posttoday

จับตา ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’ เปิดโต๊ะปากีสถาน ฝ่าทางตัน 25 ข้อเสนอหยุดชนวนสงคราม

11 เมษายน 2569

สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดฉากเจรจาประวัติศาสตร์ที่ปากีสถาน เร่งถกข้อเสนอ 25 ข้อหวังดับไฟสงครามตะวันออกกลาง ท่ามกลางแรงกดดันจากอิสราเอลและเส้นตายที่ขยายออกไป 1 เดือน

KEY

POINTS

  • โครงสร้างการเจรจา: ปากีสถานทำหน้าที่ตัวกลางเชื่อมระหว่างทีมระดับสูง (JD Vance vs Ghalibaf) โดยเน้นประเด็นความมั่นคง นิวเคลียร์ และช่องแคบฮอร์มุซ
  • อุปสรรคสำคัญ: ประเด็นในเลบานอนและการปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์เป็น "จุดแตกหัก" เนื่องจากอิสราเอลไม่ยอมรับเงื่อนไขหยุดยิง และยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหาร
  • ทิศทางอนาคต: มีการเตรียมเจรจาเป็นรอบต่อเนื่อง 1 เดือน เพื่อหาจุดลงนามในข้อตกลงบางส่วน ท่ามกลางคำขู่ใช้กำลังทางทหารจากทรัมป์หากไม่เห็นความคืบหน้าเรื่องนิวเคลียร์

เปิดหน้าตักเจรจา: ทีมเวิร์กชุดใหญ่ฝ่ากำแพงความขัดแย้ง

การเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ณ ประเทศปากีสถาน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในรอบหลายทศวรรษ โดยฝั่งอิหร่านส่งคณะผู้แทนระดับสูงนำโดยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภา และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ รวมถึงแกนนำกองกำลัง IRGC และผู้ว่าการธนาคารกลาง สะท้อนถึงความตั้งใจที่ครอบคลุมทั้งมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม อิหร่านย้ำชัดว่า "เงื่อนไขล่วงหน้า" (Preconditions) ต้องได้รับการตอบสนองก่อนการเจรจาเต็มรูปแบบจะเริ่มขึ้น

ขณะที่ฟากสหรัฐฯ นำโดยนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นการเยือนปากีสถานของผู้นำระดับสูงสหรัฐฯ ในรอบ 15 ปี พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษาใกล้ชิดประธานาธิบดีอย่าง สตีฟ วิทคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ โดยนายแวนซ์ส่งสัญญาณเชิงรุกว่าสถานการณ์ปัจจุบันบีบให้อิหร่านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเจรจา ทั้งนี้ ปากีสถานในฐานะเจ้าภาพได้ทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" (Mediator) อย่างเต็มตัว โดยจัดรูปแบบการเจรจาที่ทั้งสองฝ่ายไม่เผชิญหน้ากันโดยตรง แต่สื่อสารผ่านทีมเจรจาของปากีสถานที่มีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศเป็นแกนกลาง

ปมขัดแย้ง 25 ข้อ: นิวเคลียร์-ฮอร์มุซ-เลบานอน

หัวใจสำคัญของการพบกันครั้งนี้คือข้อเสนอ 15 ข้อจากสหรัฐฯ และ 10 ข้อจากอิหร่าน ที่เคยส่งผ่านสถานทูตในอินเดีย ประเด็นวิกฤตอยู่ที่ความมั่นคงทางพลังงานและการทหาร โดยเฉพาะการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การควบคุมโครงการนิวเคลียร์และปริมาณยูเรเนียม รวมถึงการถอนกำลังออกจากสมรภูมิต่างๆ ในทางกลับกัน อิหร่านเรียกร้องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจาก UN และการชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่ตกลงกันได้ยากที่สุดในเชิงนโยบายการเงิน

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง วิเคราะห์ว่าการเจรจาครั้งนี้มีความ "ซับซ้อน-เปราะบาง-ลื่นไหล" เนื่องจากมีตัวแปรที่ไม่คงที่ โดยเฉพาะท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังคงขู่พร้อม "บรรจุกระสุน" โจมตีหากเจรจาล้มเหลว ขณะที่ความล่าช้าในการหาจุดสมดุลเรื่องการคืนทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัด กลายเป็นกำแพงสูงที่ขวางกั้นข้อตกลงที่จับต้องได้ในระยะสั้น

ตัวแปรอิสราเอลและผลกระทบเศรษฐกิจโลก

อุปสรรคใหญ่ที่อาจทำให้โต๊ะเจรจา "ล่ม" คือบทบาทของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่ยืนยันเดินหน้าปฏิบัติการในเลบานอนต่อไปโดยไม่สนข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ท่าทีดังกล่าวขัดแย้งโดยตรงกับเงื่อนไขของอิหร่านที่ระบุว่าการหยุดยิงต้องรวมถึงเลบานอนด้วย หากสถานการณ์ในเบรุตยังไม่สงบ ความเสี่ยงที่การเจรจาที่ปากีสถานจะล้มเหลวย่อมมีสูง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพราคาพลังงานโลกและเส้นทางการค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ในเชิงนโยบาย คณะทำงานทุกฝ่ายเตรียมขยายเวลาเจรจาออกไปให้ครบ 1 เดือน เพื่อลงรายละเอียดรายหัวข้ออย่างรอบคอบ แนวโน้มในอนาคตบ่งชี้ว่าหากสามารถหา "ข้อตกลงระยะสั้น" บางประการได้ เช่น การผ่อนปรนการคว่ำบาตรบางส่วนแลกกับการจำกัดวงนิวเคลียร์ อาจช่วยลดระดับความตึงเครียดในภาคธุรกิจและการลงทุนระหว่างประเทศได้ แต่ตราบใดที่ประเด็นเลบานอนยังไม่ได้รับข้อยุติ ความผันผวนทางการเมืองระดับโลกจะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุดของปีนี้

ข่าวล่าสุด

10 ปี มณีพาวเวอร์: พลิกโซลาร์เป็นกลยุทธ์ธุรกิจ ยกระดับมาตรฐานเยอรมัน