฤตเฉพาะหน้า พร้อมเพิ่มพื้นที่รับน้ำและจัดการทั้งระบบ

KEY

POINTS

  • ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเกิดจากฝนตกสะสมในพื้นที่ลุ่มต่ำลักษณะแอ่งกระทะ ประกอบกับสิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางระบายน้ำ
  • ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี และ รศ.ดร.คมสัน มาลีสี เสนอแนวทางแก้ปัญหาตรงกันคือต้องปรับปรุงระบบระบายน้ำและเพิ่มพื้นที่รับน้ำ (แก้มลิง)
  • ทั้งสองมีความเห็นต่างในแนวทางปฏิบัติ โดยปลอดประสพเน้นการสร้างทางระบายน้ำใหม่เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ส่วนคมสันเน้นใช้ระบบที่มีอยู่เพื่อเร่งระบายน้ำแก้ปัญหาวิกฤตเฉพาะหน้า


วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะลาดกระบัง หนองจอก และมีนบุรี สะท้อนปัญหาฝนสะสมในพื้นที่ลุ่มต่ำ ประกอบกับทางน้ำที่ถูกกีดขวางและระบบระบายที่ไม่สามารถนำน้ำออกได้ทัน ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ต่างชี้ว่าต้องแก้ปัญหาการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ แต่เสนอแนวทางต่างกันตามกรอบเวลา

 

"ปลอดประสพ"มองไปที่การปรับโครงสร้างระบายน้ำและผันน้ำออกนอกเมือง ส่วน"คมสัน"ให้น้ำหนักกับการเร่งลดน้ำขังผ่านเส้นทางที่ใช้งานได้ในปัจจุบัน ความแตกต่างนี้เห็นชัดจากข้อเสนอเกี่ยวกับสถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งฝ่ายหนึ่งวิจารณ์การนำน้ำย้อนเข้าเมือง ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่ายังจำเป็นต่อการบรรเทาวิกฤตเฉพาะหน้า

 

พื้นที่ลุ่มต่ำกับเมืองที่ปิดกั้นทางน้ำ

 

"ปลอดประสพ" อธิบายว่า กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมีลักษณะเป็น “แอ่งกระทะ 3 ชั้น” ทั้งจากการเป็นพื้นที่ทะเลเก่า การทรุดตัวที่เขาเชื่อมโยงกับการขุดลอกสันดอนปากแม่น้ำ และการสูบน้ำบาดาลในภาคอุตสาหกรรมในอดีต ทำให้พื้นที่ยิ่งต่ำลงและกลายเป็นแอ่งรับน้ำ

 

เมื่อประกอบกับถนนและหมู่บ้านจัดสรรที่สร้างคันกั้นน้ำแบ่งพื้นที่เป็นบล็อก น้ำฝนจึงถูกกักอยู่ภายในและระบายตามแรงโน้มถ่วงได้ยาก ปัญหาจึงเกี่ยวข้องทั้งกับภูมิประเทศและรูปแบบการพัฒนาเมือง

 

 ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี

 

"คมสัน"สะท้อนปัญหาเดียวกันจากสภาพพื้นที่จริง โดยระบุว่าน้ำท่วมบางจุดในลาดกระบังสูงกว่าปี 2554 และสูงเกินเข่า พื้นที่สถาบันได้รับผลกระทบหนัก นักศึกษาตามหอพักเดินทางออกไม่ได้ จนต้องจัดอาหารและใช้รถแทรกเตอร์นำไปแจกจ่าย

 

เขามองว่าน้ำท่วมครั้งนี้ต่างจากปี 2554 ซึ่งมีน้ำเหนือบ่าลงมา โดยครั้งนี้เป็นฝนที่ตกสะสมและแช่ขังอยู่ในพื้นที่ เมื่อคลองแสนแสบรับน้ำเกินความจุ น้ำจึงล้นเข้าสู่พื้นที่ลุ่มแถบลาดกระบัง ร่มเกล้า และชุมทองจันทร์ ขณะที่น้ำขังเพียง 3–5 วันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็น

 

มุมมองของทั้งสองจึงเชื่อมกันที่ข้อจำกัดของพื้นที่ ปลอดประสพอธิบายว่าทำไมเมืองจึงกักน้ำ ส่วนคมสันชี้ให้เห็นผลกระทบเมื่อน้ำถูกกักไว้และไม่มีการไหลเวียน

 

เครื่องสูบต้องสัมพันธ์กับเส้นทางระบาย

 

ทั้งสองเห็นตรงกันว่า การติดตั้งเครื่องมือเพิ่มต้องคำนึงถึงจุดรับน้ำและทางออกของน้ำด้วย โดยต่างตั้งข้อสังเกตต่อการใช้เครื่องสูบซิ่งสูบน้ำลงทุ่งที่ไม่มีทางระบาย หากพื้นที่รับน้ำเต็ม น้ำอาจเอ่อล้นย้อนกลับมาท่วมจุดเดิม

 

"ปลอดประสพ" แยกบทบาทของเครื่องดันน้ำกับเครื่องสูบน้ำ โดยอธิบายว่า เครื่องดันน้ำเหมาะกับการช่วยให้น้ำผ่านจุดคอคอด ทางโค้ง หรือบริเวณที่มีตอม่อสะพานขวาง แต่การยกน้ำจากพื้นที่ต่ำขึ้นสู่พื้นที่สูงต้องใช้เครื่องสูบน้ำ

 


"คมสัน" เน้นข้อจำกัดของพื้นที่ราบจากลาดกระบังถึงชายทะเล ซึ่งมีความต่างระดับน้อย จึงเสนอให้ใช้เครื่องสูบน้ำยกส่งเป็นช่วง พร้อมสะท้อนปัญหาคลองย่อยแถบร่มเกล้าที่ยังมีน้ำนิ่ง ไม่ไหลลงคลองประเวศบุรีรมย์ และเครื่องสูบน้ำชายทะเลบางแห่งที่ชำรุด

 


ประเด็นร่วมคือ การระบายน้ำต้องต่อเนื่องตั้งแต่ชุมชน คลองย่อย คลองหลัก จนถึงปลายทาง หากช่วงใดติดขัด การสูบน้ำเฉพาะจุดก็อาจไม่ช่วยลดน้ำขังได้ตามเป้าหมาย

 

พระโขนง: ข้อจำกัดระยะยาวกับความจำเป็นเฉพาะหน้า

 

"ปลอดประสพ" วิจารณ์การดึงน้ำจากฝั่งตะวันออกผ่านคลองประเวศฯ ไปสูบออกที่พระโขนง โดยเห็นว่าไม่ควรนำน้ำจากพื้นที่ภายนอกย้อนเข้าหาเมือง เขาจึงเสนอให้วางระบบระบายใหม่ ส่งน้ำออกทะเลโดยตรงหรือผันไปทางแม่น้ำบางปะกง

"คมสัน" กลับเห็นว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันต้องเร่งส่งน้ำจากคลองย่อยเข้าสู่คลองประเวศฯ และต่อไปยังสถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งเขาระบุว่ามีกำลังสูบถึง 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา แม้จะเป็นการส่งน้ำย้อนเข้าเมือง แต่เป็นทางออกเฉพาะหน้าที่เขาเห็นว่าช่วยลดน้ำขังได้รวดเร็ว


เขายังเสนอให้เร่งดึงน้ำจากปลายท่อระบายน้ำบนถนนลงคลองประเวศฯ เมื่อระดับน้ำในคลองเริ่มลด เพื่อกู้ถนนและฟื้นการเดินทาง


ข้อเสนอทั้งสองจึงตอบโจทย์คนละระยะ "ปลอดประสพ"ต้องการเปลี่ยนเส้นทางระบายในอนาคต ส่วน"คมสัน" ต้องการใช้ระบบที่มีอยู่เพื่อช่วยประชาชนระหว่างที่ทางเลือกใหม่ยังไม่พร้อม


อย่างไรก็ตาม "คมสัน"เตือนว่าการผันน้ำไปบางปะกงมีข้อจำกัด หากระดับน้ำภายนอกสูงกว่า การระบายอาจทำได้ยาก และหากแม่น้ำล้น น้ำอาจย้อนเข้าคลองประเวศฯ เพิ่มภาระให้กรุงเทพฯ ตะวันออก

 

แก้มลิงต้องมีทั้งพื้นที่และระบบควบคุมน้ำ

 

"ปลอดประสพ" เสนอให้เพิ่มพื้นที่รับน้ำผ่านการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่เอกชนที่ยอมใช้ที่ดินเป็นแก้มลิง รวมถึงให้รัฐบาลเช่าที่ดินในจุดท่วมซ้ำซาก เพื่อจัดเป็นพื้นที่รับน้ำอย่างเป็นทางการ

 

ส่วน"คมสัน" เน้นว่า แก้มลิงต้องมีระบบน้ำเข้าและน้ำออก รู้ความจุที่แน่นอน และสามารถสูบน้ำออกเมื่อเต็ม การหาพื้นที่กักเก็บเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอ

 

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี

 

สองมุมมองนี้สนับสนุนกัน โดยข้อเสนอของปลอดประสพช่วยเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ ขณะที่คมสันชี้เงื่อนไขให้พื้นที่เหล่านั้นใช้งานได้จริงและไม่กลายเป็นจุดน้ำขังเพิ่มเติม


"ปลอดประสพ" ยังเสนอให้หมู่บ้านจัดสรรฝั่งตะวันออกร่วมกันทำร่องระบายน้ำหรือฟลัดเวย์เชื่อมระหว่างชุมชน เพื่อส่งน้ำเข้าสู่คลองหลัก เป็นการแก้ปัญหาพื้นที่ที่ถูกแบ่งด้วยคันกั้นน้ำและสิ่งก่อสร้าง


บริหารร่วมกันเพื่อรับความเสี่ยงรอบถัดไป

 

"ปลอดประสพ" เสนอให้มีผู้ตัดสินใจหลัก ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน และอธิบายเหตุผลทางวิชาการแก่ประชาชน พร้อมวิจารณ์การเตรียมรับภัยแล้งที่ทำให้การรับมือฝนหนักถูกละเลย รวมถึงการรักษาระดับน้ำในคลองเพื่อเดินเรือโดยไม่เผื่อพื้นที่รองรับฝน


"คมสัน" เตือนถึงความเสี่ยงช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคม หากฝนหนักเกิดซ้ำพร้อมน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน กรุงเทพฯ อาจเผชิญวิกฤตเพิ่มทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก


เมื่อเปรียบเทียบสองมุมมอง แนวทางแก้ปัญหาจึงต้องเดินควบคู่กัน ทั้งเร่งเปิดทางน้ำและสูบส่งผ่านระบบปัจจุบันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมวางทางระบายเพิ่มเติม เพิ่มพื้นที่รับน้ำ และเชื่อมการทำงานระหว่างหน่วยงานกับชุมชน เพื่อให้การจัดการน้ำสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง.

 

ที่มา: รายการคมชัดลึก

ข่าวล่าสุด

นักเรียนฝรั่งเศสประท้วงเดือด เด็ก 15 ปีมือขาดจากระเบิดตำรวจ

นักเรียนฝรั่งเศสประท้วงเดือด เด็ก 15 ปีมือขาดจากระเบิดตำรวจ