posttoday

เกมบีบ"พรรคกล้าธรรม"กลืนเลือดไร้เก้าอี้?"ครูใหญ่"สกัดทาง"ผู้กอง"

18 กุมภาพันธ์ 2569

วิเคราะห์ดีลจัดตั้งรัฐบาล2569 เมื่อคณิตศาสตร์การเมืองสวนทางเกมอำนาจ "เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้" บีบ "ธรรมนัส" ถอยสุดซอยหรือยอมไร้ตัวตน

KEY

POINTS

  • เกิดการเผชิญหน้าทางการเมืองระหว่าง "ครูใหญ่" เนวิน ชิดชอบ ที่พยายามสกัดกั้น "ผู้กอง" ธรรมนัส พรหมเผ่า ในการนำพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล
  • ปัญหาหลักในการเจรจาคือการจัดสรรโควตารัฐมนตรีที่จำกัด โดยพรรคกล้าธรรมต้องการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นจุดยืนที่ยอมไม่ได้
  • พรรคกล้าธรรมกำลังถูกกดดันอย่างหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะจำยอมที่ต้องเข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรี หรือได้น้อยกว่าที่เรียกร้อง

พยัคฆ์เผชิญหน้า: เดิมพันถ้ำนี้มีจ่าฝูงเดียว

ฉากทัศน์การดึง พรรคกล้าธรรม เข้าสู่รัฐบาล "อนุทิน 2" กำลังกลายเป็นโจทย์หินที่ยากกว่าการนับเสียง ส.ส. เพราะนี่คือการเผชิญหน้าระหว่าง "เสือสองตัว" ที่ต่างมีเขี้ยวเล็บแพรวพราว

เสือตัวแรก: "ครูใหญ่" เนวิน ชิดชอบ Deep State แห่งค่ายน้ำเงิน ผู้กุมบังเหียนภูมิใจไทยที่ต้องการรักษาอำนาจเบ็ดเสร็จ

เสือตัวใหม่: ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้มีบารมีเหนือพรรคกล้าธรรม นักเลงการเมืองที่เชี่ยวชาญเกมทั้งบนดินและใต้ดิน

วิกฤต "เก้าอี้ดนตรี" และคณิตศาสตร์ที่ล้นเกิน

ในเชิงตัวเลข รัฐบาลปัจจุบันมี 295 เสียง ซึ่งถือว่ามีเสถียรภาพเพียงพอแล้ว หากเติม 58 เสียงจากกลุ่มพันธมิตรเดิมของ ร.อ.ธรรมนัส จะทำให้เสียงพุ่งสูงถึง 353 เสียง ซึ่ง "ล้น" ความจำเป็นทางรัฐสภา

วิเคราะห์ปัจจัยและผลกระทบต่อการเจรจาโควตารัฐมนตรี

ปัจจัยวิเคราะห์ ผลกระทบต่อการเจรจา
โควตารัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญจำกัดที่ 35 ตำแหน่ง (+1 นายกฯ) เมื่อคิดสัดส่วน 10:1 ทำให้พื้นที่สำหรับพรรคกล้าธรรมถูกเบียดจนแทบไม่เหลือที่ว่างในคณะรัฐมนตรี
จุดแตกหัก (Deal Breaker) "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์" คือหัวใจหลักที่พรรคกล้าธรรมยอมเสียไม่ได้ เพราะเป็นฐานที่มั่นทางการเมืองและงบประมาณสำคัญ หากเจรจาไม่ลงตัวอาจนำไปสู่ทางตัน
ยุทธศาสตร์ครูใหญ่ เน้นการ "สกัดดาวรุ่ง" โดย "ครูใหญ่" ไม่ต้องการให้ "ผู้กองธรรมนัส" ขยายอาณาจักรทับซ้อนพื้นที่อิทธิพลของพรรคภูมิใจไทย เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

ยุทธศาสตร์ "ถอยเพื่อรุก" : เลียแผลหรือรอจังหวะ?

การตัดสินใจบินไปยุโรปของ ร.อ.ธรรมนัส จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่คือ "การซื้อเวลา" และลดแรงปะทะโดยตรง (Avoiding Direct Confrontation) โดยส่ง "อาจารย์แหม่ม" นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และ ไผ่ ลิกค์ เป็นตัวเปิดหน้าเจรจาแทน

"การถอยฉากไปอยู่หลังฉาก คือการรอคอยเงื่อนไขที่สมน้ำสมเนื้อ หากข้อเสนอ 'ต่ำเตี้ย' เกินไป การยอมเป็นฝ่ายค้านอิสระหรือถอยไปตั้งหลักอาจเป็นทางเลือกที่เจ็บแต่น้อยกว่า" — แหล่งข่าววิเคราะห์

ทำไมรัฐบาลยังอาจต้องง้อ "สีเขียว"?

แม้ภูมิใจไทยจะกังวลเรื่องการคุมสภาพ แต่ในมุมยุทธศาสตร์มหภาค กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส ยังมี "มูลค่า" ที่มองข้ามไม่ได้:

คานอำนาจเพื่อไทย: เพื่อไม่ให้พรรคแกนนำอันดับหนึ่งมีอำนาจต่อรองสูงเกินไปจนล้มรัฐบาลได้ลำพัง

มือประสานสิบทิศ: เขี้ยวเล็บในการคุมเกมสภาฯ ที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะตัวที่หาตัวจับยาก

บทสรุป: ภาวะจำยอมบนทางขนาน

โอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลโดย "ไม่มีตำแหน่ง" หรือได้น้อยกว่าโควตาเดิม (เกษตรฯ-ท่องเที่ยว-ศึกษาฯ) มีความเป็นไปได้สูงในลักษณะ "ภาวะจำยอม" เพื่อรักษาพื้นที่ในวงโคจรอำนาจ

ท้ายที่สุด "ครูใหญ่" จะยอมลดราวาศอก หรือจะบีบให้ "ผู้กอง" ต้องกลืนเลือดทำหน้าที่ "ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลไร้เก้าอี้" คือบทพิสูจน์บารมีครั้งใหญ่ในรัฐบาลอนุทิน 2

เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 
แหล่งที่มา : เนชั่นอินไซต์ (คลิก)
 

ข่าวล่าสุด

วิจัยเผย ฟีเจอร์ Parental Controls แก้ปัญหาเด็กติดโซเชียลไม่ได้