เกมบีบ"พรรคกล้าธรรม"กลืนเลือดไร้เก้าอี้?"ครูใหญ่"สกัดทาง"ผู้กอง"
วิเคราะห์ดีลจัดตั้งรัฐบาล2569 เมื่อคณิตศาสตร์การเมืองสวนทางเกมอำนาจ "เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้" บีบ "ธรรมนัส" ถอยสุดซอยหรือยอมไร้ตัวตน
KEY
POINTS
- เกิดการเผชิญหน้าทางการเมืองระหว่าง "ครูใหญ่" เนวิน ชิดชอบ ที่พยายามสกัดกั้น "ผู้กอง" ธรรมนัส พรหมเผ่า ในการนำพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล
- ปัญหาหลักในการเจรจาคือการจัดสรรโควตารัฐมนตรีที่จำกัด โดยพรรคกล้าธรรมต้องการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นจุดยืนที่ยอมไม่ได้
- พรรคกล้าธรรมกำลังถูกกดดันอย่างหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะจำยอมที่ต้องเข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรี หรือได้น้อยกว่าที่เรียกร้อง
พยัคฆ์เผชิญหน้า: เดิมพันถ้ำนี้มีจ่าฝูงเดียว
ฉากทัศน์การดึง พรรคกล้าธรรม เข้าสู่รัฐบาล "อนุทิน 2" กำลังกลายเป็นโจทย์หินที่ยากกว่าการนับเสียง ส.ส. เพราะนี่คือการเผชิญหน้าระหว่าง "เสือสองตัว" ที่ต่างมีเขี้ยวเล็บแพรวพราว
เสือตัวแรก: "ครูใหญ่" เนวิน ชิดชอบ Deep State แห่งค่ายน้ำเงิน ผู้กุมบังเหียนภูมิใจไทยที่ต้องการรักษาอำนาจเบ็ดเสร็จ
เสือตัวใหม่: ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้มีบารมีเหนือพรรคกล้าธรรม นักเลงการเมืองที่เชี่ยวชาญเกมทั้งบนดินและใต้ดิน
วิกฤต "เก้าอี้ดนตรี" และคณิตศาสตร์ที่ล้นเกิน
ในเชิงตัวเลข รัฐบาลปัจจุบันมี 295 เสียง ซึ่งถือว่ามีเสถียรภาพเพียงพอแล้ว หากเติม 58 เสียงจากกลุ่มพันธมิตรเดิมของ ร.อ.ธรรมนัส จะทำให้เสียงพุ่งสูงถึง 353 เสียง ซึ่ง "ล้น" ความจำเป็นทางรัฐสภา
วิเคราะห์ปัจจัยและผลกระทบต่อการเจรจาโควตารัฐมนตรี
| ปัจจัยวิเคราะห์ | ผลกระทบต่อการเจรจา |
|---|---|
| โควตารัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ | รัฐธรรมนูญจำกัดที่ 35 ตำแหน่ง (+1 นายกฯ) เมื่อคิดสัดส่วน 10:1 ทำให้พื้นที่สำหรับพรรคกล้าธรรมถูกเบียดจนแทบไม่เหลือที่ว่างในคณะรัฐมนตรี |
| จุดแตกหัก (Deal Breaker) | "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์" คือหัวใจหลักที่พรรคกล้าธรรมยอมเสียไม่ได้ เพราะเป็นฐานที่มั่นทางการเมืองและงบประมาณสำคัญ หากเจรจาไม่ลงตัวอาจนำไปสู่ทางตัน |
| ยุทธศาสตร์ครูใหญ่ | เน้นการ "สกัดดาวรุ่ง" โดย "ครูใหญ่" ไม่ต้องการให้ "ผู้กองธรรมนัส" ขยายอาณาจักรทับซ้อนพื้นที่อิทธิพลของพรรคภูมิใจไทย เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต |
ยุทธศาสตร์ "ถอยเพื่อรุก" : เลียแผลหรือรอจังหวะ?
การตัดสินใจบินไปยุโรปของ ร.อ.ธรรมนัส จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่คือ "การซื้อเวลา" และลดแรงปะทะโดยตรง (Avoiding Direct Confrontation) โดยส่ง "อาจารย์แหม่ม" นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และ ไผ่ ลิกค์ เป็นตัวเปิดหน้าเจรจาแทน
"การถอยฉากไปอยู่หลังฉาก คือการรอคอยเงื่อนไขที่สมน้ำสมเนื้อ หากข้อเสนอ 'ต่ำเตี้ย' เกินไป การยอมเป็นฝ่ายค้านอิสระหรือถอยไปตั้งหลักอาจเป็นทางเลือกที่เจ็บแต่น้อยกว่า" — แหล่งข่าววิเคราะห์
ทำไมรัฐบาลยังอาจต้องง้อ "สีเขียว"?
แม้ภูมิใจไทยจะกังวลเรื่องการคุมสภาพ แต่ในมุมยุทธศาสตร์มหภาค กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส ยังมี "มูลค่า" ที่มองข้ามไม่ได้:
คานอำนาจเพื่อไทย: เพื่อไม่ให้พรรคแกนนำอันดับหนึ่งมีอำนาจต่อรองสูงเกินไปจนล้มรัฐบาลได้ลำพัง
มือประสานสิบทิศ: เขี้ยวเล็บในการคุมเกมสภาฯ ที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะตัวที่หาตัวจับยาก
บทสรุป: ภาวะจำยอมบนทางขนาน
โอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลโดย "ไม่มีตำแหน่ง" หรือได้น้อยกว่าโควตาเดิม (เกษตรฯ-ท่องเที่ยว-ศึกษาฯ) มีความเป็นไปได้สูงในลักษณะ "ภาวะจำยอม" เพื่อรักษาพื้นที่ในวงโคจรอำนาจ
ท้ายที่สุด "ครูใหญ่" จะยอมลดราวาศอก หรือจะบีบให้ "ผู้กอง" ต้องกลืนเลือดทำหน้าที่ "ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลไร้เก้าอี้" คือบทพิสูจน์บารมีครั้งใหญ่ในรัฐบาลอนุทิน 2
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : เนชั่นอินไซต์ (คลิก)


